เอกสารคำฟ้องความยาว 97 หน้า เป็นคำตัดสินของคณะลูกขุนใหญ่ ประจำฟูลตัน เคาน์ตี ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ ที่มีความเห็นให้สั่งฟ้องทางอาญาต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมพวกรวม 19 คน ในข้อหาพยายามล้มผลการเลือกตั้งของรัฐจอร์เจียเมื่อปี 2020 คนที่ตกเป็นจำเลยร่วมกับทรัมป์ก็อย่างเช่น รูดี จิลเลียนี ในฐานะทนายความ, มาร์ค มีโดวส์ อดีตหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว, จอห์น อีสต์แมน อดีตทนายความประจำทำเนียบขาว และ เจฟฟรีย์ คลาร์ก อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม
เอกสารแถลงการณ์นี้ได้ระบุถึงความผิดทั้งหมด 41 กระทง หลักๆ คือ ให้เท็จต่อฝ่ายนิติบัญญัติ สวมรอยเจ้าหน้าที่รัฐฯ ปลอมแปลงเอกสาร คุกคามเจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง รวมถึงวางแผนที่จะแต่งตั้งคณะผู้เลือกตั้งชุดใหม่เพื่อคว่ำผลการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย โดยบางกระทงมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี
ฟานี วิลลิส อัยการเขตฟูลตัน เคาน์ตีแถลงว่า จากข้อมูลผลการสอบสวนพบว่า จำเลย 19 คนละเมิดกฎหมายของรัฐจอร์เจียจริง และทั้งหมดเผชิญความผิดทางอาญารวม 41 กระทง
จอร์เจีย เป็นหนึ่งในรัฐหรือฐานที่มั่นของพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2020 ที่นี่เป็นสมรภูมิที่สำคัญที่ชี้อนาคตว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ระหว่างโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน
ผลการเลือกตั้งออกมาสูสีมาก โดยในระหว่างการนับคะแนนที่โจ ไบเดนนำทรัมป์อยู่เล็กน้อย มีรายงานว่าทีมงานของทรัมป์ได้พยายามทำหลายอย่างเพื่อเปลี่ยนผลหรือล้มการเลือกตั้งในรัฐนี้
นอกเหนือจากคดีในรัฐจอร์เจียแล้ว ในเอกสารคำฟ้องดังกล่าวยังได้พาดพิงไปยังรัฐอื่นๆ โดยระบุว่า ที่ปรึกษาของทรัมป์ ได้ยกระดับแผนการสมรู้ร่วมคิดด้วยการโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่ในรัฐแอริโซนา เพนซิลเวเนีย และรัฐอื่นๆ เพื่อพยายามจะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งในรัฐดังกล่าวด้วย สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นกระบวนการส่งคดีต่อไปยังผู้พิพากษาเพื่อกำหนดวันพิจารณาคดีต่อไป ซึ่งสำนักงานอัยการเขตฟูลตัน เคาน์ตีจะดำเนินการภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม อัยการเขตฟูลตัน เคาน์ตี ได้เปิดโอกาสให้จำเลยทั้งหมดเข้ามอบตัวภายในวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น
ขณะที่ทรัมป์ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันที โดยวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นการสอบสวนคดีในรัฐจอร์เจียว่าเป็นการล่าแม่มด และอ้างว่าการสอบสอบของอัยการมีแรงจูงใจทางการเมือง เนื่องจากเวลานี้เขาเป็นตัวเต็งผู้สมัครท้าชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ และการออกมาตั้งข้อหาดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสร้างความเสื่อมเสียและความเสียหายต่อการหาเสียงของเขา
คดีพยายามล้มการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจียถือเป็นคดีอาญาคดีที่ 4 ที่ทรัมป์โดนนับตั้งแต่หมดวาระ โดยคดีนี้ได้เบาะแสการสอบสวนและขยายผลมาจากการตั้งข้อหาทรัมป์จากอัยการของรัฐบาลกลางเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
เดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 อัยการย้อนรอย คดี “ทรัมป์” ล้มผลการเลือกตั้งปี 2020 ในรัฐจอร์เจีย เปิดสำนวนการสอบสวนทรัมป์กับพวก โดยขยายผลมาจากเอกสารและหลักฐานของอัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ชี้ว่า ทีมงานของทรัมป์มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยที่รัฐจอร์เจียระหว่างการเลือกตั้งเมื่อปี 2020
หนึ่งในพฤติกรรมที่ว่าเกิดขึ้นเมื่อ 2 มกราคมปี 2021 โดยเอกสารของอัยการรัฐบาลกลางระบุว่า ทรัมป์ได้โทรหา แบรด ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ เลขาธิการแห่งรัฐจอร์เจีย เพื่อกดดันให้พลิกผลการเลือกตั้ง โดยให้หาคะแนนเสียงกว่า 11,780 คะแนนให้กับเขา เพราะหากเขาได้คะแนนเพิ่มในจำนวนเท่านี้จะทำให้เขาเอาชนะโจ ไบเดน ในรัฐนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ ปฏิเสธไม่ทำตามคำขอของทรัมป์ และทำให้ทรัมป์พ่ายแพ้โจ ไบเดนในรัฐดังกล่าวไปด้วยคะแนนเฉียดฉิว ก่อนที่ในวันที่ 6 มกราคม 2021 หรืออีก 4 วันต่อมา กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ได้บุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อขัดขวางไม่ให้มีการรับรองชัยชนะของโจ ไบเดน
คดีบุกอาคารรัฐสภาเป็นอีกหนึ่งคดีอาญาที่ทรัมป์ต้องเผชิญ โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะลูกขุนใหญ่หรือ Grand Jury ของสหรัฐฯ เพิ่งจะมีมติให้สั่งฟ้อง โดยเจ้าของคดีคือกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลาง
ภาพของทรัมป์ที่เดินทางไปขึ้นศาลที่กรุงวอชิงตันดีซีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เพื่อรับฟังข้อกล่าวหา กระบวนการในห้องพิจารณาคดีใช้เวลา 42 นาที โดยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทุกกระทง ข้อกล่าวหาทั้งหมดมี 4 กระทง เป็นข้อหาที่เกี่ยวข้องกับความพยายามล้มผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2020 ซึ่งในครั้งนั้น ทรัมป์ลงสมัครในนามพรรครีพับลิกัน และต้องพ่ายแพ้ให้แก่ โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตไป
ข้อกล่าวหา 4 กระทงคือ 1. สมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกงรัฐบาล 2. สมรู้ร่วมคิดเพื่อขัดขวางการดำเนินการของทางการ 3. ขัดขวางและพยายามขัดขวางการดำเนินการของทางการ 4. สมรู้ร่วมคิดเพื่อละเมิดสิทธิ เอกสารคำฟ้องความยาว 45 หน้าลงรายละเอียดส่วนหนึ่งไว้ว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมุ่งมั่นที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปด้วยการเผยแพร่คำโกหกว่ามีการโกงเลือกตั้งเกิดขึ้น ทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องเท็จ แต่ก็ยังกล่าวซ้ำและเผยแพร่
อีกช่วงที่สำคัญของเอกสารคำฟ้องคือ การระบุว่า ทรัมป์มีส่วนในการปลุกระดมผู้สนับสนุนให้เข้าขัดขวางกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้งของสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 เหตุการณ์ในวันนั้นถือเป็นรอยด่างของประชาธิปไตยของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 208 ปีที่สัญลักษณ์อำนาจของประชาชนอย่างอาคารรัฐสภาถูกบุกรุก นี่คือการหยามเกียรติและทำลายกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศอย่างร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม ในการให้การต่อศาล ทรัมป์ระบุว่าเขาไม่ได้มีส่วนในการปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนบุกอาคารรัฐสภา ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อในเวลาต่อมาว่า การกล่าวฟ้องของรัฐบาลกลางครั้งนี้คือการกลั่นแกล้งศัตรูทางการเมืองที่ไม่ควรเกิดขึ้น
แจ็ค สมิธ อัยการพิเศษซึ่งเป็นเจ้าของคดีระบุว่า ต้องการให้การพิจารณาคดีครั้งนี้เริ่มให้เร็วที่สุด โดยนัดหมายที่ทรัมป์ต้องมาศาลครั้งต่อไปคือวันที่ 28 สิงหาคมที่จะถึงนี้