เมื่อวันที่ 23 ต.ค. องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) ระบุ ซึ่งประกอบด้วย 38 ประเทศสมาชิกที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้วและมีสถานะร่ำรวย รายงานว่า ในปี 2022 ที่ผ่านมา การย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศที่มีจุดหมายเป็นประเทศร่ำรวยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
OECD บอกว่า มีผู้ย้ายถิ่นฐานถาวรไปยัง 38 ประเทศสมาชิกในปีที่แล้ว 6.1 ล้านคน ซึ่งมากกว่าปี 2021 ถึง 26% โดยประเมินว่า ได้แรงหนุนจากวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมทั่วโลกและความต้องการแรงงาน
ทั้งนี้ ยอดรวมนี้ยังไม่ได้นับชาวยูเครนที่พลัดถิ่น 4.7 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในกลุ่มประเทศ OECD และไม่นับการย้ายถิ่นชั่วคราวเพื่อทำงานหรือศึกษาต่อ
OECD กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของในปีที่แล้วไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นตัวหลังโควิด-19 เท่านั้น แต่มีปัจจัยด้านมนุษยธรรมและแรงงานร่วมด้วย
OECD กล่าวว่า การหลั่งไหลของผู้คนทั้งด้านมนุษยธรรมและที่เกี่ยวข้องกับแรงงานมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในระดับสูง โดยกระแสนี้ทำให้เกิดส่วนแบ่งของการอพยพย้ายถิ่นฐานที่เพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการขาดแคลนแรงงานในวงกว้าง
โฮเซ หลุยส์ เอสคริวา รัฐมนตรีกระทรวงการย้ายถิ่นของสเปน กล่าวว่า “ประเทศ OECD ส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และจะเลวร้ายลงอีกในอนาคต”
เขาเสริมว่า ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มด้านประชากรและแรงงานแล้ว หากต้องการรักษาเสถียรภาพของประชากรไว้ สหภาพยุโรปจะต้องมีผู้คนอย่างน้อย 50 ล้านคนที่มาจากต่างประเทศในอีก 25 ปีข้างหน้า เท่ากับว่า ประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเป็นปลายทางในฝันของใครหลายคน ขณะนี้กำลังมีความต้องการให้มีการอพยพมากขึ้น
ข้อมูลจาก OECD ระบุว่า การย้ายถิ่นฐานด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมไปยังเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในปี 2022 โดยจำนวนคำขอลี้ภัยมากที่สุดมาจากเวเนซุเอลา คิวบา อัฟกานิสถาน และนิการากัว
OECD บอกอีกว่า การอพยพย้ายถิ่นของแรงงานผ่านเส้นทางที่อาจนำไปสู่การตั้งถิ่นฐานถาวรแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 2 เท่า ส่วนในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 59% สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 39% เปอร์เซ็นต์ และฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 26% หรือนิวซีแลนด์ที่เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากสถิติก่อนหน้านี้ จากนโยบายอนุญาตให้ผู้อพยพที่แสวงหาแรงงานอยู่อาศัยชั่วคราวได้
นี่ส่งผลให้การย้ายถิ่นฐานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 5 ของการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนทั้งหมด นอกจากนี้ อัตราการจ้างงานของผู้อพยพสูงยังเป็นประวัติการณ์ โดยมากกว่า 70% มีงานประจำ และว่างงานเพียง 8% เท่านั้น ซึ่งในบางประเทศถึงขั้นว่าสัดส่วนการจ้างผู้อพยพย้ายถิ่นฐานสูงกว่าพลเมืองเดิมเสียอีก
ขณะเดียวกัน ตัวเลขเบื้องต้นของปี 2023 บ่งชี้ว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นอีก และอาจทุบสถิติของปีที่แล้วได้ด้วยซ้ำ
เรียบเรียงจาก Financial Times
ภาพจาก Freepik
กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566
"ธี่หยด" คืออะไร เปิดที่มาภาพยนตร์สยองขวัญ ดูเต็มเรื่อง 26 ต.ค.นี้