ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ยังไม่น่าไว้วางใจยังคงมีการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโส สายทหาร เปิดเผยในรายการ “เรื่องใหญ่LiveTalk” ว่า ตอนนี้กองทัพไทยมีการถอนกำลังจากพื้นที่ชายแดนหลายจุด ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องยุทธการของการปรับเปลี่ยนกำลัง โดยกองทัพบกประเมินแล้วว่าจะยังไม่มีการสู้รบในห้วงเวลา 3-4 เดือน เพราะจะต้องรอการประชุม JBC ก่อนซึ่งจะมีขึ้นได้หลังจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็เลยให้ทหารได้พัก เพราะตั้งแต่การรบรอบแรกหน่วยยังไม่ได้พักเลย
ดังนั้นก็จะมีทั้งส่วนที่เป็นการสับเปลี่ยนกำลัง และอีกส่วนที่ถอนกำลังออกไปเลย แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ยุทธศาสตร์ หรือพื้นที่ที่ถูกพูดถึงในข่าวเยอะๆ กำลังทหารยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่กำลังที่ถอนออกไปเป็นกำลังที่อยู่หลังแนวหน้าออก แต่กำลังทหารที่อยู่แนวหน้าและพื้นที่จุดยุทธศาสต์สำคัญไม่มีการถอนออก แต่พื้นที่ไหนที่ดูแล้วว่ามีความเสี่ยงน้อยก็ถอนกำลังออกไปพักก่อน รวมทั้งซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อม ถ้ามีอะไรก็พร้อมที่จะมาใหม่
“ส่วนชาวบ้านให้สบายใจเถอะ เพราะทหารที่อยู่หน้าแนวยังอยู่ และถ้ามีอะไรภายในไม่กี่ชั่วโมงทหารเรามาทันอยู่แล้ว และทหารเรายังมีความอยากที่จะรบต่ออยู่ และเขมรตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้พร้อม 100%”
นอกจากนั้นก็ยังมีปัจจัยอื่นที่ถูกนำมาพิจารณาประกอบทั้งเรื่องปัญหาน้ำมันราคาสูงซึ่งราคาน้ำมันฝั่งกัมพูชาสูงกว่าไทยอีก หากมีการรบค่าใช้จ่ายจะเพิ่มคูณ 2-3 เท่า นอกจากนั้นก็ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้สำคัญที่สะท้อนว่าจะนำไปสู่การรบรอบ 3 นอกจากนั้นยังมีเหตุผลเรื่องงบประมาณ เพราะไทยมีทหารประจำการชายแดนประมาณ 40,000 คน เบี้ยเลี้ยงทหารต่อวันเกือบ 10 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งเฉพาะงบกำลังพลตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 ถึงมี.ค. 2569 ใช้ไปแล้วประมาณ 2,400 ล้านบาท ซึ่งจากการรบรอบแรกและรอบสองจนถึงช่วงเวลาหยุดยิงที่ผ่านมา คาดว่าใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท