ตาลีบันฉลองครบรอบ 2 ปี หวนคืนสู่อำนาจในอัฟกานิสถาน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปี ของการหวนคืนสู่อำนาจของกลุ่มตาลีบัน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา การเฉลิมฉลองเกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจและสิทธิทางการศึกษาของผู้หญิงที่ถูกลิดรอน

ภาพบรรยากาศของการเฉลิมฉลองที่เกิดขึ้นที่กรุงคาบูล ในโอกาสครบรอบ 2 ปี ของกลับคืนสู่อำนาจของกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานเด็กๆในชุดลายพราง ทหารตาลีบันในยานพาหนะทหารพากันโบกธงอิสลามเอมิเรตแห่งอัฟกานิสถานตามท้องถนนของเมืองหลวง ชาวอัฟกันที่เข้าร่วมชมการเฉลิมฉลองบอกว่า วันนี้เป็นวันที่พวกเขามีความสุขมากเพราะเป็นวันที่ขับไล่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นศัตรูออกจากประเทศได้

นอกจากนี้ยังมีประชาชนบางส่วนรวมตัวกันใกล้กับสถานทูตสหรัฐฯที่ตั้งอยู่ในกรีนโซน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา และมีทหารคอยตรวจตราอย่างเข้มงวด

กลุ่มตาลีบัน สังหารผู้บงการเหตุระเบิดสนามบินคาบูลเมื่อปี 2021

สมาชิกตาลีบันจ่ายเงินซื้อ “เครื่องหมายยืนยันตัวตน” บนทวิตเตอร์

 ขณะที่ซาบีฮุลเลาะห์ มูจาฮิด ( Zabihullah Mujahid) โฆษกตาลีบันได้กล่าวแสดงความยินดีกับเหล่านักรบเนื่องในวันครบรอบ 2 ปี ของการพิชิตกรุงคาบูลและชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้

การเข้ายึดครองเมืองหลวงของอัฟกานิสถานของกลุ่มตาลีบันเมื่อ 2 ปีที่แล้วเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย จนสร้างความประหลาดใจให้กับคนทั้งโลก แล้วเหตุการณ์สำคัญในวันนั้นและหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เช้าตรู่ของวันที่ 15 สิงหาคม ปี 2021 กลุ่มนักรบตาลีบันหลายพันคนทยอยขนกำลังเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานโดยปราศจากการต่อต้านจากกองกำลังรัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดีอัชราฟ กานีหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ก็ปรากฏภาพของนักรบตาลีบันหลายสิบคนในทำเนียบประธานาธิบดี ก่อนที่ผู้บัญชาการกลุ่มจะประกาศว่า ตาลีบันได้ยึดครองอัฟกานิสถานได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

ตาลีบันเคยปกครองอัฟกานิสถานอยู่ 6 ปี คือในช่วงปี 1996-2001 เป็นช่วงเวลาที่โลกจดจำตาลีบันในฐานะผู้ปกครองที่โหดร้ายด้วยการใช้กฎหมายอิสลามที่สุดโต่ง แต่ตาลีบันต้องหลุดจากอำนาจหลังจากสหรัฐฯ และพันธมิตรเข้าโจมตีอัฟกานิสถานเมื่อต้นเดือนตุลาคมปี 2001 ไม่กี่สัปดาห์หลังเกิดเหตุวินาศกรรมอาคารเวิลด์เทรดเซนเตอร์ หรือ เหตุการณ์ 911 เพื่อตามล่าหาตัวโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ซึ่งอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมดังกล่าว  รัฐบาลตาลีบันถูกโค่นล้มในฐานะที่ให้ที่พักพิงและเป็นพันธมิตรกับบิน ลาเดนจากนั้นสหรัฐฯ และพันธมิตรก็สนับสนุนให้อัฟกานิสถานจัดการเลือกตั้งใหม่ ก่อนจะมีการประจำการทหารไว้ที่นั่นนานกว่า 20 ปี และเริ่มถอนทหารออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคม 2021

การถอนทหารของสหรัฐฯ เป็นโอกาสให้ตาลีบันรุกกลับ ยึดคืนแทบทุกพื้นที่ของอัฟกานิสถานได้ รวมถึงกรุงคาบูล เมืองหลวง

การเข้ายึดครองเมืองหลวงของอัฟกานิสถานของกลุ่มตาลีบัน ทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างหนัก บรรดาผู้หญิงต้องหลบอยู่แต่ในบ้าน จำนวนมากพากันไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคาร  ขณะที่ผู้คนจำนวนมากที่ยังจดจำถึงวันเวลาอันโหดร้ายภายใต้การปกครองของตาลีบัน จึงมุ่งหน้าไปที่สนามบินเพื่อหาทางหลบหนี บางส่วนปีนรั้วเพื่อเข้าไปในรันเวย์ และวิ่งตามเครื่องบินขนส่งสหรัฐฯ บางคนเกาะขึ้นไปบนเครื่องบิน จนเกิดภาพสุดสลดเมื่อมีคนพลัดตกลงมาเสียชีวิต

สหรัฐฯ และชาติตะวันตกตัดสินใจอพยพทหารและพลเรือนออกจากที่นั่นทั้งหมดอย่างเร่งรีบ

ช่วงคืนของวันที่ 30 สิงหาคม 2021 ทหารและพลเรือนกลุ่มสุดท้ายได้ออกจากสนามบินนานาชาติฮามิด คาร์ไซ ของกรุงคาบูล ตามกำหนดเส้นตาย สิ้นสุดปฏิบัติการทางทหารที่ยาวนานถึง 20 ปี ในอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ วินาทีที่เที่ยวบินสุดท้ายของสหรัฐฯ ออกจากสนามบินในกรุงคาบูล กลุ่มตาลีบันได้ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ

การขึ้นมาปกครองอัฟกานิสถานของกลุ่มตาลีบันได้สร้างความกังวลให้กับชาวอัฟกานิสถานและนานาชาติในหลายด้าน

สิ่งที่ผู้คนกังวลมากที่สุดคือ ประเด็นเรื่องสิทธิผู้หญิง เนื่องจากในช่วงที่ตาลีบันปกครองประเทศในปี 1996-2001 มีการควบคุมและจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงอย่างหนัก 2 ปีภายใต้การปกครองของตาลีบัน สิทธิของผู้หญิในอัฟกานิสถานถูกลิดรอนตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ และถึงแม้จะไม่หนักหนาเหมือนกับการครองอำนาจคราวที่แล้ว แต่ก็อยู่ในระดับที่ทำให้หลายคนเป็นกังวล โดยเฉพาะการลิดรอนโอกาสทางด้านการศึกษาและการทำงาน

ปลายเดือนมีนาคมปี 2022 รัฐบาลตาลีบันได้ยกเลิกคำสั่งอนุญาตให้เด็กผู้หญิงระดับชั้นมัธยมเข้าเรียนหนังสือแบบฟ้าผ่า ก่อนที่ต่อมาจะออกคำสั่งให้ผู้หญิงอยู่แต่ในบ้าน และห้ามออกจากบ้านยกเว้นแต่จะมีงานสำคัญจากนั้นในช่วงปลายปีในปีเดียวกันได้สั่งห้ามผู้หญิงใช้โรงยิมและสวนสาธารณะทั่วประเทศ รวมถึงห้ามนักศึกษาผู้หญิงเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และห้ามผู้หญิงอัฟกานิสถานทำงานกับกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนระดับชาติ และระดับนานาชาติ หลังจากบังคับให้พวกเธอออกจากการทำงานส่วนอื่นๆหมดแล้ว

การจำกัดสิทธิผู้หญิงของรัฐบาลตาลีบัน ทำให้สหประชาชาติระบุว่า อัฟกานิสถานกลายเป็นประเทศที่มีการกดขี่ข่มเหงผู้หญิงและเด็กผู้หญิงมากที่สุดในโลก และทำให้พวกเธอขาดสิทธิขั้นพื้นฐานเกือบทั้งหมด

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาผู้หญิงอัฟกานิสถานต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด และวันแห่งชัยชนะของกลุ่มตาลีบันถือเป็นฝันร้ายสำหรับพวกเธอ รวมถึงหญิงวัย 27 ปีคนนี้  ก่อนที่กลุ่มตาลีบันจะเข้ายึดครองประเทศ เธอเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูลของโครงการการศึกษานานาชาติ แต่ต้องตกงาน หลังโครงการดังกล่าวปิดตัวลง

จากนั้นเธอได้ไปเป็นครูโรงเรียนเอกชนสำหรับเด็กผู้หญิง ซึ่งเป็นงานที่เธอทำได้เพียง 1 ปี ก่อนที่ตาลีบันจะสั่งห้ามไม่ให้เด็กผู้หญิงเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย แม้จะตกงานถึงสองครั้งในรอบ 2 ปี แต่เธอก็ไม่สิ้นหวัง หรือยอมแพ้อะไรง่ายๆ เธอตัดสินใจลุกขึ้นมาเปิดโรงเย็บผ้าเพื่อส่งออกไปขายที่ต่างประเทศ โดยจ้างอดีตเพื่อนร่วมงานของเธอ 15 คน ที่ตกงานตั้งแต่กลุ่มตาลีบันเข้ายึดครองประเทศมาเป็นลูกจ้าง

อีกปัญหาที่เกิดขึ้นจากการถูกบังคับหรือลิดรอนสิทธิคือ ปัญหาสุขภาพจิตมีรายงานว่า ผู้หญิงจำนวนมากเผชิญกับภาวะซึมเศร้าอย่างหนักจิตแพทย์รายหนึ่งระบุว่า ก่อนที่กลุ่มตาลีบันจะเข้ามาปกครองอัฟกานิสถาน มีผู้ป่วยเข้ามาพบเขา 4-5 คนต่อวัน แต่ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 10-15 คนต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง  โดยการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยหญิงเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นหลังจากที่กลุ่มตาลีบันห้ามนักศึกษาหญิงเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย 

ทั้งนี้องค์กรสาธารณสุขประเมินว่า ความเสียหายจากสงครามและความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานมานานหลายสิบปี ส่งผลให้ชาวอัฟกานิสถานกว่าครึ่งประสบปัญหาด้านจิตใจ แต่เข้าถึงหน่วยบริการด้านสุขภาพจิตได้น้อยมากและไม่ทราบตัวเลขที่แน่ชัด แต่จิตแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือด้านดังกล่าวระบุว่า ผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิตหลังตาลีบันมีคำสั่งจำกัดการทำงานและการศึกษาของผู้หญิง

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ