รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มกลางตลาดยูเครน พลเรือนเสียชีวิต 17 ราย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีกลางตลาดทางภาคตะวันออกของยูเครน พลเรือนเสียชีวิต-บาดเจ็บหลายสิบราย ถือเป็นการโจมตียูเครนครั้งที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบปี

สงครามยูเครนดำเนินมาอย่างดุเดือดเป็นเวลา 19 เดือนแล้วขณะนี้ปฏิบัติการโต้กลับของยูเครนที่กำลังเข้าสู่เดือนที่ 4 มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้การโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น โดยพื้นที่ที่ถูกขีปนาวุธโจมตีครั้งนี้คือเมืองคอสเตียนตินีฟกา ในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครน จากภาพจะเห็นว่าขีปนาวุธที่รัสเซียยิงมายังแผ่นดินยูเครนตกลงที่ตลาดแห่งหนึ่งใจกลางเมือง ขณะที่มีประชาชนจำนวนหนึ่งกำลังสัญจรอยู่บนถนน

เสียชีวิต 17 ราย ขีปนาวุธโจมตีตลาดในประเทศยูเครน

สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม คาด "ปูติน" ระดมทหารถล่มยูเครนอีกครั้ง

หลังจากที่ขีปนาวุธตกลงบริเวณถนน ประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุล้มลงจากแรงระเบิดและมีจำนวนหนึ่งที่วิ่งหนีออกจากที่เกิดเหตุ อีกทั้งการระเบิดของขีปนาวุธยังส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้บริเวณที่มีการโจมตี

นอกจากตลาดแล้ว โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนได้ออกมาเปิดเผยว่า ยังมีจุดอื่นๆ ที่ถูกขีปนาวุธโจมตีคือ ร้านค้าต่างๆ และร้านขายยาบริเวณใกล้เคียง

จุดหนึ่งที่เกิดการโจมตีขณะที่มีพลเรือนอยู่ในพื้นที่คือร้านขายยา ประชาชนยูเครนรายหนึ่ง ซึ่งเป็นพนักงานร้านขายยาและรอดชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธเล่าวินาทีที่เกิดเหตุว่า เธอเห็นแต่แสงสว่างวาบในจังหวะที่ขีปนาวุธยิงมาโจมตี หลังจากนั้นก็เห็นแต่เปลวไฟและควันไฟลอยเต็มไปทั่ว การโจมตีดังกล่าวยังทำให้มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ล่าสุด ทางการยูเครนออกมาระบุว่าเหตุโจมตีส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 33 คน โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กรวมอยู่ด้วย ส่วนการช่วยเหลือและกู้ภัย อิฮอร์ คลีเมนโก รัฐมนนตรีกระทรวงมหาดไทยของยูเครนได้ออกมาระบุว่าขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และสามารถควบคุมเพลิงได้แล้วเช่นกัน ขณะที่ประธานาธิบดี

ยูเครนได้ออกมาประณามการกระทำของรัสเซียครั้งนี้ผ่านบัญชีเอ็กซ์ หรือทวิตเตอร์ในชื่อเดิมว่า “ไร้มนุษยธรรมอย่างถึงที่สุด”

ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศด้วยโดรนและขีปนาวุธโดยรัสเซียเกิดขึ้นบนแผ่นดินยูเครนบ่อยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยูเครนสามารถรุกคืบบริเวณแนวรบของปฏิบัติการโต้กลับได้ อย่างไรก็ดี แม้ว่าอาคารพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนมักตกเป็นเป้าการโจมตี แต่การยิงขีปนาวุธมักเกิดขึ้นช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด ไม่ใช่ช่วงเวลากลางวันอย่างที่เกิดขึ้นที่คอสเตียนตินีฟกา ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คอสเตียนตินีฟกาถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ

เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ใกล้แนวรบทางภาคตะวันออกที่แคว้นโดเนตสก์ โดยมีระยะห่างจากบัคมุตราว 27 กิโลเมตรเท่านั้น คอสเตียนตินีฟกาจึงเคยเผชิญการโจมตีครั้งใหญ่มาแล้ว 3 ครั้งในปีนี้

นี่คือการโจมตีที่เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางไปพบประธานาธิบดีเซเลนสกีที่กรุงเคียฟ

เมื่อวานนี้ มีความเคลื่อนไหวน่าสนใจเกิดขึ้นที่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เมื่อแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางไปเยือนกรุงเคียฟ นี่ถือเป็นครั้งที่สี่ที่บลิงเคนเดินทางไปเยือนยูเครน นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากทำสงครามรุกรานยูเครนในปี 2022  โดยการไปเยือนยูเครนของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ครั้งนี้ไม่มีกำหนดแจ้งล่วงหน้า เนื่องด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย

จุดประสงค์ที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไปพบกับผู้นำยูเครน และดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครนครั้งนี้ ก็เพื่อประกาศการสนับสนุนต่างๆ เพิ่มเติมแก่ยูเครน  โดยบลิงเคนระบุว่า ความช่วยเหลือเหล่านี้เป็นไปเพื่อให้ยูเครนประสบความสำเร็จในการทำปฏิบัติการโต้กลับ และเอาชนะสงครามครั้งนี้ได้

แพ็คเกจความช่วยเหลือครั้งใหม่ที่สหรัฐฯ ประกาศมีมูลค่ารวมทั้งหมด 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประกอบไปด้วยความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม รวมไปถึงความช่วยเหลืออื่นๆ เช่น งบประมาณช่วยเหลือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด งบประมาณในการสร้างความโปร่งใสและต่อต้านคอร์รัปชัน

สำหรับความช่วยเหลืองทางด้านอาวุธในครั้งนี้มีมูลค่าอยู่ที่ 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอาวุธที่สหรัฐฯ จะส่งให้แก่ยูเครนเพิ่มเติมได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ จรวดที่ใช้สำหรับขีปนาวุธหลายลำกล้องไฮมาร์ส ระบบอาวุธต่อต้านรถถัง กระสุนสำหรับปืนใหญ่

แต่อาวุธอย่างหนึ่งที่เป็นที่จับตาและอาจสร้างความกังวลอย่างมากคือ กระสุนสำหรับ รถถังประจัญบาน “อับรามส์” ที่สหรัฐฯ มีกำหนดส่งมอบให้แก่ยูเครนในปลายปีนี้ เพราะกระสุนที่สหรัฐฯ จะส่งให้คือกระสุนเจาะเกราะยูเรเนียม เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ จะส่งกระสุนชนิดนี้ให้แก่ยูเครน กระสุนยูเรเนียมคือกระสุนชนิดที่นำ “ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ” (Depleted uranium) มาหุ้มที่ปลายกระสุน โดยคุณสมบัติของยูเรเนียมที่มีความหนาแน่นมากกว่าโลหะชนิดอื่นๆ ทำให้กระสุนชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการเจาะเกราะมากกว่าโลหะชนิดอื่นๆ และอาจเกิดประกายไฟลุกไหม้เมื่อสัมผัสกับวัตถุที่เป็นเป้าหมาย 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายูเรเนียมที่นำมาใช้ผลิตกระสุนรถถังชนิดนี้จะผ่านกระบวนการทำให้กัมมันตรังสีเสื่อมสมรรถภาพลงแล้ว แต่สารกัมมันตภาพรังสีก็ไม่ได้หมดลงเสียทีเดียว หมายความว่ากระสุนชนิดนี้ยังถือว่าเป็นสารพิษ มีอันตรายต่อร่างกายผู้สัมผัส และเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ อีกประเด็นที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และประธานาธิบดีเซเลนสกีหารือร่วมกันคือ การหาแนวคิดเกี่ยวกับระบบประกันความมั่นคงร่วมระหว่างยูเครนและชาติพันธมิตรว่าจะอยู่ในรูปแบบใด

อย่างไรก็ดี การไปเยือนเคียฟของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาติพันธมิตรบางชาติว่า ปฏิบัติการโต้กลับทางภาคตะวันออกและภาคใต้ของยูเครนเป็นไปอย่างล่าช้า ล่าสุดหลังจากยูเครนสามารถฝ่าแนวป้องกันแรกของรัสเซียทางแนวรบแคว้นซาโปริซเซียไปได้แล้วช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการยูเครนเผยว่า แนวป้อนกันแนวที่สองของรัสเซียอาจแน่นหนาไม่เท่าแนวแรก

เมื่อวานนี้ สำนักข่าว CNN รายงานคำสัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าของปฏิบัติการโต้กลับที่แนวรบหลัง แคว้นซาโปริซเซีย

 ซึ่งขณะนี้กองทัพยูเครนสามารถฝ่าแนวป้องกันแรกของรัสเซียไปได้แล้วและพยายามรุกคืบไปยังเมืองโตคมัค จุดยุทธศาสตร์ที่กองทัพรัสเซียใช้ขนส่งกำลังบำรุงและเป็นที่ตั้งของคลังอาวุธและน้ำมัน

แต่กองทัพยูเครนต้องฝ่าสนามเพลาะและแนวป้องกันชั้นที่สองที่รัสเซียวางไว้ให้ได้ก่อนโดยที่ผ่านมามีรายงานว่าแนวป้องกันที่สองของรัสเซียมีความซับซ้อนเช่นกัน แต่ที่เป็นอุปสรรคสำคัญคือทุ่นระเบิดและกับดักรถถัง โดยคำสัมภาษณ์ที่ CNN อ้างถึงเป็นคำสัมภาษณ์ของโอเล็กซานเดอร์ ชตูปัน โฆษกประจำกองทัพยูเครนทางภาคใต้ที่กล่าวกับช่องโทรทัศน์ของยูเครน

โฆษกประจำกองทัพทางภาคใต้รายนี้ระบุว่า ระบบป้องกันของสนามเพลาะที่แนวป้องกันที่สองวางไว้ค่อนข้างแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็ไม่หนาแน่นเท่าแนวป้องกันแรก ส่วนที่ไม่ซับซ้อนเท่าแนวป้องกันแรกคือสนามเพลาะ ส่วนทุ่นระเบิดถูกวางไว้ไม่หนาแน่นเท่า อย่างไรก็ตาม ทุ่นระเบิดที่ถูกฝังก็ยังคงมีจำนวนมาก

คู่ขนานไปกับการสู้รบทางภาคตะวันออกและภาคใต้ การโจมตีท่าเรืออิซมาอิลบนแม่น้ำดานูบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากลายเป็นประเด็นถกเถียงที่สร้างความสับสนอย่างมากระหว่างยูเครนและชาติพันธมิตรนาโต เนื่องจากยูเครนอ้างว่าโดรนของ

รัสเซียร่อนโจมตีในพรมแดนโรมาเนีย ขณะที่โรมาเนียออกมาค้านว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ล่าสุดโรมาเนียพบเศษชิ้นส่วนคล้ายโดรนในเขตแดนแล้วและกำลังเร่งดำเนินการสอบสวน 

ล่าสุดเมื่อวานนี้ อังเกล ทิวาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของโรมาเนียได้เดินทางไปยังหมู่บ้านเปลาลู หมู่บ้านบริเวณแม่น้ำดานูบฝั่งโรมาเนียและมีที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของท่าเรืออิซมาอิล การเดินทางไปยังหมู่บ้านดังกล่าวเป็นไปเพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนปริศนาที่คาดว่าเป็นเศษซากของโดรนที่โจมตีท่าเรืออิซมาอิลเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ขณะนี้ทางการโรมาเนียกำลังดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์อยู่ว่า เศษซากที่พบเป็นชิ้นส่วนของโดรนจริงหรือไม่และมีที่มาจากไหน เคลาส์ โยฮันนิส  ประธานาธิบดีโรมาเนียระบุว่า หากผลการตรวจสอบออกมาว่า นี่เป็นเศษโดรนของรัสเซียจริง จะถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของโรมาเนียและชาติพันธมิตรนาโต

นี่คือความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก เนื่องจากโรมาเนียเป็นชาติสมาชิกนาโต ซึ่งได้รับการประกันความมั่นคงภายใต้กฎบัตรมาตราที่ 5 ของนาโต ซึ่งระบุไว้ว่าถ้าสมาชิกหนึ่งชาติถูกโจมตี สมาชิกทั้งหมดจะต้องช่วยกันปกป้อง อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโรมาเนียระบุว่าชิ้นส่วนที่พบไม่มีลักษณะเป็นภัยร้ายแรง จึงยังไม่มีแผนที่จะอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว

และล่าสุดนาโตก็ออกมาแสดงท่าทีต่อกรณีดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่า นาโตยังไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า เศษโดรนที่ตกลงในเขตแดนโรมาเนีย เป็นผลจากการที่รัสเซียจงใจมุ่งเป้าโจมตีไปที่โรมาเนีย

สรุปรางวัลยอดเยี่ยมวอลเลย์หญิงชิงแชมป์เอเชีย AVC 2023 ทีมไทย คว้า 3 รางวัล

“กำแพงเมืองจีนเป็นรู” หลังช่างก่อสร้างขี้เกียจอ้อม ใช้รถขุดสร้างทางลัด

เผยสาเหตุ "ซาล่าห์" ย้ายไปซาอุฯ ไม่ได้เพราะสัมพันธ์การทูต

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ใช้ปากเตะบอล  | ยูโร 2024

ใช้ปากเตะบอล | ยูโร 2024

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ