เฮอริเคนฮิลารี พัดถล่มรัฐแคลิฟอร์เนีย ครั้งแรกในรอบ 84 ปี


โดย PPTV Online

เผยแพร่




อิทธิพลของพายุเฮอริเคนฮิลารีที่กำลังพัดถล่มทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกที่ถล่มแถบนี้ในรอบ 84 ปี หรือตั้งแต่ปี 1939 อิทธิพลของพายุทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเฉียบพลัน จนทางการต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

กระแสน้ำแรงและน้ำที่เอ่อล้นท่วมถนนในเมืองปาล์มสปริงส์ เมืองทะเลทรายของรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังเฮอริเคนฮิลารีขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของรัฐเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น อิทธิพลของพายุทำให้ฝนตกหนักมากกว่าปกติ นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่าปริมาณน้ำฝนที่วัดได้สูงถึง 152-254 มิลลิเมตร จากปกติที่ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว 117 มิลลิเมตรต่อปี

ชาวเมืองปาล์มสปริงส์บอกว่าไม่เคยเจอกับฝนตกหนักและปริมาณน้ำเยอะแบบนี้มาก่อน เพราะโดยปกติพื้นที่แถบนี้มักแห้งแล้ง อีกจุดที่ฝนตกหนักผิดปกติคือ หุบเขามรณะ หรือ Death Valley

พายุ “ฮิลารี” อ่อนกำลัง ขณะมุ่งหน้าขึ้นฝั่งแคลิฟอร์เนีย

อินเดียเผย ปี 2022 พลเมืองสละสัญชาติทุบสถิติในรอบกว่า 10 ปี

นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฝนที่ตกหนักอาจทำให้บริเวณนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ทะเลทรายมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงถึง 76-101 มิลลิเมตร จากปกติที่มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยอยู่ที่ 55 มิลลิเมตรตลอดทั้งปี

เฮอริเคนฮิลารีขึ้นฝั่งที่ประเทศเม็กซิโกตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาด้วยความรุนแรงระดับ 4 ก่อนจะพัดต่อไปยังสหรัฐฯ และหลังจากนั้นก็อ่อนกำลังลง เมื่อวานนี้ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NHC ระบุว่า เฮอริเคนฮิลารีลดระดับความรุนแรงมาอยู่ที่ระดับ 1 กลายเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยคาดว่าหลังจากพัดถล่มแคลิฟอร์เนียแล้ว พายุจะเคลื่อนเข้าสู่รัฐเนวาดา ออริกอน ไอดาโฮ และรัฐแอริโซนาในช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นก็จะสลายตัวไป

ถึงแม้จะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ เตือนว่า อิทธิพลของพายุฮิลารียังคงรุนแรง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ที่อันตรายถึงชีวิตได้

ด้านกาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดทางตอนใต้ของรัฐ รวมถึงนครลอสแอนเจลิส เมืองใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการจราจรบนท้องถนนและเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดดินโคลนถล่ม สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนหนทาง สะพาน และเสาไฟฟ้า

ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียยังส่งทีมกู้ภัยลงพื้นที่เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติรุนแรง รวมถีงแจกจ่ายกระสอบทรายให้ประชาชนกว่า 300,000 ใบเพื่อลดความรุนแรงที่อาจเกิดจากอิทธิพลของเฮอริเคน ขณะที่เมื่อวานนี้เที่ยวบินกว่า 1,000 เที่ยวที่บินไปกลับ

รัฐแคลิฟอร์เนียถูกยกเลิกชั่วคราวและโรงเรียนบางแห่งได้ประกาศปิดทำการจนถึงวันนี้ ในส่วนของประชาชนก็มีการเตรียมรับมือกับเฮอริเคนฮิลารีล่วงหน้าเช่นกัน  นี่คือภาพผู้คนในเมืองมาลิบู เมืองชายฝั่งของรัฐแคลิฟอร์เนียที่ออกมาซื้อของกักตุนเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นจากอิทธิพลของเฮอริเคนบางส่วนช่วยกันทำกระสอบทรายสำหรับสร้างแนวป้องกันน้ำที่อาจเอ่อล้นท่วมบ้านของตนเอง

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในเม็กซิโก หลังเฮอริเคนฮิลารีได้พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมารัฐที่กระทบหนักที่สุดคือ รัฐบาฮากาลิฟอร์เนีย ที่ขณะนี้หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง ประชาชนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก

บางส่วนที่อพยพออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมต้องใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว รัฐนี้กระทบหนักที่สุดเพราะเป็นด่านหน้ารับพายุ โดยตอนที่เฮอริเคนฮิลารีพัดเข้ามามีระดับความรุนแรงที่ระดับ 4 จากทั้งหมด 5 ระดับ  จนถึงขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย จากการถูกกระแสน้ำพัดไปขณะอยู่ในรถของตนเอง

ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างแคนาดากำลังเผชิญกับไฟป่าอย่างหนักในรัฐบริติชโคลัมเบีย ทางตะวันตกของประเทศ โดยทางการได้สั่งอพยพผู้คนกว่า 30,000 คนออกจากพื้นแล้ว

นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโดของแคนาดา ได้ประกาศยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ไฟป่า โดยระบุว่านี่เป็นเหตุไฟป่าที่รุนแรงเป็นพิเศษ พร้อมประกาศส่งกองกำลังแคนาดาเข้าช่วยเหลือทีมดับเพลิงแล้ว นอกจากนี้ยังกล่าวว่า รัฐบาลกลางแคนาดาได้ประสานงานกับหน่วยงานระดับภูมิภาคและหน่วยงานระดับท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าจะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างเต็มที่

ด้านเจอร์ราด ชโรเดอร์ รองผู้จัดการศูนย์ดับเพลิงแห่งเมืองคัมลูปส์ของรัฐบริติชโคลัมเบียระบุว่าขณะนี้ไฟป่าได้เผาทำลายพื้นที่กว่า 68,000 ไร่แล้ว และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้  อย่างไรก็ดี รองผู้จัดการศูนย์ดับเพลิงแห่งเมืองคัมลูปส์คาดว่าในอีก 24-36 ชั่วโมงข้างหน้า ระดับความชื้นในอากาศจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และอาจช่วยให้หน่วยดับเพลิงสามารถควบคุมไฟป่าได้ดียิ่งขึ้น

เหตุไฟป่าแคนาดาครั้งนี้มีชื่อว่า ไฟป่าแม็คดูกัลล์ครีก (McDougall Creek) เริ่มขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ที่บริเวณเมืองคีโลว์นาซึ่งอยู่ห่างจากนครแวนคูเวอร์ไปทางตะวันออกราว 300 กิโลเมตร

ทางการรัฐบริติชโคลัมเบียได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าที่มีแนวโน้มลุกลามหนัก ทำให้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางการได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 35,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว ขณะที่อีกราว 30,000 คนอยู่ภายใต้คำสั่งเตรียมรออพยพ  นอกจากนี้ ทางการยังสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนเดินทางโดยมีไม่มีความจำเป็นและหลีกเลี่ยงการใช้โดรนเพื่อถ่ายภาพใดๆ เนื่องจากอาจขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ส่วนอีกจุดหนึ่งที่กำลังเผชิญกับไฟป่าอย่างหนักคือประเทศสเปน ในทวีปยุโรป

นี่คือภาพไฟป่าที่ยังคงโหมกระหน่ำบนเกาะเตเนริเฟ ในหมู่เกาะคานารีของสเปนเมื่อวานนี้ และมีรายงานว่าไฟได้ลุกลามเข้าสู่บริเวณที่อยู่อาศัยแล้ว ส่งผลให้ทางการของเกาะเตเนริเฟสั่งอพยพประชาชนกว่า 12,000 คนออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ไฟป่าบนเกาะเตเนริเฟเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้เผาไหม้พื้นที่กว่า 50,000 ไร่แล้ว

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่า สภาพอากาศบนเกาะขณะนี้เริ่มเย็นขึ้นเล็กน้อย อาจช่วยให้สามารถควบคุมเพลิงได้ดีขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้มีสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งจนไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

ทั้งนี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แคนาดาและสเปนเผชิญกับไฟป่ารุนแรงแล้วหลายครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและความแห้งแล้งเพิ่มขึ้น

LPGA2024_B LPGA2024_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ