เวเนซุเอลา จัดการซ้อมรบ หลังอังกฤษส่งเรือรบไปยังกายอานา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อีกหนึ่งจุดที่กำลังเกิดความตึงเครียด คือ เวเนซุเอลาและกายอานา หลังเวเนซุเอลาประกาศผนวกดินแดน “เอสเซกิโบ” ที่อยู่ในอาณาเขตประเทศกายอานาเข้ามาเป็นของตน จนทำให้หลายชาติหวั่นเกิดความขัดแย้งรุนแรงในภูมิภาค

แม้ว่าขณะนี้ทั้งสองชาติยืนยันจะไม่ใช้กำลังทางทหารต่อกัน แต่ล่าสุดประธานาธิบดีเวเนซุเอลาสั่งให้จัดการฝึกซ้อมทางทหารแล้ว หลังสหราชอาณาจักรได้ส่งเรือรบเข้าไปยังกายอานา

ภาพการซ้อมรบทางการทหารของเวเนซุเอลาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมีทหารทั้งหมด 5,682 นายเข้าร่วมการฝึกซ้อม ‘ป้องกัน’ ประเทศ บนชายฝั่งแคริบเบียนตะวันออกและแอตแลนติกของเวเนซุเอลา

นอกจากนี้ ยังมีการใช้เรือรบ รวมถึงเครื่องบินรบและเครื่องบินทิ้งจรวดอีกจำนวนหนึ่งร่วมการฝึกซ้อมครั้งนี้ด้วย

เวเนซุเอลา พีพีทีวี/รอบโลก DAILY
สหราชอาณาจักรได้ส่งเรือรบเข้าไปยังกายอานา

การฝึกซ้อมครั้งนี้เกิดขึ้นตามคำสั่งของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ที่ระบุว่าจัดการซ้อมรบขึ้นเพื่อตอบโต้สหราชอาณาจักรที่ส่งเรือรบไปสนับสนุนกายอานา

พร้อมทั้งเสริมว่าการกระทำดังกล่าวของสหราชอาณาจักรถือเป็นการทำลาย ‘จิตวิญญาณ’ ของข้อตกลงระหว่างเวเนซุเอลาและกายอานาที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะไม่ใช้กำลังทหารต่อกันในกรณีข้อพิพาททางดินแดนเอสเซกิโบ

 ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรยืนยันว่าจะส่งเรือลาดตระเวน ‘เอชเอ็มเอส เทร็นต์’ (HMS Trent) ไปยังกรุงจอร์จทาวน์ เมื่อหลวงของกายอานาในช่วงสิ้นปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำการฝึกซ้อมรบทางการทหารร่วมกับกองทัพกายอานาและประเทศพันธมิตรอื่นๆ ในภูมิภาคอเมริกาใต้

เดิมทีเรือ HMS Trent ของสหราชอาณาจักรเป็นเรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งที่ถูกส่งปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ลักลอบขนยาเสพติดบริเวณแคริบเบียน

เรือลำนี้มีลูกเรือประจำการ 65 คน ความเร็วสูงสุด 24 นอต หรือราว 44 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และพิสัยปฏิบัติการอยู่ที่ 5,000 ไมล์ทะเล พร้อมทั้งยังติดตั้งปืนใหญ่และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ รวมถึงยังสามารถประจำการเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินไร้คนขับได้อีกด้วย

ทั้งนี้คำสั่งให้ประจำการเรือลาดตระเวน HMS Trent ในประเทศกายอานา มีขึ้นหลังจากที่ ‘เดวิด รัทลีย์’ (David Rutley) รัฐมนตรีต่างประเทศที่ดูแลกิจการและความสัมพันธ์ในทวีปอเมริกาและแคริบเบียน เดินทางไปยังกรุงจอร์จทาวน์ของกายอานา เพื่อสนับสนุนอธิปไตยของกายอานา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา

การเดินทางในครั้งนั้นทำให้รัฐบาลเวเนซุเอลาไม่พอใจอย่างมา โดยอิวาน กิล รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลาได้ออกมาวิจารณ์ผ่าน X ว่า อดีตเจ้าอาณานิคมที่ยึดครองดินแดนเอสเซกิโบอย่างผิดกฎหมาย และกระทำการที่หลอกลวงขัดต่อผลประโยชน์ของเวเนซุเอลายืนกรานที่จะแทรกแซงความขัดแย้งที่พวกเขาเป็นผู้สร้างขึ้นเอง

พร้อมทั้งกล่าวว่า ความขัดแย้งทางดินแดนจะต้องได้รับการแก้ไขโดยเวเนซุเอลาและกายอานาเท่านั้น และการกระทำใดๆ ของสหราชาอาณาจักรถือเป็นความพยายามทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ด้านบาร์แรต จักดีโอ (Bharrat Jagdeo) รองประธานาธิบดีของกายอานาก็ได้ออกมาแถลงในประเด็นเรือลาดตระเวนของสหราชอาณาจักรในงานแถลงข่าวของรัฐบาล โดยระบุว่า กายอานาไม่ได้แผนการที่จะรุกรานเวเนซุเอลาแต่อย่างใด และประธานาธิบดีมาดูโรไม่จำเป็นต้องกังวลกับเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการเสริมสร้างความสามารถในการป้องกันโดยปกติเท่านั้น

 การที่สหราชอาณาจักรส่งเรือรบมายังกายอานาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างเวเนซุเอลา-กายอานากำลังตึงเครียดอย่างหนัก ในประเด็นข้อพิพาททางดินแดน ‘เอสเซกิโบ’ ซึ่งเป็นข้อพิพาทที่ดำเนินมาอย่างยาวนานแล้ว

ดินแดนเอสเซกิโบอยู่ในอาณาเขตของกายอานา มีพื้นที่ประมาณ 159,500 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ราว 2 ใน 3 ของประเทศกายอานา

ในช่วงสมัยอาณานิคม รัฐบาลเวเนซุอาในสมัยนั้นได้กล่าวหาว่าอังกฤษซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมของกายอานา รุกล้ำพื้นที่ส่วนหนึ่งของตนเอง นั่นคือ ดินแดนเอสเซกิโบ

ข้อพิพาททางดินแดนระหว่างอังกฤษและเวเนซุเอลาดำเนินมาจนกระทั่งในปี 1899 ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้ตัดสินให้ดินแดนดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษ และแม้กายอานาจะได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1966 ดินแดนนี้ก็ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลกายอานา

แต่รัฐบาลเวเนซุเอลาไม่เคยยอมรับผลการตัดสินในครั้งนั้น และเดินหน้าเรียกร้องให้มีการผนวกดินแดนนี้กลับมาเป็นของตนมาโดยตลอด

กระทั่งในปี 2015 บริษัท ExxonMobil บริษัทด้านพลังงานชั้นนำของสหรัฐฯ ได้ค้นพบน้ำมันมหาศาลในดินแดนเอสเซกิโบ โดยบริเวณนั้นชื่อ สตาโบรค บล็อก (Stabroek block) ทำให้ข้อพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างเวเนซุเอลาและกายอานากลับมาตึงเครียดอย่างหนักอีกครั้ง 

ข้อพิพาททางดินแดนถูกยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือ ICJ ให้เป็นผู้ตัดสินว่าประเทศใดจะได้สิทธิในดินแดนนี้ไป โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ประกาศว่าตนเองมีอำนาจในการตัดสินเกี่ยวกับข้อพิพาททางดินแดนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวเนซุเอลาเพิกเฉยต่อคำประกาศของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และเดินหน้าจัดการลงประชามติเกี่ยวกับการผนวกดินแดนเอสเซกิโบในวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฎว่าร้อยละ 95 โหวตเห็นชอบ

จากนั้นประธานาธิบดีมาดูโรก็ประกาศร่างกฎหมายจัดตั้งจังหวัด “กายอานา เอเซกิบา” ในดินแดนเอสเซกิโบ จัดทำ “แผนที่ประเทศเวเนซุเอลาใหม่” ที่รวมเอาดินแดนพิพาท “เอสเซกิโบ” เข้าไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งประกาศเดินหน้าสำรวจน้ำมัน เชื้อเพลิงฟอสซิล และแร่ธาตุในพื้นที่พิพาทนี้โดยทันที

ท่ามกลางความกังวลที่ว่าอาจเกิดความขัดแย้งรุนแรงปะทุขึ้นในภูมิภาคอเมริกาใต้ ผู้นำบราซิลและผู้นำเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ได้ออกมาเรียกร้องให้เกิดการเจรจา

ทำให้เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ผู้นำกายอานาและเวเนซุเอลาได้เดินทางไปยังประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ในภูมิภาคแคริบเบียนเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ร่วมกัน และสามารถออกแถลงการณ์ร่วมที่ทั้งสองฝ่ายตกลงว่าจะไม่ใช้การข่มขู่หรือใช้กำลังทางทหารต่อกันในพื้นที่พิพาทเอสเซกิโบและในทุกๆ กรณี

อวสานเลี้ยงปีใหม่! ลูกจ้างตีกันเจ้านายสั่งปิดงาน

12 บทสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ 2569

สรุป #เบียร์เดอะวอยซ์ ปมร้อนส่งท้ายปี 2566 ถูกโยงดราม่าแอบแซ่บ!

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ