"ทะเลแดง-คลองสุเอซ" เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ติดตามสถานการณ์ในทะเลแดง ซึ่งตึงเครียดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ฝูงเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ได้เข้าสกัดกองกำลังทางน้ำของกลุ่มกบฏฮูตีที่กำลังพยายามจะเข้าโจมตีเรือสินค้าสัญชาติเดนมาร์กที่กำลังแล่นผ่านทะเลแดง

ผลจากการปะทะกัน ทำให้เรือของฮูตีถูกจมไป 3 ลำ และมีสมาชิกกองกำลังเสียชีวิต 10 ราย ความตึงเครียดมีแนวโน้มเพิ่มสูงหลังจากมีรายงานว่า อิหร่านได้ส่งเรือรบเข้าไปในทะเลแดงเพื่อสนับสนุนกลุ่มกบฎฮูตีแล้ว

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 2 ม.ค.สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก รวมถึง DW ซึ่งเป็นสื่อหลักของเยอรมนี รายงานเรื่องที่อิหร่านตัดสินใจส่งเรือรบที่ชื่อ “อัลบอร์ซ” (Alborz) เข้าไปในทะเลแดง

อิหร่านส่งเรือรบเข้าสู่ทะเลแดง หลังสหรัฐฯ จมเรือกลุ่มฮูตี

สหรัฐฯ เรียกเรือรบ USS Gerald R. Ford กลับจากเมดิเตอร์เรเนียน

ทะเลแดง พีพีทีวี/รอบโลก DAILY
ทะเลแดงคือ หนึ่งในเส้นทางการค้าหลักที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย โดยพื้นที่ทางตอนเหนือของทะเลแดงคือ คลองสุเอซ

DW อ้างอิงข้อมูลจากสื่อกึ่งทางการของอิหร่านที่ชื่อ ทาซนิม (Tasnim) ที่ระบุว่า เรือรบ “อัลบอร์ซ” ได้แล่นเข้าทะเลแดง โดยผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ซึ่งอยู่ทางด้านใต้สุดของทะเลแดงตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนกบฏฮูตีและกลุ่มฮามาสที่กำลังทำสงครามกับอิสราเอลอยู่ในขณะนี้

 ข่าวการส่งเรือรบเข้ามายังทะเลแดงของอิหร่าน เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ได้ยิงเข้าใส่กองกำลังกบฏฮูตีที่พยายามขึ้นไปบนเรือสินค้าที่ชื่อ Maersk Hangzhou ซึ่งเป็นเรือสัญชาติเดนมาร์กที่กำลังแล่นผ่านทะเลแดง จนทำให้มีสมาชิกฮูตีเสียชีวิตหลายราย

นอกจากนี้ยังสามารถจมเรือของฮูตี 3 ลำที่แล่นเข้าไปในรัศมี 20 เมตรของเรือสินค้าได้ รายงานดังกล่าวได้รับการยืนยันจากโฆษกกลุ่มกบฏฮูตีที่ออกมาแถลงข่าวเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า กองกำลังฮูตีได้พยายามเข้าโจมตีเรือ Maersk Hangzhou จริง เนื่องจากเรือลำดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือของอิสราเอล และถือเป็นภารกิจของฮูตีที่ต้องสกัดเพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์

โฆษกฮูตียอมรับด้วยว่า กองเรือของสหรัฐฯ ได้พยายามเข้าสกัดปฏิบัติการ และได้โจมตีเรือของฮูตีเสียหาย 3 ลำ จนเป็นเหตุให้สมาชิกกองกำลังทางทะเลของกลุ่มเสียชีวิต 10 ราย

 ขณะที่กองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ หรือ Centcom ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือMaersk Hangzhou ซึ่งแจ้งว่ากำลังจะถูกโจมตี จึงได้ส่งฝูงเฮลิคอปเตอร์ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ไอเซนฮาว ที่สหรัฐฯ ส่งไปประจำการในตะวันออกกลางหลังเกิดสงครามในฉนวนกาซา เข้าสกัดและเกิดการสู้รบกับกลุ่มฮูตี

 ล่าสุด CNN รายงานว่า บริษัท Maersk ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ Maersk Hangzhou ได้ประกาศระงับการเดินเรือต่างๆ ของบริษัทผ่านทางทะเลแดงเป็นเวลา 48 ชั่วโมงและเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เว็ปไซต์ของ Maersk ได้ปรับแผนการเดินเรือระหว่างยุโรปและเอเชีย

ถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในทะเลแดง นับตั้งแต่กบฏฮูตีประกาศแก้แค้นอิสราเอลที่ทำสงครามในฉนวนกาซา

หลังเกิดเหตุการณ์กองเรือรบสหรัฐฯ จมเรือของกบฏฮูตี ทำให้หลายฝ่ายจับตาดูพื้นที่ทะเลแดงอย่างใกล้ชิด โดยมีความกังวลว่า สถานการณ์อาจทวีความตึงเครียดขึ้นมากกว่านี้ หลังจากอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรของกบฏฮูตีส่งเรือรบเข้ามาในทะเลแดงเช่นเดียวกัน

สาเหตุที่หลายฝ่ายเป็นกังวลเนื่องจากความสำคัญของทะเลแดงในฐานะที่เป็นจุดเชื่อมต่อของการเดินเรือสินค้าระหว่างยุโรปกับเอเชีย

ทะเลแดงคือ หนึ่งในเส้นทางการค้าหลักที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย โดยพื้นที่ทางตอนเหนือของทะเลแดงคือ คลองสุเอซ ส่วนด้านใต้คือ ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ซึ่งเป็นจุดออกไปสู่อ่าวเอเดน ทะเลอาหรับ และมหาสมุทรอินเดีย

 ทะเลแดงเป็นน่านน้ำที่คับคั่งไปด้วยเรือพาณิชย์ ที่ลัดเลาะผ่านคลองสุเอซเพื่อขนส่งสินค้าระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ในแต่ละวันจะมีเรือราวๆ  50 ลำแล่นผ่านคลองสุเอซ โดยเรือแต่ละลำขนส่งสินค้ามูลค่ารวมๆ อยู่ที่ประมาณ 24 ล้านบาท

คลองสุเอซ คือ คลองที่มนุษย์ขุดขึ้นในช่วงปี 1859-1869 มีความยาวทั้งสิ้น 193.3 กิโลเมตร กว้าง 300-350 เมตร เพื่อร่นระยะเวลาการเดินเรือ

นี่ทำให้เรือพาณิชย์ที่ขนส่งสินค้าประเภทต่างๆ ทั้งน้ำมันดิบและสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ต้องแล่นเรือไปอ้อมแหลมกู๊ด โฮปในนทวีปแอฟริกา เพื่อไปยังช่องแคบมะละกาในทวีปเอเชีย

คลองสุเอซลดระยะทางการเดินเรือจาก 20,900 กิโลเมตร เหลือ เพียง 12,000 กิโลเมตรเท่านั้น และใช้เวลาเพียง 26 วัน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 36 วัน

 การเดินเรือสินค้าในทะเลแดงเริ่มปั่นป่วนหลังเกิดสงครามในฉนวนกาซา เมื่อกลุ่มกบฏฮูตีประกาศโจมตีเรือทุกลำที่มีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอล

โดยในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา กบฏฮูตีได้โจมตีเรือสินค้าของหลายชาติไปแล้วกว่าสิบครั้ง โดยระบุว่า จะหยุดโจมตีภายใต้เงื่อนไขเดียว นั่นก็คือ อิสราเอลต้องหยุดการโจมตีและสังหารประชาชนในพื้นที่ฉนวนกาซา

 การโจมตีเรือพาณิชย์ของกลุ่มกบฏฮูตี ทำให้หลายบริษัทตัดสินใจเลี่ยงการใช้คลองสุเอซ และแล่นเรือลงไปยังแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกาแทน ซึ่งทำให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องใช้พลังงานและเวลามากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม บางบริษัทยังมีความจำเป็นต้องเดินเรือผ่านทะเลแดง และบริษัทเหล่านี้ต้องใช้การ์ดประจำเรือเพื่อรักษาความปลอดภัย

 อีกทางหนึ่งคือ การขอความช่วยเหลือจากกองกำลังเฉพาะกิจทางทะเลนานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร โดยกองเรือนี้จัดตั้งขึ้นมาเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพื่อให้การคุ้มครองเรือสินค้าที่ผ่านทะเลแดงโดยเฉพาะ  เช่น ในกรณีของเรือ Maersk Hangzhou ที่ได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือและกองเรือสหรัฐฯ สามารถสกัดปฏิบัติการของฮูตีได้สำเร็จ

นอกจากในทะเลแดงแล้ว การโจมตีเรือสินค้ายังลามไปถึงมหาสมุทรอินเดียซึ่งเป็นส่วนต่อของทะเลแดงด้วย

หลังเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา เรือสินค้าลำหนึ่งซึ่งออกเดินทางจากซาอุดีอาระเบียเพื่อไปที่อินเดีย โดนกองกำลังไม่ทราบฝ่ายโจมตีขณะที่ลอยลำอยู่ห่างจากชายฝั่งอินเดียประมาณ 200 ไมล์ทะเล

ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดการโจมตีเรือสินค้าบริเวณนี้ ทำให้อินเดียออกมาประกาศจัดตั้งกองกำลังเพื่อคุ้มครองเรือสินค้าที่แล่นผ่านมหาสมุทรอินเดีย

เรือลำดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกเคมีภัณฑ์ติดธงชาติไลบีเรียที่ชื่อ MV Chem Pluto ที่บรรทุกสินค้ามาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยใช้เส้นทางทะเลแดง ผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ก่อนจะต่อมาที่อ่าวเอเดน ทะเลอาหรับ และมหาสมุทรอินเดีย

 ขณะที่เรือ MV Chem Pluto ลอยลำอยู่ในน่านน้ำของมหาสมุทรอินเดีย มีอากาศยานไร้คนขับปริศนาพุ่งเข้าโจมตี จนทำให้โครงสร้างบางส่วนของเรือเสียหายและมีน้ำทะลักเข้ามาในเรือ แต่ลูกเรือชาวอินเดีย 20 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ หน่วยยามฝั่งของอินเดียได้ส่งช่างไปซ่อมแซม ก่อนจะนำเรือ MV Chem Pluto เข้าฝั่งAmbrey ซึ่งเป็นบริษัทบริหารความเสี่ยงด้านการเดินเรือทางทะเลของอังกฤษระบุว่า จุดที่เรือ  MV Chem Pluto ถูกโจมตีอยู่ห่างจากเมือง เวราวัล ของอินเดียไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 200 ไมล์ทะเล และนี่ถือเป็นการโจมตีเรือสินค้านอกบริเวณทะเลแดงครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาเริ่มขึ้น

 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ราชนาถ ซิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินเดีย ได้ออกมาประกาศว่ารัฐบาลอินเดียมีความกังวลหลังเกิดเหตุโจมตีเรือ MV Chem Phuto จึงได้สั่งยกระดับการลาดตระเวน รวมถึงเพิ่มกำลังเพื่อคุ้มครองเรือสินค้าในมหาสมุทรอินเดีย

ด้วยการนำเรือพิฆาต 15 Alpha และ Bravo-class เข้าประจำการเพื่อรับมือการคุกคามการเดินเรือในมหาสมุทรอินเดีย

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ