“เวนิส” เป็นที่รู้จักในฐานะ “นครแห่งสายน้ำ” จากลักษณะพิเศษที่มีแต่คลอง และการสัญจรด้วยเรือกอนโดลาอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงสะพานกว่า 400 แห่ง โดยมีคลองขนาดใหญ่อย่างแกรนด์คาแนล (Grand Canal / Canalazzo) ไหลผ่านใจกลางเมืองเป็นคลองสายหลัก
แต่ล่าสุดเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) เกิดความผิดปกติขึ้นกับคลองแกรนด์คาแนล เมื่อจู่ ๆ ผิวน้ำบางส่วนของคลองกลายเป็น “สีเขียวเรืองแสง” อย่างผิดปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเวนิสกำลังเร่งตรวจสอบแหล่งที่มาของของเหลวสีเขียวเรืองแสงดังกล่าว
พบสิ่งมีชีวิตใหม่กว่า 5,000 สายพันธุ์ใต้มหาสมุทรแปซิฟิก
ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวพากันถ่ายภาพเรือแล่นผ่านผืนน้ำเรืองแสง รวมถึงมีการเผยแพร่ภาพคลองสีเขียวเรืองแสงบริเวณสะพานริอัลโตขึ้นไปตามแนวคลองบางส่วน
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นฝีมือกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องเรื่องสภาพอากาศ แต่ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัด
ด้าน ลูกา ไซอา ผู้ว่าการภูมิภาคเวเนโต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเวนิส บอกว่า “เช้าวันนี้ มีของเหลวสีเขียวเรืองแสงปรากฏขึ้นในคลองแกรนด์คาแนลของเวนิส รายงานโดยชาวบ้านบางคนใกล้กับสะพานริอัลโต นายอำเภอได้เรียกประชุมด่วนกับตำรวจเพื่อตรวจสอบที่มาของของเหลว”
โฆษกนายอำเภอท้องถิ่นบอกว่า พวกเขาได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำทันที ตรวจสอบเทปกล้องวงจรปิด และถามนักท่องเที่ยวและคนขับเรือในพื้นที่หากพบเห็นสิ่งที่น่าสงสัย
ขณะที่หน่วยดับเพลิงของอิตาลีกล่าวว่า กำลังช่วยหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาคในการเก็บตัวอย่างสำหรับการทดสอบว่าของเหลวที่พบเป็นสารอะไร
เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนว่า สีเขียวเรืองแสงนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงโดยนักเคลื่อนไหวด้านสภาพอากาศหรือไม่
โดย แอนเดรีย เพโกราโร สมาชิกสภาเมืองเวนิส ออกมาตำหนินักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่โจมตีแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของอิตาลีในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี กลุ่มอุลติมา เจเนราซีโอเน ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งก่อเหตุเทถ่านลงในน้ำพุเทรวีในกรุงโรมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บอกว่า “ไม่ใช่พวกเรา” และยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เบื้องหลังเหตุน้ำสีเขียวในคลองเวนิสครั้งนี้
ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แกรนด์คาแนลเปลี่ยนเป็นสีเขียว ในปี 1968 นิโคลัส การ์เซีย อูริบูรู ศิลปินชาวอาร์เจนตินาเคยย้อมผืนน้ำเวนิสให้เป็นสีเขียวด้วยสีย้อมเรืองแสงในระหว่างงานเวนิสเบียนนาเล (Venice Biennale) ครั้งที่ 34 เพื่อเรียกร้องให้เกิดความตระหนักด้านปัญหาระบบนิเวศ
เรียบเรียงจาก CNN / The Guardian
ภาพจาก AFP