วันนี้ (29 ก.ย.) เกิดเหตุระเบิดใกล้กับมัสยิดแห่งหนึ่งในจังหวัดบาโลจิสถาน ของประเทศปากีสถาน ขณะที่กำลังมีการจัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดของศาสดานบีมูฮัมหมัด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 52 รายและบาดเจ็บมากกว่า 50 ราย
เบื้องต้นยังไม่มีกลุ่มใดออกมาออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า นี่เป็นเหตุ “ระเบิดพลีชีพ”
มูนีร์ อาเหม็ด รองจเรตำรวจปากีสถาน กล่าวว่า “มือระเบิดได้จุดชนวนตัวเองใกล้กับรถของรองผู้กำกับการตำรวจ นาวาซ กิชโครี”
ตำรวจอังกฤษรวบวัยรุ่นก่อเหตุโค้นต้นไม้ชื่อดังของประเทศ
อับดุล ราชีด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำเขต ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 52 รายจากเหตุระเบิด และอีก 58 รายได้รับบาดเจ็บ โดยเสริมว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากหลายคนมีอาการสาหัส
ด้าน อัตตา อุลลาห์ ผู้บริหารจังหวัดบาโลจิสถาน กล่าวว่า โมฮัมหมัด นาวาซ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโส ก็อยู่ในหมู่ผู้เสียชีวิตด้วย
ขณะที่กระทรวงมหาดไทยปากีสถานได้ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรักษาการรัฐมนตรีมหาดไทยซาร์ฟราซ บุกตี ประณามเหตุระเบิดและแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิต เขากล่าวว่ามันเป็น “การกระทำที่ชั่วร้าย” ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้คนในขบวนแห่ฉลองวันเกิดศาสดานบีมูฮัมหมัด
“การโจมตีผู้บริสุทธิ์ที่มาร่วมขบวนแห่วันเกิดนบีมูฮัมหมัดถือเป็นการกระทำที่เลวร้ายมาก” แถลงการณ์ระบุ
หลังจากการระเบิดที่จุดแรก ก็มีระเบิดพลีชีพครั้งที่สองที่มัสยิดแห่งหนึ่งในจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควาที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยหลังคาพังถล่มลงมา ส่งผลให้ผู้คนราว 30-40 คนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ในการโจมตีนี้ยังมีการระเบิดถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ประตูมัสยิด และอีกครั้งเกิดขึ้นข้างใน
การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธที่พุ่งสูงขึ้นในจังหวัดทางตะวันตกของปากีสถาน ทำให้เกิดเงามืดต่อการเตรียมการเลือกตั้งและการหาเสียงในช่วงก่อนการเลือกตั้งในเดือนมกราคมปีหน้า แต่จนถึงขณะนี้ การโจมตีส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่กองกำลังความมั่นคง
ทั้งสองจังหวัดที่เกิดเหตุนี้ ติดกับอัฟกานิสถาน และถูกโจมตีโดยกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยมีเป้าหมายจะโค่นล้มรัฐบาลปากีสถาน และติดตั้งกฎหมายอิสลามอันเข้มงวดแบรนด์ของตนเอง
ทั้งนี้ กลุ่มตาลีบันปากีสถาน ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมนิกายซุนนีหัวรุนแรงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน ปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / The Guardian / Reuters
ภาพจาก AFP