รัสเซียมอบเหรียญเกียรติยศให้ทหาร หลังทำลาย Leopard 2


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามยูเครนกลับมาดุเดือดอีกครั้งในรอบหลายเดือน หลังกองทัพยูเครนเปิดปฏิบัติการโต้กลับโจมตีหลายพื้นที่ที่กองทัพรัสเซียครอบครองตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ผลจากการต่อสู้ทำให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียอย่างหนัก โดยเฉพาะฝั่งยูเครนที่มีภาพปรากฏออกมาว่าสูญเสียรถถังและยานยนต์สัญชาติตะวันตกไปหลายคัน

ขณะที่ฝั่งรัสเซียก็ต้องถอนกำลังออกจากบางพื้นที่  ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา บรรดาผู้ติดตามสงครามระบุว่าปฏิบัติการโต้กลับเฟสแรกของยูเครนอาจสิ้นสุดลงแล้ว

แผนที่ที่แสดงให้เห็นจุดสู้รบล่าสุดระหว่างทั้งสองฝ่าย  จากแผนที่จะเห็นได้ว่าการต่อสู้ที่เคยเกิดขึ้นตลอดแนวรบในแคว้นโดเนตสก์และแคว้นซาโปริซเซียลดลง เหลือเพียงจุดสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างหนัก เพียง 4 จุดเท่านั้น คือ เมืองบัคมุต เมืองอัฟดีฟกา เมืองมารินกา เขตโนโวโดเนตสก์ ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นที่ในแคว้นโดเนตสก์

ยูเครน รุกกลับ สูญเสียยานเกราะ“Bradley” 16 คัน

รถถัง “Leopard 2” กับการเดิมพันอนาคตของสงครามยูเครน

ย้อนกลับไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ยูเครนได้เปิดแนวรบโต้กลับรัสเซีย 3 แนวรบคือ แนวรบเมืองบัคมุต แนวรบเวลีกา โนโวซิลกา ในแคว้นโดเนตสก์ และแนวรบในเมืองโตคมัคในแคว้นซาโปริซเซีย ทางกองทัพยูเครนประสบความสำเร็จในการรุกคืบทั้ง 3 แนวรบและยึดพื้นที่บางส่วนกลับคืนมาได้   แนวรบที่ยูเครนประสบความสำเร็จมากที่สุด คือ แนวรบเวลีกา โนโวซิลกาในแคว้นโดเนตสก์ที่ยูเครนสามารถยึดคืนหมู่บ้านต่างๆ มาได้ คิดเป็นพื้นที่ราว 7 กิโลเมตร

ภาพขณะที่ทหารจากกองทัพยูเครนเข้ายึดหมู่บ้านบลาโกดาทในแคว้นโดเนตสก์เมื่อวานนี้ โดยกองกำลังภาคพื้นดินระบุว่าผู้ที่ปลดปล่อยหมู่บ้านแห่งนี้คือ กองพลทหารพรานที่ 68  หลังจากที่เข้ายึดหมู่บ้านนี้สำเร็จ ทหารพรานได้นำธงชาติยูเครนไปปักไว้ที่อาคารแห่งหนึ่งในหมู่บ้านเพื่อประกาศว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของยูเครนแล้ว

นอกจากทหารพรานแล้ว เมื่อวานนี้ทหารรักษาดินแดนของยูเครนก็ได้เผยแพร่ภาพขณะที่พวกเขายืนถือธงอยู่หน้าอาคารแห่งหนึ่งในเขตเนียคุชเนีย ทางด้านตะวันออกของแคว้นโดเนตสก์ บริเวณที่ติดกับแคว้นซาโปริซเซียเช่นเดียวกัน

จากการสู้รบตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ยูเครนโจมตีรัสเซียในหลายแนวรบด้วยกัน ตั้งแต่ในแคว้นลูฮันสก์เรื่อยลงมาจนถึงแคว้นโดเนตสก์และแคว้นซาโปริซเซีย ซึ่งการโจมตีหลายแนวรบทำให้ยูเครนสูญเสียยุทโธปกรณ์ของชาติตะวันตกไปหลายคัน ทำไมยูเครนต้องเปิดการโจมตีเช่นนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนระบุว่า นี่เป็นแผนการโจมตีแบบที่เรียกว่า Probing Attack

ซึ่งเป็นการโจมตีแบบสุ่มในหลายพื้นที่ เพื่อหาว่าพื้นที่ไหนคือจุดอ่อนของรัสเซีย และบีบให้รัสเซียกระจายทรัพยากร ตลอดจนเบนความสนใจจากจุดโจมตีหลักที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ส่วนการโจมตีหลักของยูเครนจะเกิดขึ้นบริเวณใด ตอนนี้ไม่มีใครสามารถตอบได้  เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ของยูเครนเกือบทุกระดับแทบไม่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการโต้กลับครั้งนี้เลย

บรรดานักวิเคราะห์ยังระบุด้วยว่าเมื่อสังเกตจากการซ้อมรบและการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในเฟสแรก จุดการโต้กลับหล้กของยูเครนอาจอยู่ที่แคว้นซาโปริซเซียทางตอนใต้

เมื่อลงไปดูในแผนที่จะพบว่าขณะนี้ยูเครนกำลังเปิดแนวรบ 3 แนวอยู่ที่แคว้นซาโปริซเซีย ได้แก่  

แนวรบแรก คือ แนวรบที่เมืองคัมยานสกา-เมืองวาซีลิฟกา บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำดนีเปอร์

แนวรบถัดมา คือ แนวรบที่เมืองฮูไลโปเลีย-เมืองโปโลฮี ทางตะวันออกของแคว้นซาโปริซเซีย

แนวรบที่สาม แนวรบที่หลายฝ่ายมองว่าสำคัญที่สุด คือ แนวรบที่เมืองโอริคีฟ-เมืองโตคมัค ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างแนวรบเมืองคัมยานสกา-เมืองวาซีลิฟกา และแนวรบที่เมืองฮูไลโปเลีย-เมืองโปโลฮี

สาเหตุที่แนวรบเมืองโอริคีฟ-เมืองโตคมัคสำคัญมากเป็นเพราะเมืองโตคมัค คือ ศูนย์กลางของเส้นทางลำเลียงเสบียงทางรถไฟจากแคว้นโดเนตสก์ไปยังแคว้นไครเมียและแคว้นเคอร์ซอนตะวันออก  หากยูเครนยึดเมืองโตคมัคสำเร็จจะทำให้สามารถตัดเส้นทางการขนส่งเสบียงของรัสเซียได้ และทำให้รัสเซียต้องไปใช้เส้นทางขนส่งทางบกบริเวณที่ติดกับชายฝั่งทะเลดำแทน ซึ่งจะลำบากและมีระยะทางที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี การบุกจากเมืองโอริคีฟเข้าไปถึงเมืองโตคมัคไม่ใช่โจทย์ที่ง่ายสำหรับกองทัพยูเครน เนื่องจากระยะทางจากเมืองโอริคีฟเข้าไปยังเมืองโตคมัคค่อนข้างไกลถึง 40 กิโลเมตร และรัสเซียได้วางแนวตั้งรับยูเครนไว้อย่างแน่นหนา

มีรายงานว่ารัสเซียขุดสนามเพลาะไว้อย่างน้อย 3 ชั้นก่อนถึงเมืองโตคมัค นี่ทำให้กองทัพยูเครนต้องใช้ระบบยิงขีปนาวุธไฮมาร์สถล่มเมืองโตคมัคตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเพื่อตัดกำลังกองทัพรัสเซีย

แม้ว่าตอนนี้กองทัพยูเครนจะยังเข้าไม่ถึงเส้นทางขนส่งที่สำคัญในเมืองโตคมัค แต่ล่าสุดช่องเทเลแกรมของฝั่งยูเครนอ้างว่า เกิดเหตุโจมตีทางรถไฟสำคัญในหมู่บ้านเวียซีฟกา ทางตะวันออกของแคว้นซาโปริซเซียจนได้รับความเสียหาย

ทางรถไฟสายนี้เป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงเส้นเดียวของรัสเซีย จากฐานทัพบนคาบสมุทรไครเมียมายังแคว้นซาโปริซเซีย

ทั้งนี้ ทางการของทั้งสองฝั่งยังไม่ออกมายืนยันสถานการณ์ที่เกิดว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง หลายฝ่ายมองว่ารัสเซียอาจตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากจะไม่สามารถเติมเสบียงให้กับกองทัพของตนเองในพื้นที่อื่นๆ ได้

นอกจากที่แคว้นซาโปริซเซียแล้ว เมื่อวานนี้ 11 มิ.ย. ช่องเทเลแกรมของรัสเซียก็ได้รายงานเช่นกันว่า ตอนช่วง 4 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุระเบิดปริศนาขึ้นที่ทางรถไฟแห่งหนึ่งในเมืองคีรอฟเกีย บนคาบสมุทรไครเมีย ส่งผลให้หัวรถจักรรถไฟที่กำลังวิ่งมาเสียหาย ทางรถไฟแห่งนี้เป็นทางรถไฟเดียวกับที่เชื่อมจากเมืองเมลิโตปอลมายังคาบสมุทรไครเมีย ก่อนไปสิ้นสุดที่เมืองเคียร์ซ เมืองที่เชื่อมกับรัสเซียแผ่นดินใหญ่

ท่ามกลางการรุกคืบ การโต้กลับ และการก่อวินาศกรรมทางรถไฟเส้นสำคัญที่รัสเซียใช้เป็นเส้นทางการขนส่งบำรุงกำลังและเสบียง วันนี้ทางฝั่งรัสเซียก็ออกมายืนยันเช่นกันว่าสามารถโจมตีสกัดการโต้กลับของยูเครนได้

พลโทอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาแถลงว่ากองทัพสามารถขับไล่ทหารยูเครนที่เปิดปฏิบัติการโต้กลับในแนวรบต่างๆ เช่น แนวรบแคว้นโดเนตสก์และแคว้นซาโปริซเซียได้สำเร็จ รวมถึงสามารถรุกคืบยึดพื้นที่เพิ่มได้

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียก็ได้เผยแพร่ภาพวิดีโอขณะที่พลเอกเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบเหรียญรางวัลให้กับทหารที่สามารถทำลายรถถังเลพเพิร์ด 2 และรถยานเกราะแบรดลีย์ได้

รางวัลที่รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียมอบให้ทหารครั้งนี้เป็นเหรียญที่เรียกว่า “เหรียญวีรชนแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย” หรือ Hero of Russia gold star ซึ่งเป็นเหรียญเกียรติยศทางการทหารชั้นสูงสุดของรัสเซีย

ยาคอฟ ยาโนฟสกี นักวิเคราะห์จากกลุ่มโอริกซ์ กลุ่มโอเพนซอร์สด้านความมั่นคงของเนเธอร์แลนด์ ออกมาประเมินว่ายูเครนอาจเสียรถยานเกราะแบรดลีย์ของสหรัฐฯ ไปราว 16 คัน จาก 109 คัน หรือราวร้อยละ 15 หลังเปิดฉากบุกรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ส่วนสาเหตุที่ทำให้รถยานเกราะชั้นนำของสหรัฐฯ ถูกทำลาย เจมส์ มาร์กส์ นักวิเคราะห์ด้านการทหารของ CNN เคยเตือนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า  รถยานเกราะแบรดลีย์จะมีประสิทธิภาพในสนามรบสูงสุดต่อเมื่อทำปฏิบัติการร่วมกับหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำ การสนับสนุนทางอากาศ และการโจมตีด้วยจรวดพิสัยไกล

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่า กระทรวงได้เซ็นสัญญากับอัคมัต กองกำลังพิเศษของกลุ่มนักรบเชเชน เพื่อโอนย้ายให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

อัปตี อาลาอูดินอฟ ผู้บัญชาการกลุ่มอัคมัตระบุว่ากลุ่มได้เตรียมและส่งทหารหลักพันถึงหมื่นนายไปสู้ในสนามรบยูเครนตลอดตั้งแต่เกิดสงคราม โดยเขาคิดว่าการเซ็นสัญญากับกองทัพรัสเซียเป็นสิ่งที่ดี  ขณะเดียวกัน อดัม เดลิมคานอฟ

 ผู้แทนของรัฐบาลรัสเซียยืนยันว่าการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นจากความเต็มใจของทุกฝ่ายการลงนามดังกล่าวมึขึ้นตามคำสั่งของกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่ระบุว่า กองกำลังอาสาทุกกองกำลังควรเซ็นสัญญากับกองทัพรัสเซียภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ และมีขึ้นหลังจากเยฟเกนี ปริโกชิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มนักรบจ้างแวกเนอร์ออกมายืนยันว่าจะไม่เซ็นสัญญากับกองทัพรัสเซีย ผู้ก่อตั้งกลุ่มนักรบจ้างแวกเนอร์ให้เหตุผลที่ไม่เซ็นสัญญากับกองทัพรัสเซียว่าพลเอกเซอร์เก ชอยกูไม่สามารถบริหารจัดการนักรบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลายฝ่ายมองว่าการเซ็นสัญญาของกลุ่มกองกำลังอาสาจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลรัสเซีย เนื่องจากกลุ่มนักรบอาสา เช่น กลุ่มอัคมัตที่เพิ่งจะเซ็นสัญญาไปสดๆ ร้อนๆ คือกลุ่มที่รบอยู่ในเมืองมารินกา สมรภูมิสำคัญในแคว้นโดเนตสก์ตอนนี้ โดยการเซ็นสัญญาจะทำให้การควบคุมกองกำลังเหล่านี้เป็นเอกภาพและง่ายขึ้นสำหรับกองทัพรัสเซีย

นอกจากการโต้กลับของยูเครนและการตั้งรับของรัสเซียแล้ว ล่าสุดมีความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุระเบิดเขื่อนโนวา คาโคฟกาในแคว้นเคอร์ซอนออกมาจากฝั่งผู้นำยูเครนเช่นกัน

โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมาแถลงว่า เจ้าหน้าที่จากศาลอาญาระหว่างประเทศหรือ  (ICC) ได้เดินทางลงพื้นที่แคว้นเคอร์ซอนเพื่อสำรวจความเสียหายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และกระบวนการสืบสวนหาผู้ทำลายเขื่อนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

นอกจากนี้ ผู้นำยูเครนยังได้พูดถึงเหตุการณ์โจมตีพลเรือนขณะที่อพยพหนีน้ำท่วมในแคว้นเคอร์ซอนด้วย โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกราว 10 รายจากเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเซเลนสกีก็ประณามการกระทำดังกล่าว พร้อมระบุว่าสัตว์ทุกชนิดยังมีคุณธรรมมากกว่ารัสเซียที่โจมตีประชาชนขณะกำลังหนีตายจากน้ำท่วม

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ