ทหารผ่านศึกพิชิตเอเวอเรสต์สำเร็จ แม้ขาขาดทั้งสองข้าง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของทหารผ่านศึกผู้สูญเสียขาทั้งสองข้าง แต่วันนี้เขาคือผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์คนล่าสุด

เส้นทางการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอย่างเอเวอเรสต์ (Everest) ยังคงเป็นเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจที่มีมนต์ขลังอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้พิชิตรายล่าสุดที่สอนเราให้เห็นถึงคุณค่าของความพยายามและความตั้งใจ ที่ไม่ว่าสภาพร่างกายจะเป็นอย่างไร แต่หากใจของเรายังคงมุ่งมั่น ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้

เรากำลังพูดถึง ฮารี บุดดา มาการ์ ทหารผ่านศึกที่เคยอยู่ในกำลังพลกูรข่า (Gurkha) ของสหราชอาณาจักร ผู้สูญเสีย “ขาทั้งสองข้าง” ไปในเหตุระเบิดเมื่อ 13 ปีก่อนขณะปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน

คอนเทนต์แนะนำ
เลือกตั้ง 2566 : “ก้าวไกล” แจงแนวทางผลักดันนโยบาย ผ่านวาระร่วม-วาระเฉพาะ
MOU คืออะไร? ทำไมกลายเป็นเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาล
เลือกตั้ง 2566 : “ยิ่งลักษณ์”โพสต์ครบรอบ 9 ปีรัฐประหาร เอาใจช่วยรัฐบาลประชาธิปไตย

 

แต่เขาประสบความสำเร็จในการปีนไปถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ และสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้พิการขาขาดในระดับเหนือเข่าทั้งสองข้างคนแรกที่พิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้สำเร็จ

บุดดา มาการ์ เริ่มปีนเขาเอเวอเรสต์เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา และไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกเมื่อเวลา 15.00 น. ในวันศุกร์ (19 พ.ค.) โดยต้องรอถึง 18 วันอยู่ที่เบสแคมป์เพื่อให้อากาศแจ่มใส ทหารผ่านศึกและลูกทีมต้องเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็น และเห็นร่างผู้เสียชีวิต 2 ศพถูกลากลงมา

ไอร์แลนด์ไฟเขียว "แต่งงานเพศเดียวกัน" ที่แรกของโลก

อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น ส่งผล “เอเวอร์เรสต์” หิมะลดลง!

สำรวจถิ่น "ค้างคาว" ทั่วโลก ระเบิดเวลาโรคระบาดใหม่

เขาเล่าว่า “เสื้อแจ็คเก็ตของผมเย็นจนแข็งไปหมด มันถูกแช่แข็งทั้งหมด แม้แต่น้ำอุ่นของเรา เราใส่น้ำร้อนลงในกระติกน้ำร้อน และนั่นก็กลายเป็นน้ำแข็งและเราไม่สามารถดื่มได้”

เขาเล่าต่อว่า “ตอนที่ผมลงมา ออกซิเจนหมด พวกเขาเอาออกซิเจนขึ้นมา … ผมทิ้งตัวลงกับพื้น เรามีออกซิเจนเหลือเพียง 30-40 นาที แต่เราต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการปีนลงมา”

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่ย่ำแย่ทำให้แว่นและหน้ากากออกซิเจนของเขากลายเป็นน้ำแข็ง และเขาสามารถอยู่บนยอดเขาได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น

ตลอดความท้าทาย เขาได้รับการช่วยเหลือจากทีมนักปีนเขาชาวเนปาล นำโดย กริช ธาปา ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้ากองกำลังกูรข่าและหน่วยรบพิเศษ

บุดดา มาการ์ กล่าวว่า เมื่อครั้งที่เขาสูญเสียขาทั้งสองข้างไปเมื่อ 13 ปีก่อน เขารู้สึกว่าชีวิตของเขา “จบลงอย่างสมบูรณ์” แล้ว และทำใหกลายเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังและโรคซึมเศร้า

“ผมเติบโตในเนปาล จนถึงอายุ 19 ปี และได้เห็นวิธีการปฏิบัติต่อผู้พิการในหมู่บ้านห่างไกลเหล่านั้น หลายคนยังคิดว่าความพิการเป็นบาปในชาติที่แล้ว และคุณเป็นภาระของแผ่นดิน ผมเชื่อแบบนี้เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมเห็น นั่นคือวิธีที่ผมเติบโตขึ้นมา” บุดดา มาการ์กล่าว

เขาเสริมว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างลำบาก และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมดื่มมากเกินไปจนควบคุมความเจ็บปวดและอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ และผมก็พยายามฆ่าตัวตายอยู่ 2-3 ครั้ง”

เขาเล่าว่า เขาเริ่มมีความคิดเกี่ยวกับการปีนเขาเอเวอเรสต์เป็นครั้งแรกเมื่อเขาเดินไปโรงเรียนด้วยเท้าเปล่าและวางแผนที่จะทำเช่นนั้นในปี 2018 อย่างไรก็ตาม เนปาลในขณะนั้นมีคำสั่งห้ามผู้พิการขาสองข้างและคนตาบอดปีนเขาเอเวอเรสต์ เพื่อลดจำนวนนักปีนเขาที่เสียชีวิตบนยอดเขา

แต่บุดดา มาการ์ พยายามเรียกร้องให้มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพื่อที่เขาจะได้พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด จนในวันนี้เขาก็ทำสำเร็จแล้ว

เมื่อเขาลงมาจากยอดเขา บุดดา มาการ์บอกว่า เขาตั้งตารอที่จะใช้เวลากับครอบครัว และอยากกลับไปอัฟกานิสถานซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาสูญเสียขาทั้งสองข้างไป เพื่อที่เขาจะได้พูดว่า “ขอบคุณ”

“หากไม่สูญเสียขา ผมคงปีนเอเวอเรสต์ไม่ได้ ... อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว มันย่อมดีเสมอ” บุดดา มาการ์กล่าว

 

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP

คอนเทนต์แนะนำ
เช็กปฏิทินเดือนมิถุนายน 2566 มีวันหยุดราชการ-ธนาคาร ตรงกับวันไหนบ้าง
กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566
เตือนระวังไข้เลือดออก หลังพบผู้ป่วยสะสมราว 14,800 คน เสียชีวิต 13 คน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ