พระราชประวัติ “เจ้าชายเฟรเดอริก” มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดพระราชประวัติ “เจ้าชายเฟรเดอริก” มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก หลังสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงสละราชบัลลังก์

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ต้อนรับปีใหม่ 2024 เลยทีเดียว เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ทรงประกาศกลางรายการถ่ายทอดสดอวยพรปีใหม่ว่า จะทรงสละราชบัลลังก์ในวันที่ 14 ม.ค. นี้ และให้เจ้าชายเฟรเดอริก พระราชโอรสพระองค์โต ขึ้นครองราชย์แทน

มกุฎราชกุมารเฟรเดอริกเสด็จพระราชสมภพที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 1968 ปัจจุบันทรงมีพระชนมายุ 55 พรรษา ทรงได้รับพระนามเฟรเดอริกตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 ซึ่งเป็นพระอัยกา (ตา)

“เซเลนสกี” ส่งข้อความปีใหม่ รัสเซียจะได้เห็นความเกรี้ยวกราดของยูเครน

อังกฤษประเมิน รัสเซียอาจเสียทหารครึ่งล้าน หากสู้ยูเครนถึง 2025

อิสราเอลคาด สงครามในฉนวนกาซาอาจลากยาวไปตลอดทั้งปี 2024

พระราชประวัติ เจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก AFP/Geoffroy VAN DER HASSELT
เจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก เตรียมขึ้นครองราชย์ 14 ม.ค. 2024

ทั้งนี้ ราชวงศ์เดนมาร์กมีธรรมเนียมตั้งพระนามเฟรเดอริกให้กับผู้ที่เป็นรัชทายาทมาโดยตลอด โดยเจ้าชายเฟรเดอริกทรงมีพระอนุชา 1 พระองค์ คือ เจ้าชายโจอาคิมแห่งเดนมาร์ก

เจ้าชายเฟรเดอริกทรงเข้ารับการศึกษารัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Aarhus ในปี 1986 และทรงไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ เป็นเวลา 1 ปี (1992-1993)

ในปี 1994 ทรงทำงานกับสหประชาชาติในนิวยอร์กเป็นเวลา 3 เดือน และสุดท้ายทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Aarhus ในปี 1995

ระหว่างที่ทรงศึกษาที่ฮาร์วาร์ด ทรงปลอมพระองค์เป็นสามัญชน ใช้ชื่อว่า เฟรเดอริก เฮนริกเซน และทรงพำนักอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ธรรมดา

ในปี 1986 เขาเริ่มหลักสูตรรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Aarhus ซึ่งรวมถึงหนึ่งปีที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (พ.ศ. 2535-2536) ภายใต้ชื่อเฟรเดอริก เฮนริกเซน โดยกำลังศึกษารัฐศาสตร์และเข้าร่วมใน Phoenix—SK Club ขณะที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่ควบคุมค่าเช่า

หลังสำเร็จการศึกษา ทรงดำรงตำแหน่งเลขานุการเอกของสถานทูตเดนมาร์กในปารีสตั้งแต่เดือนตุลาคม 1998 ถึงตุลาคม 1999

จากนั้นทรงเข้ารับการศึกษาด้านการทหารและฝึกอบรมใน 3 เหล่าทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงสำเร็จการฝึกอบรมในหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางเรือชั้นยอดของประเทศ ที่เรียกว่า “โฟรเมนด์สคอร์ปเซต” (Frømandskorpset) ทรงได้รับฉายาว่า “ปิงโก” ซึ่งเป็นชื่อของนกเพนกวิน

ในปี 2001-2002 เจ้าชายเฟรเดอรกทรงสำเร็จการฝึกอบรมความเป็นผู้นำเพิ่มเติมที่วิทยาลัยป้องกันประเทศเดนมาร์ก และในช่วง 2002-2003 ทรงดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่กองบัญชาการป้องกันประเทศเดนมาร์ก และทรงเป็นวิทยากรอาวุโสของสถาบันยุทธศาสตร์ วิทยาลัยป้องกันประเทศเดนมาร์ก

เจ้าชายเฟรเดอริกทรงมีความสนพระทัยในการเล่นสกีอย่างมาก ทรงเคยเข้าร่วมการเดินทางเล่นสกีทั่วเกาะกรีนแลนด์เป็นเวลา 4 เดือนในปี 2000 และทรงเคยประสบอุบัติเหตุจากเลื่อนหิมะและสกู๊ตเตอร์จนต้องเข้ารับการรักษาพระองค์ในโรงพยาบาล

มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์กเคยตรัสไวว้า “เราไม่อยากขังตัวเองอยู่ในป้อมปราการ เราอยากเป็นตัวของตัวเอง” และทรงยืนกรานว่า จะยังคงยึดมั่นในสิ่งนี้แม้หลังจากขึ้นครองบัลลังก์แล้ว

ทั้งนี้ ในปี 2000 พระองค์เสด็จไปร่วมชมมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ออสเตรเลีย และทรงพบรักกับ แมรี สตรีชาวออสเตรเลียจากเกาะแทสมาเนีย ซึ่งขณะนั้นทำงานเป็นนักกฎหมาย

ต่อมาสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เจ้าชายเฟรเดอริกและแมรีเสกสมรสกับได้ และอวยยศแมรีให้เป็นเจ้าหญิงแมรี

เจ้าหญิงแมรีทรงเคยให้สัมภาษณ์ว่า ในตอนที่พบกันครั้งแรก พระองค์ไม่ทรงทราบว่าเจ้าชายเฟรเดอริกเป็นใคร “ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็มีคนเข้ามาหาฉันแล้วพูดว่า ‘คุณรู้ไหมว่าคนเหล่านี้คือใคร?’”

เจ้าชายเฟรเดอริกและเจ้าหญิงแมรีทรงมีพระโอรสและพระธิดา 4 พระองค์ คือ เจ้าชายคริสเตียน เจ้าหญิงอิซาเบลลา และเจ้าชายเจ้าหญิงฝาแฝด วินเวนต์-โจเซฟีน

มีรายงานว่า เจ้าชายเฟรเดอริกและเจ้าหญิงแมรีทรงพยายามให้โอรสธิดาทั้งสี่พระองค์ได้รับการเลี้ยงดูแบบปกติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยส่งทุกพระองค์ไปเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลธรรมดา

เจ้าชายเฟรเดอริกทรงมีความสนพระทัยเป็นพิเศษในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความยั่งยืน ทรงเข้าร่วมในการสำรวจทางธรรมชาติ การประชุมฟอรัมต่าง ๆ และกิจกรรมเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ และทรงเป็นตัวแทนของเดนมาร์กในฐานะผู้สนับสนุนพลังงานที่ยั่งยืน

ในวันที่ 14 ม.ค. นี้ หลังสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 สละราชบัลลังก์อย่างเป็นทางการ เจ้าชายเฟรเดอริกจะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 10 โดยธรรมเนียมของเดนมาร์กจะไม่มีพิธีสวมมงกุฎแบบราชวงศ์อังกฤษ มีเพียงการประกาศภาคยานุวัติจากปราสาทอามาเลียนบอร์กในโคเปนเฮเกนเท่านั้น

 

เรียบเรียงจาก BBC

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ