“โดนัลด์ ทรัมป์” ถึงฟลอริดาแล้ว เตรียมมอบตัวต่อศาล


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ความเคลื่อนไหวของอดีตประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต้องเดินทางไปมอบตัวต่อศาลในรัฐฟลอริดา หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะลูกขุนใหญ่ของรัฐได้ยืนยันให้ฟ้องร้องคดีอาญาทั้งหมด 37 กระทงกับเขาในข้อหาตั้งใจยึดเอกสารด้านความมั่นคงแห่งชาติไว้หลังพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เดินทางจากรัฐนิวเจอร์ซีไปถึงรัฐฟลอริดาเรียบร้อยแล้วเพื่อเตรียมตัวขึ้นศาลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณตี 2 ของเวลาประเทศไทย โดยมีบรรดาผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งได้มารอให้กำลังใจที่บริเวณหน้าโรงแรมที่พัก

ขณะที่หน้าศาลรัฐบาลกลางในนครไมอามี ของรัฐฟลอริดา ตำรวจได้ระดมกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อรับมือกับผู้สนับสนุนทรัมป์ที่คาดว่าจะมีหลายหมื่นคน

“ทรัมป์” ปฏิเสธทุกข้อหา ปมให้เงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่

“โดนัลด์ ทรัมป์” อดีตผู้นำสหรัฐฯคนแรกที่โดนฟ้องคดีอาญา

อดีตผู้นำสหรัฐฯ พร้อมด้วยทีมงานได้ออกเดินทางจากที่พักในรัฐนิวเจอร์ซีมาสนามบิน ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเดินทางมาถึงถึงนครไมอามี่ในรัฐฟลอริดาในเวลาประมาณ 14.54 น.  จากนั้นขบวนรถก็พาทรัมป์เดินทางต่อไปที่โรงแรมและสนามกอล์ฟที่มีชื่อว่า Trump National Doral Property โดยเขาได้พักค้างคืนที่นี่ 1 คืนก่อนที่จะไปมอบตัวที่ศาล

ในช่วงที่ทรัมป์เดินทางมาถึง มีผู้สนับสนุนหลายสิบคนไปรวมตัวกันที่ Trump National Doral Property คนที่มาที่นี่บอกว่า ต้องการมาให้กำลังใจทรัมป์เนื่องจากเขาเป็นผู้นำที่เยี่ยมยอดที่กำลังถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองเพื่อไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกครั้ง

ส่วนที่บริเวณรอบๆ ศาลรัฐบาลกลางซึ่งเป็นสถานที่ที่ทรัมป์จะเข้ามอบตัวก็มีการเตรียมกำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อยอย่างเต็มที่

โดยแมนนี โมราเลส ผู้บัญชาการตำรวจไมอามีระบุว่า คาดว่าผู้สนับสนุนทรัมป์จะมาชุมนุมที่หน้าศาลประมาณ 5,000-50,000 คน โดยขณะนี้ได้ขอกำลังเพิ่มเติมจากหน่วยสนับสนุนเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เพื่อความไม่ประมาท คาดการณ์ว่า ทรัมป์จะเดินทางมาถึงศาลในเวลาประมาณ  15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 02.00 น ในวันพุธที่ 14 มิถุนายนตามเวลาประเทศไทย

ทรัมป์มีคดีความหลายคดี แต่คดีนี้อาจเป็นคดีหนักที่สุดที่เขาเจอ เนื่องจากเป็นคดีอาญาและผู้กล่าวหาหรือเจ้าของคดีเป็นกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลกลาง  โดยข้อหาที่โดนก็หนักๆ ทั้งสิ้น เช่น ทำให้ความมั่นคงของชาติตกอยู่ในความเสี่ยง พยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรม  โดยจุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจากการที่ทรัมป์นำเอกสารความมั่นคงในชั้นความลับสูงสุดออกจากทำเนียบขาวหลังพ้นจากตำแหน่ง

ตามกฎหมายของสหรัฐฯ เมื่อประธานาธิบดีลงจากตำแหน่งจะต้องส่งคืนเอกสารและบันทึกของประธานาธิบดีทั้งหมดให้กับหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อเก็บรักษา อย่างไรก็ตาม หลังทรัมป์ลงจากตำแหน่งในเดือนมกราคมปี 2021 ทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติแจ้งว่ามีเอกสารลับจำนวนหนึ่งหายไป  กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ จึงเริ่มทำการสืบสวน

ก่อนที่เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2022 FBI ได้หมายศาลเข้าค้นบ้านพักของทรัมป์ในรัฐฟลอริดา และพบเอกสารมากกว่า 11,000 ฉบับ บรรจุอยู่ในกล่อง ตั้งอยู่หลายห้องทั่วบ้าน

ในบรรดาเอกสารเหล่านี้มีหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและถูกจัดให้อยู่ในระดับชั้นความลับสุดยอดรวมอยู่ด้วยเช่น รายงานที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนและที่ตั้งอาวุธนิวเคลียร์ แผนการป้องกันประเทศ แผนการโต้กลับ แผนจำลองยามศึกสงคราม รวมถึงเอกสารด้านความมั่นคงของ Five Eyes ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ 5 ชาติ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร

ในช่วงนั้นทรัมป์ออกมาโจมตีถึงการดำเนินการของ FBI ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง และประกาศว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะเอกสารทั้งหมดไม่ได้เป็นเอกสารลับอีกต่อไปแล้ว  ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เขาตั้งใจจะส่งมอบเอกสารเหล่านี้คืนให้อยู่แล้วหากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ร้องขอมา

ซึ่งกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ออกมาสวนกลับทันที โดยระบุว่า ได้ขอเอกสารคืนจากทรัมป์แล้ว แต่ทรัมป์และทีมทนายความคืนให้ไม่หมด จึงต้องส่ง FBI ไปทำการยึดส่วนที่เหลือกลับคืนมา

หลังจากนั้นการสืบสวนดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนหลักฐานพยานแน่นหนาและเป็นที่มาของลูกขุนใหญ่ในฟลอริดามีมติให้ยื่นฟ้องทรัมป์รวมทั้งหมด 37 กระทงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ความผิดในกระทงหลักๆ รวมถึง การทำให้ความมั่นคงของชาติตกอยู่ในความเสี่ยง สมคบคิดกันขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ปกปิดหรือลบบันทึกลับของรัฐบาล รวมถึงให้การเท็จ โดยบางกระทงมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์เคยถูกดำเนินคดีอาญามาแล้วคดีหนึ่ง นั่นคือคดีจ่ายเงินปิดปากบุคคล 3 คนที่กุมความลับของทรัมป์ไว้ รวมถึงสตอร์มี แดเนียลส์ ดาราภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ซึ่งมีความสัมพันธ์ลับกับทรัมป์เมื่อ 18 ปีที่แล้ว

การจ่ายเงินปิดปากแดเนียลส์มีขึ้นในช่วงปี 2016 ระหว่างที่ทรัมป์กำลังหาเสียงเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต

ตามกฎหมายสหรัฐ การจ่ายเงินเพื่อปิดปากเป็นคดีที่มีโทษไม่หนัก แต่ปัญหาก็คือ ระหว่างการยื่นเอกสารแสดงบัญชีทรัพย์สินและรายรับ-รายจ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ทีมงานทรัมป์ได้ระบุว่า เงินปิดปากจำนวนดังกล่าวเป็น “เงินค่าใช้จ่ายทางกฏหมาย” ซึ่งถือว่าเป็นการแจ้งข้อมูลเท็จ เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฏหมายที่มีชื่อว่า federal campaign finance laws

ผู้ฟ้องร้องเอาผิดทรัมป์หรือเจ้าของคดีนี้คืออัยการเขตแมนฮัตตัน โดยทรัมป์ได้เดินทางไปมอบตัวต่อศาลเขตแมนฮัตตันในมหานครนิวยอร์กเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในข้อหาปลอมแปลงข้อมูลทางธุรกิจทั้งสิ้น 34 กระทงตามประมวลกฎหมายอาญารัฐนิวยอร์กตามมาตราที่ 175 คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการไต่สวนของศาล โดยทรัมป์มีนัดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 4 ธันวาคมปีนี้

นั่นถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นทั้งที่เป็นอดีตหรือปัจจุบันถูกดำเนินคดีอาญาอย่างไรก็ตาม คดีที่ศาลแมนฮัตตันเป็นคดีของรัฐ ต่างจากคดีที่ทรัมป์กำลังจะขึ้นศาลในวันนี้ที่รัฐฟลอริดาซึ่งเป็นคดีของรัฐบาลกลาง โดยผู้กล่าวหาทรัมป์คือกระทรวงยุติธรรม

ศาตราจารย์เจมส์ แซมเปิล ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนจากมหาวิทยาลัยฮอฟสตราระบุว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญมากต่อการเมืองสหรัฐฯ เพราะไม่เคยมีผู้นำสหรัฐฯ ถูกดำเนินคดีอาญาจากรัฐบาลกลางมาก่อนในประวัติศาสตร์ ที่สำคัญข้อหาที่โดนเป็นข้อหาที่ร้ายแรงทั้งสิ้น และดูเหมือนอัยการในคดีจะมีหลักฐานที่แน่นหนา

 อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า คดีนี้จะมีผลทำให้ทรัมป์หายไปจากการเมืองหรือความนิยมตกต่ำลง เพราะในคราวที่ถูกดำเนินคดีอาญาที่ศาลแมตฮัตตัน คะแนนนิยมของทรัมป์กลับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ชี้ว่า การคาดการณ์ทางการเมืองที่เคยใช้ได้ อาจใช้ไม่ได้กับกรณีของทรัมป์

และดูเหมือนทรัมป์จะรู้ปรากฎการณ์นี้ เพราะหลังจากที่คณะลูกขุนใหญ่ของไมอามีได้ยืนยันการฟ้องร้องคดีอาญา 37 กระทงต่อเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แทนการนิ่งเฉยทรัมป์เลือกออกมาตอบโต้กระทรวงยุติธรรมอย่างดุเดือด

โดยบนเวทีหาเสียงในรัฐจอร์เจียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทรัมป์โจมตีกระทรวงยุติธรรมอย่างหนักว่ากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือของพรรคเดโมแครตในการล่าแม่มด เพื่อสกัดไม่ให้เขากลับมาลงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า

ผลสำรวจของรอยเตอร์ อิปซอส ล่าสุดซึ่งไปถามความเห็นของคนที่จะโหวตให้กับพรรครีพับลิกันพบว่า ทรัมป์ยังมีคะแนนนำเหนือคู่แข่งทุกคนในพรรค โดยร้อยละ 43 ต้องการให้ทรัมป์เป็นตัวแทนพรรค ตามมาด้วย รอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริกาที่ได้ไปร้อยละ 22  คะแนนิยมที่สูงของทรัมป์ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ทรัมป์อาจได้รับการเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนของพรรคถึงแม้ว่าจะเจอกับหลายคดีก็ตาม

คำถามก็คือว่า การโดนคดีแบบนี้เป็นอุปสรรคต่อการลงเลือกตั้ง รวมถึงการเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์หรือไม่หากเขาชนะขึ้นมา คำตอบของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนรายนี้คือ ไม่เป็นอุปสรรค เนื่องจากกฎหมายกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะลงเลือกตั้งไว้เพียง 3 ข้อเท่านั้น นั่นก็คือ ต้องเป็นพลเมืองอเมริกันโดยกำเนิด ต้องมีอายุไม่ต่ำว่า 35 ปี และมีถิ่นที่อยู่ในสหรัฐฯ

โดยถูกต้องตามกฎหมายไม่ต่ำกว่า 14 ปี นั่นหมายความว่า ในทางทฤษฎี ถึงแม้ทรัมป์จะถูกตัดสินว่าผิดและถูกตัดสินจำคุก เขาก็ยังสามารถเป็นประธานาธิบดีได้

LPGA2024_22B LPGA2024_22B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ