เมื่อพูดถึง “หอเอน” (Leaning Tower) ก็คือหอคอยซึ่งไม่ตั้งฉากกับพื้นดิน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะจากข้อผิดพลาดในการออกแบบ การก่อสร้าง หรืออิทธิพลภายนอก เช่น พื้นดินที่ไม่มั่นคง
ตัวอย่างของหอเอนที่เชื่อว่าทุกคนน่าจะนึกถึง คือ หอเอนเมืองปิซา อันเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศอิตาลี แต่ความจริงแล้วโลกของเรามีหอเอนอยู่มากถึงเกือบ 100 แห่ง ซึ่งบางแห่งก็พังทลายไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยอายุหรือด้วยความเอียงของมันก็ตาม
อุตุนิยมวิทยาโลกประกาศ ปี 2023 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์
และขณะนี้มีรายงานว่า หนึ่งในหอเอนเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณว่าอาจพังถล่มลงมา!
เรากำลังพูดถึง “เลดูเอตอร์รี” (Le due torri) หรือ “หอเอนคู่แห่งโบโลญญา” ซึ่งตั้งอยู่ในอิตาลีเช่นกัน มีลักษณะเป็นหอคอยคู่ที่ตั้งอยู่เคียงกัน และมีลักษณะเอียงทั้งคู่ ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญของเมืองโบโลญญา
หอที่สูงกว่ามีชื่อว่า “อาซีเนลลี” (Asinelli) สูง 97.2 เมตร ส่วนหอคอยที่เตี้ยกว่าและเอียงกว่า ชื่อว่า “การีเซนดา” (Garisenda) สูง 40 เมตร เชื่อว่าพวกมันถูกสร้างระหว่างปี 1109-1119 หรือราว 900 กว่าปีมาแล้ว
โดยหอคอยการิเซนดานั้น มีความเอียง 4 องศา น้อยกว่าหอเอนเมืองปิซาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องความมั่นคงของหอคอยเอียงคู่ ได้เปิดเผยรายงาน 27 หน้า ระบุผลการศึกษากว่า 4 ปีตั้งแต่ปี 2019 ว่า หอคอยการีเซนดา กำลังมีแนวโน้มว่าจะพังถล่มลงมา
ทางการเมืองโบโลญญากำลังจัดทำแผนคุ้มครองพลเรือนสำหรับ “การพังทลายของอย่างกะทันหันและไม่คาดคิดของหอคอย” โดยจะมีการสร้างวงล้อมโลหะป้องกัน เพื่อรับเศษซากที่เกิดจากการพังทลายที่อาจเกิดขึ้น ลดความเสี่ยงของอาคารโดยรอบและประชากร
วงล้อมจะถูกยึดเข้ากับพื้น และจะมีตาข่ายป้องกันหินที่ออกแบบเป็นพิเศษ ซึ่งทำจากโลหะเช่นกันและจะยึดกับพื้นด้วย
รายงานระบุว่า หอคอยการีเซนดาอยู่ใน “ความเสี่ยงขั้นสูง” และผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า “การใช้งานบนหรือรอบ ๆ หอคอยไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว”
นอกจากนี้ การติดตามตรวจสอบพื้นที่หอคอยในช่วงเดือนที่ผ่านมาเผยให้เห็นแนวโน้มของการ “บดอัด” ที่ฐานของหอคอย โดยหินที่ใช้หุ้มฐานกำลังค่อย ๆ สลายตัวและเกิดรอยแตกที่ขยายตัวในอิฐด้านบนมากขึ้นเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม โฆษกของหอคอยเอียงคู่เน้นย้ำว่า พวกมันไม่ได้ใกล้จะพังทลายในทันทีทันใด ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก
“เรากำลังทำเหมือนมันเป็นสถานการณ์กรณีที่เลวร้ายที่สุด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้น ... ไม่มีใครรู้ว่าจะพังเมื่อใด อาจเป็น 3 เดือน หรือ 10 ปี หรือ 20 ปี” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ขณะนี้มาตรการป้องกันอยู่ในสถานะแจ้งเตือนเป็นเพียง “สีเหลือง” หรือเฝ้าระวังเท่านั้น ไม่ใช่สีแดงซึ่งหมายถึงการพังทลายกำลังจะเกิดขึ้น
เขาบอกอีกว่า “หากมีความเสี่ยงที่ใกล้จะถล่ม เราจะอพยพทุกคน” เขากล่าว และบอกว่า อุปกรณ์ตรวจสอบจะส่งค่าอ่านทุก ๆ 15 นาที ซึ่งหมายความว่า ทีมงานจะได้รับคำเตือนเรื่องการถล่มอย่างทันท่วงที และสามารถอพยพผู้คนออกจากพื้นที่โดยรอบได้
รายงานยืนยันว่า หอคอยแห่งนี้อยู่ในสภาพ “วิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มาระยะหนึ่งแล้ว” และชี้ให้เห็นว่าการแทรกแซงต่าง ๆ เช่น แท่งเหล็กและสายเคเบิลรอบ ๆ ฐาน ซึ่งถูกนำมาติดตั้งในปี 2020 ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง นอกจากนี้ วิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว รวมถึงอุณหภูมิสูงในฤดูร้อน และน้ำท่วมเมื่อต้นปีนี้ ดูเหมือนจะมีส่วนในการทำให้หอคอยเสื่อมสภาพเช่นกัน
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก Shutterstock