เมื่อวานนี้ (7 ส.ค.) กองทัพอากาศสหรัฐฯ รายงานว่า ตรวจพบสารก่อมะเร็งในระดับที่ไม่ปลอดภัย ในศูนย์ควบคุมการปล่อยจรวดใต้ดินที่ฐานขีปนาวุธนิวเคลียร์ในรัฐมอนทานา
กองบัญชาการจู่โจมทั่วโลกของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุในถ้อยแถลงว่า “การค้นพบนี้เป็นครั้งแรกจากการสุ่มตัวอย่างฐานขีปนาวุธข้ามทวีปของสหรัฐฯ ที่ใช้งานอยู่ เพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านมะเร็งที่เจ้าหน้าที่ยิงขีปนาวุธหยิบยกขึ้นมา”
ในตัวอย่างที่ตรวจสอบ ฐานปล่อยขีปนาวุธ 2 แห่งที่ฐานทัพอากาศมาล์มสตรอม (Malmstrom) ในมอนทานา แสดงระดับสารโพลีคลอริเนเต็ดไบฟีนิล (PCB) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ลักษณะเป็นของเหลวหนืด สูงกว่าเกณฑ์ที่แนะนำโดยหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (EPA)
นายพลโทมัส บุสเซียร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการจู่โจมทั่วโลกของกองทัพอากาศ ได้สั่งการ “ใช้มาตรการเร่งด่วน เพื่อเริ่มกระบวนการทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และลดโอกาสที่นักบินและเจ้าหน้าที่ของเราจะได้รับหรือเผชิญสภาวะที่อาจเป็นอันตราย”
แก้แค้น! ชนเผ่ามาไซในเคนยาใช้หอกไล่แทงช้างจนตาย
รายงานสรุปทางทหารในเดือนมกราคมแสดงให้เห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ขีปนาวุธในอดีตและปัจจุบันที่มาล์มสตรอมรวมอย่างน้อย 9 คน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma) ซึ่งเป็นมะเร็งเม็ดเลือดที่หายาก
จากรายงานดังกล่าว โรงเรียนเวชศาสตร์การบินและอวกาศของกองทัพอากาศจึงเริ่มการศึกษาเกี่ยวกับมะเร็งในพื้นที่ฐานขีปนาวุธทั้งหมด เพื่อตรวจหาความเป็นไปได้ของการเกิดมะเร็ง ว่ามีโอกาสมาจากฐานขีปนาวุธหรือไม่
จากข้อมูลของ Torchlight Initiative ทหารอย่างน้อย 268 นายที่ประจำการในพื้นที่ขีปนาวุธนิวเคลียร์ หรือสมาชิกในครอบครัวที่รอดชีวิตของพวกเขา ได้รายงานตนเองว่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง โรคเลือด หรือโรคอื่นๆ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
มีรายงานผู้ป่วยอย่างน้อย 217 รายที่เป็นมะเร็ง และในจำนวนนี้อย่างน้อย 33 รายเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน
โดยปกติ “เจ้าหน้าที่ยิงขีปนาวุธ” ของกองทัพสหรัฐฯ มีจำนวนที่น้อยมาก โดยมีสมาชิกประจำการอยู่เพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นที่ทำหน้าที่เป็นผู้ยิงขีปนาวุธจากฐานขีปนาวุธข้ามทวีป
เจ้าหน้าที่ยิงขีปนาวุธคือเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ควบคุมการปล่อยขีปนาวุธใต้ดิน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการเฝ้าติดตามสถานการณ์ และหากได้รับคำสั่ง ก็จะเป็นผู้กดปุ่มปล่อยอาวุธนิวเคลียร์จากฐาน
ทั้งนี้ ฐานขีปนาวุธหลายแห่งมรสหรัฐฯ ถูกสร้างขึ้นมานานแล้ว เช่น ศูนย์ควบคุมมินิตแมน 3 (Minuteman III) ที่ถูกสร้างมากว่า 60 ปีแล้ว ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่มีอายุหลายทศวรรษ จนเกิดข้อกังวลด้านสุขภาพหลายอย่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับการระบายอากาศ คุณภาพน้ำ และสารพิษที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ยิงขีปนาวุธไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากในการเข้างาน 1 กะ พวกเขาจะต้องใช้เวลา 24-48 ชั่วโมงในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ฐานใต้ดิน
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
ภาพจาก AFP