รัสเซียโจมตีหนัก สหรัฐฯเผยแพ็กเกจช่วยยูเครนหยุดลงแล้ว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามยูเครนเดือด! รัสเซียยกระดับโจมตีหนัก ถล่มทางอากาศทั่วแผ่นดินยูเครน ขณะสหรัฐฯเผยความช่วยเหลือให้ยูเครนหยุดชะงักลงแล้ว

สงครามยูเครนกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังรัสเซียยกระดับความรุนแรงการโจมตีทางอากาศทั่วแผ่นดินยูเครนตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ทำให้ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีตัดสินใจเดินสายระดมการสนับสนุนจากชาติพันธมิตรบอลติก ขณะที่พันธมิตรชาติตะวันตกคนสำคัญอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปยังคงล่าช้าในการส่งความช่วยเหลือทางการทหาร ซึ่งรวมถึงจรวดยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนที่เข้ามาโจมตียูเครน

รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มยูเครนอีก 51 ลูก

ยูเครนเผยหลักฐาน รัสเซียใช้ขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

ความช่วยเหลือยูเครน รายการรอบโลก DAILY
สหรัฐฯเผยความช่วยเหลือให้ยูเครนหยุดชะงักลงแล้ว

ล่าสุดทางการสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่า ความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ ส่งให้ยูเครนได้หยุดชะงักลงแล้ว หลังจากประกาศมอบความช่วยเหลือระลอกสุดท้ายไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

เมื่อวานนี้ ระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อที่ทำเนียบขาว จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับความคืบหน้าของร่างความช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติมที่สภาคองเกรสยังไม่สามารถผ่านออกมาได้

โดยระบุว่า ความช่วยเหลือที่ทำเนียบขาวสามารถอนุมัติให้ยูเครนได้ในขณะนี้หมดลงแล้วและการส่งได้หยุดชะงักลง หลังจากผ่านแพ็กเกจความช่วยเหลือระลอกสุดท้ายที่สามารถมอบได้จากคลังกระทรวงกลาโหมไปเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา

โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ยังย้ำด้วยว่า สภาคองเกรสควรอนุมัติร่างความช่วยเหลือที่ทำเนียบขาวเสนอโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะในวันที่รัสเซียยกระดับการโจมตีทางอากาศใส่ยูเครน

ร่างงบประมาณสนับสนุนยูเครนมูลค่า 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่ประธานาธิบดีไบเดนเสนอต่อสภาคองเกรส ตกอยู่ในสภาวะชะงักงันมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว หลังจาก ส.ว.พรรครีพับลิกันโหวตคว่ำไปเพื่อต่อรองให้พรรคเดโมแครตยอมปรับรายละเอียดนโยบายความมั่นคงชายแดนที่ผนวกอยู่ในร่างฉบับเดียวกันให้เข้มงวดขึ้น ตลอดช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำเนียบขาวมักออกมาเร่งกดดันให้สภาคองเกรสผ่านร่างก่อนที่ความช่วยเหลือส่วนที่อนุมัติไปแล้วจะหมดลง

แต่สมาชิกสภาพรรครีพับลิกันและเดโมแครตไม่สามารถหาข้อตกลงที่เป็นที่พอใจของแต่ละฝ่ายได้ จนการเจรจาปรับร่างความช่วยเหลือลากยาวมาจนถึงปีนี้ ส.ว.พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันเริ่มกลับมาเจรจาและเตรียมพิจารณารายละเอียดร่างอีกครั้ง หลังจากสภาคองเกรสกลับมาเปิดทำการเมื่อวันจันทร์ที่ 8 มกราคมที่ผ่าน อย่างไรก็ตาม เจมส์ แลงค์ฟอร์ด สมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เจรจาร่างหลัก เปิดเผยผ่านสำนักข่าว AP ว่า ยังมีหลายประเด็นในร่างที่ ส.ว. ทั้งสองฝ่ายเห็นไม่ตรงกันและยังคงต้องเจรจาต่อ

ขณะเดียวกัน พันธมิตรสำคัญอีกรายอย่างสหภาพยุโรปก็ยังไม่สามารถอนุมัติความช่วยเหลือมูลค่า 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐได้ เนื่องจากฮังการียังคงมีมติคัดค้านอยู่  โดยคณะมนตรียุโรป ซึ่งเป็นที่ประชุมของผู้นำชาติสหภาพยุโรปและประธานคณะกรรมาธิการยุโรปจะลงมติกันอีกครั้งในการประชุมนัดพิเศษในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

สัญญาณว่าชาติพันธมิตรรายใหญ่ของยูเครนอาจกำลังตกอยู่ในสภาวะล้าสงคราม เกิดขึ้นในวันที่รัสเซียยกระดับความรุนแรงการโจมตีทางอากาศทั่วแผ่นดินยูเครน

รัสเซียเปลี่ยนยุทธศาสตร์โจมตีทางอากาศ

การโจมตีทางอากาศทั่วยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดเริ่มต้นในวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีได้ออกมาเปิดเผยว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตีใส่ยูเครนไปแล้วอย่างน้อยกว่า 300 ลูก รวมถึงโดรนอีกกว่า 200 ลำตลอดช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา  อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของการโจมตีไม่ได้เป็นเพราะจำนวนการโจมตีที่มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการเปลี่ยนยุทธศาสตร์และวิธีการโจมตีของรัสเซียด้วยเช่นกัน

นั่นคือ ยุทธศาสตร์การโจมตีทางอากาศแบบผสมผสานขีปนาวุธและโดรนหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธเหนือเสียงคินซาลที่มีความเร็วสูง ขีปนาวุธนำวิถี ขีปนาวุธร่อน และโดรนพลีชีพชาเฮดสัญชาติอิหร่านที่มีความเร็วช้ากว่า

จุดประสงค์คือ ต้องการทำให้ยากต่อการสกัดและบั่นทอนกำลังระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนให้อ่อนแรงลง ยุทธศาสตร์เช่นนี้ดูเหมือนจะเริ่มได้ผลแล้ว เนื่องจากในการโจมตีระลอกใหญ่ทั่วยูเครนครั้งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธและโดรนได้เพียง 18 ลูก/ลำ จากทั้งหมด 51 ลูก/ลำ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สกัดได้น้อยกว่าการโจมตีระลอกที่ผ่านๆ มาที่มักสกัดได้เกือบทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ทหารประจำหน่วยป้องกันภัยทางอากาศยูเครนเปิดเผยต่อสำนักข่าว CNN ว่า ยุทธวิธีใหม่อีกอย่างที่รัสเซียใช้คือดัดแปลงโดรนเพื่อให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่สามารถตรวจจับได้กลยุทธ์ที่ใช้มีตั้งแต่วิธีง่ายๆ อย่างการทาสีโดรนพลีชีพด้วยสีดำ เพื่อให้พรางไปกับความมืดของท้องฟ้าตอนกลางคืน ไปจนถึงดัดแปลงโดรนโดยการย้ายท่อไอเสียเครื่องยนต์จากด้านหลังไปไว้ที่ด้านหน้า เพื่อสร้างความสับสนให้แก่กล้องตรวจจับความร้อนของระบบป้องกันภัยทางอากาศ 

นอกจากนี้ สื่อหลายสำนักของยูเครนยังรายงานว่ารัสเซียเตรียมเปลี่ยนไปใช้โดรนชนิดไอพ่นแทนโดรนที่ขับเคลื่อนด้วยใบพัด ซึ่งความเร็วในการบินที่มากกว่าจะส่งผลให้การยิงสกัดเป็นไปได้ยากขึ้น

คำถามคือ รัสเซียจะใช้ยุทธศาสตร์เช่นนี้โจมตีทางอากาศใส่ยูเครนไปอีกนานแค่ไหน โดยเฉพาะในวันที่โฆษกกองทัพอากาศยูเครนออกมาระบุว่า กำลังขาดแคลนจรวดที่ใช้ยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนที่เข้ามาโจมตีนักวิเคราะห์ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนออกมา

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายประเมินตรงกันว่ารัสเซียได้เตรียมสะสมขีปนาวุธจำนวนมากเอาไว้ บทความวิเคราะห์จากหนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศสระบุโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ยูเครนว่า รัสเซียยังคงมีขีปนาวุธ อย่างขีปนาวุธร่อน และขีปนาวุธนำวิถีชนิดต่างๆ ในคลังแสงอีก 1,000 ลูก และสามารถใช้โจมตียูเครนได้ถึงเดือนละ 100 ลูก

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานออกมาว่ารัสเซียจัดซื้อขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือและใช้ในการโจมตีทางอากาศต่อยูเครน ล่าสุดเมื่อวานนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ต่อองค์กรและบุคคลของรัสเซียที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการถ่ายโอนขีปนาวุธเกาหลีเหนือแล้วรวม 4 ราย

สถานการณ์ที่ยากลำบากทั้งในการป้องกันภัยทางอากาศและการสู้รบที่แนวรบ ทำให้ยูเครนต้องระดมการสนับสนุนจากชาติพันธมิตรอีกครั้งล่าสุดประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ปิดฉากการเยือนพันธมิตรที่เหนียวแน่นอย่างกลุ่มประเทศบอลติกแล้ว

เซเลนสกีระบุ การหยุดยิงจะเอื้อประโยชน์ให้รัสเซีย

มื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีได้ปิดฉากการเดินสายเยือนประเทศกลุ่มบอลติกที่กรุงริกา ประเทศลัตเวีย โดยได้เข้าพบ เอ็ดการ์ส รินเกวิช ประธานาธิบดีของลัตเวีย จุดประสงค์ของการเดินสายครั้งนี้เป็นไปเพื่อระดมการสนับสนุนยูเครนในการทำสงครามต้านทานรัสเซียอีกครั้ง รวมถึงหารือเกี่ยวกับการเข้าเป็นสมาชิกนาโตและสหภาพยุโรปของยูเครนในอนาคต

กลุ่มประเทศบอลติก ซึ่งสนับสนุนยูเครนอย่างเหนียวแน่นมาโดยตลอดและมีท่าทีที่แข็งกร้าวต่อรัสเซีย จึงเป็นจุดหมายที่ประธานาธิบดียูเครนเลือกเพื่อส่งสาร

ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดียูเครนได้หารือร่วมกับประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย ที่กรุงทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย และได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนชาติพันธมิตรตะวันตกอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า การแช่แข็งสงครามและยุติการสู้รบชั่วคราวมีแต่จะทำให้รัสเซียได้ประโยชน์ เนื่องจากจะเปิดโอกาสให้รัสเซียสะสมอาวุธและกำลังพล 

คำถามคือ อนาคตของการสนับสนุนจากชาติพันธมิตรตะวันตกจะเป็นอย่างไรต่อไป ไนเจล กูลด์-เดวีส์ นักวิจัยอาวุโสด้านรัสเซียและยูเรเชียประจำ International Institute for Strategic Studies วิเคราะห์ผ่าน The New York Times ว่า ชาติพันธมิตรตะวันตกจะยังคงมีจุดยืนสนับสนุนยูเครนในทางการเมืองเช่นเดิม แต่ที่น่ากังวลคือ ในทางปฏิบัติอาจจะไม่สามารถคงระดับการสนับสนุนด้านการเงินและการทหารได้เหมือนช่วงที่ผ่านมาแล้ว

อย่างไรก็ดี ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น สำนักข่าว เดอะ การ์เดียนรายงานว่า ริชี ซูนัค นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรกำลังเดินทางไปพบประธานาธิบดีเซเลนสกีที่กรุงเคียฟ หลังจากที่ได้ประกาศความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครนสำหรับปีงบประมาณต่อไป เป็นมูลค่า 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ   อาวุธที่จะรวมอยู่ในแพ็กเกจความช่วยเหลือก็เช่น ขีปนาวุธพิสัยไกล กระสุนปืนใหญ่ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการป้องกันภัยทางอากาศและความมั่นคงทางทะเล

เปิดสถิติหวยออกงวดวันที่ 17 มกราคม หวยวันครู ย้อนหลัง 15 ปี

มอเตอร์เวย์ M6 เปิดให้ใช้ฟรีตลอดปี 2567 เก็บค่าผ่านทางปี 2568

โปรแกรมฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 รอบแรก นัดแรก 13 ม.ค 67

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ