ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบรรจุอัฐิทหารกล้าที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ในพิธีสดุดีและบรรจุอัฐิทหารกล้า ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงวันทหารผ่านศึกว่า ที่ประเทศไทยมีอธิปไตย และมีแผ่นดินอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นเพราะทหารผ่านศึก ดังนั้นเราต้องดูแลทหารผ่านศึกให้ดี
จากการได้ไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บสูญเสียอวัยวะ สิ่งที่ทหารกลัวที่สุดคือ ชีวิตหลังออกจากโรงพยาบาล
พวกเขาไม่ได้ต้องการให้หน่วยงานมาดูแล แต่อยากมีอาชีพการงาน และหากตนได้กลับเข้ามาทำงาน ก็จะดูแลในเรื่องนี้ต่อ
นายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทหารผ่านศึกส่วนใหญ่ มีสุขภาพแข็งแรง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกหลานดูแล ดำรงชีพอยู่ได้ แต่ทหารผ่านศึกบางคนไม่มีครอบครัว ถูกทอดทิ้ง ไม่มีรายได้ ยิ่งบางคนเป็นทหารอาสาสมัคร ไม่ใช่ทหารประจำการ ก็ไม่มีบำเหน็จบำนาญ มีแค่เบี้ยเลี้ยงชีพเดือนละ 600 บาท ซึ่งไม่เพียงพอ มอบหมายให้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ดูแลในเรื่องนี้แล้ว
นายอนุทิน ย้ำกว่า ประเทศไทยเป็นหนี้บุญคุณทหารผ่านศึก และทหารทุกนายที่ปกป้องประเทศชาติ ไม่ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว หรือ มีชีวิตอยู่ เราต้องดูแลให้พวกเขามีชีวิตที่สุขสบาย
เมื่อถามว่าที่นายกฯ บอกเบี้ยเลี้ยงชีพทหารผ่านศึก เดือนละ 600 บาท น้อยไป แล้วจะแก้ยังไง นายอนุทินตอบว่า ต้องหาวิธีเข้ามาทำงานต่อก่อน ตอนนี้อยู่ในช่วงเลือกตั้ง ไม่อยากพูดเรื่องงบประมาณ เดี๋ยวจะเป็นการหาเสียง เอาเป็นว่าตนมีความตั้งใจที่จะดูแลตอบแทนพระคุณของบรรดาทหารผ่านศึก หรือทหารปัจจุบันที่ดูแลอธิปไตยให้ประเทศของเรา
ก่อนเดินทางกลับไปประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ได้เรียก "น้องมีสุข" ลูกสาวของ พลตรีศตวรรษ สุจริต หรือ จ่าเพียว เข้ามากอด พร้อมกับถามหา "น้องมีตังค์" ลูกสาวอีกคน แล้วก็บอกว่า "เดี๋ยวลุงจะไปหาที่ร้อยเอ็ดนะ" เมื่อถามต่อว่าประชาชนขอนายกฯ ไม่ให้เปิดด่านไทย-กัมพูชา นายอนุทิน ตอบว่า จนถึงขณะนี้ ไทยก็ยังไม่มีการเปิดด่าน เมื่อถามย้ำว่า ถือเป็นคํามั่นสัญญากับประชาชนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "ใช่...เพราะพูดมาหลายครั้งแล้ว"