ในขณะที่อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งฝีเท้าเพื่อเป็นผู้แทนจากพรรครีพับลิกันในการชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฝั่งพรรคเดโมแครตเอง ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ก็กำลังดำเนินการหาเสียงอย่างเข้มข้น
แต่การหาเสียงของทั้งสองฝ่ายกำลังเจอกับตัวแปรสำคัญที่หลายคนไม่คาดคิดมาก่อน นั่นคือ “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ศิลปินหญิงชื่อดังระดับโลก ที่เฉพาะยอดผู้ติดตามบนอินสตาแกรมก็สูงถึง 279 ล้านคน (ณ วันที่ 30 ม.ค. 2024)
“ทรัมป์” เฉือนชนะ “เฮลีย์” เลือกตั้งขั้นต้นนิวแฮมป์เชียร์
ต้องเท้าความก่อนว่า กลยุทธ์การหาเสียงหลักของเดโมแครตในขณะนี้ มุ่งเน้นการโจมตีทรัมป์และนโยบายหรือกฎหมายอนุรักษ์นิยมต่าง ๆ เพื่อเรียกความนิยมจากประชาชนที่มีแนวคิดเสรีนิยม
กลยุทธ์ดังกล่าเคยใช้ได้ผลมาแล้วในการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 ซึ่งครั้งนี้ ทีมของไบเดนและพันธมิตรยังคงวางแผนที่จะวาดภาพทรัมป์ว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อรัฐบาลอเมริกันและสังคม รวมถึงความกังวลเรื่องเศรษฐกิจว่าจะปั่นป่วนหรือไม่หากทรัมป์กลับมา
นอกจากนี้ การหาเสียงจะเน้นหนักไปที่การชูประเด็นเรื่องสิทธิในการทำแท้ง โดยมองว่า ประเด็นนี้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มอนุรักษ์นิยมในการจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคล
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับอายุและความแข็งแรงของไบเดน ก็ทำให้ความนิยมในตัวเขาลดลงอย่างมาก โดยผลสำรวจพบว่า ไบเดนตามหลังทรัมป์ในผลโพลแบบตัวต่อตัว และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากพรรคเดโมแครตจำนวนมากระบุว่า ไม่เต็มใจที่จะสนับสนุนไบเดนอีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ ทีมงานของไบเดนจึงกำลังพยายามหากลยุทธ์อื่น โดยเฉพาะการหา “อินฟลูเอนเซอร์” ที่อาจส่งผลต่อความคิดของสาธารณชนได้ ซึ่งความฝันอันสูงสุดของทีมไบเดนก็คือซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เทย์เลอร์ สวิฟต์
ทำไมต้อง เทย์เลอร์ สวิฟต์?
เมื่อเดือน ก.ย. 2023 เทย์เลอร์ได้ออกมาเรียกร้องผ่านอินสตาแกรมให้แฟน ๆ ไปลงทะเบียนแสดงความจำนงว่าจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ผ่าน Vote.org องค์กรที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและไม่แสวงหากำไรที่ให้บริการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และหลังเทย์เลอร์โพสต์สตอรีเพียงวันเดียว ก็มีคนเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 35,000 คน
นั่นพอจะอธิบายถึงอิทธิพลของเทย์เลอร์ที่มีต่อการตัดสินใจเลือกตั้งของเหล่าอเมริกันชนได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นแฟนคลับของเธอ
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มีข้อบ่งชี้ว่า คะแนนเสียงของคนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับสูงอีกครั้งในปีนี้ เช่นเดียวกับในปี 2020
ในการเลือกตั้งปี 2020 มีประชากรอายุระหว่าง 18-29 ปีออกมาลงคะแนนเสียงเพียงประมาณ 48% เท่านั้น เทียบกับ 73% ในกลุ่มผู้สุงอายุ 65-74 ปี หรือย้อนไปอีกในปี 2016 มีคนหนุ่มสาวเพียงประมาณ 40% เท่านั้นที่ออกมาโหวต
นั่นหมายความว่า เสียงของคนรุ่นใหม่หายไปค่อนข้างมากในการเลือกตั้งที่ผ่าน ๆ มา และหากสามารถดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ออกมาเลือกตั้งได้มากขึ้น อาจส่งผลต่อผลคะแนนการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้งที่ศูนย์ข้อมูลและการวิจัยมหาวิทยาลัยทัฟต์ส ระบุว่าหลายรัฐที่ผู้ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่เป็นเยาวชนสามารถสร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญได้ในปีนี้ เช่น วิสคอนซิน จอร์เจีย และแอริโซนา
ทั้งนี้ ในโพสต์เมื่อปีที่แล้ว เทย์เลอร์เรียกร้องให้ผู้ติดตามเข้าร่วมการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แต่ไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนผู้สมัครหรือพรรคใดอย่างเป็นทางการ
กระนั้น ในสารคดีที่บันทึกการสนทนาของเทย์เลอร์กับครอบครัว เธอเคยแสดงความกังวลว่า เธอควรจะประณาม โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรงมากกว่านี้ในระหว่างการหาเสียงปี 2016 ต่อมาในปี 2020 เทย์เลอร์ประกาศต่อทรัมป์ว่า “เราจะโหวตให้คุณออก”
ในขณะเดียวกัน ด้วยการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มไม่เสพข่าวผ่านสื่อแบบดั้งเดิม ทีมไบเดนจึงพยายามเข้าถึงประชาชนบนโซเชียลมีเดียผ่านอินฟลูเอนเซอร์ต่าง ๆ
ในเดือน ม.ค. 2024 ไบเดนได้ไปเยี่ยมบ้านของผู้สนับสนุนรายหนึ่งซึ่งถูกยกเลิกเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาผ่านโครงการของรัฐบาลกลาง ในเวลาต่อมา ลูกชายของผู้สนับสนุนรายนี้ได้โพสต์วิดีโอการมาเยือนของไบเดนบน TikTok และกลายเป็นว่ามีผู้เข้าชมหลายล้านครั้ง ทำให้ทีมไบเดนมีแผนจะเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรูปแบบใหม่
แผนดังกล่าวได้เริ่มมีการพูดคุยกับดาราและคนดังในโซเชียลมีเดียแล้ว เกี่ยวกับการขอให้ช่วยโปรโมตไบเดนบนอินสตาแกรมและ TikTok
แน่นอนว่า อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุด คือ เทย์เลอร์ สวิฟต์
ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กาวิน นิวซัม ซึ่งสนับสนุนไบเดน เคยกล่าวในเดือน ก.ย. ปีที่แล้วว่า กำลังพยายามขอร้องให้เทย์เลอร์เข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์หาเสียงของไบเดนให้มากขึ้น
“เทย์เลอร์ สวิฟต์ เป็นบุคคลที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ การที่เธอสามารถทำให้คนหนุ่มสาวมีความกระตือรือร้นและตระหนะกว่า พวกเขามีเสียงและควรมีทางเลือกในการเลือกตั้งครั้งหน้า ผมคิดว่ามันทรงพลังอย่างมาก” นิวซัมกล่าว
เรียบเรียงจาก New York Times / USA Today
ขยายผล! เจออีกเคส "แก๊งศรีสุวรรณ" ตบทรัพย์เรียกเงิน 100 ล้าน?
ออปต้า ทำนายผลแข่ง ทีมชาติไทย พบ อุซเบกิสถาน รอบ 16 ทีม เอเชียน คัพ
“แบม ไพลิน” เปิดใจสละตำแหน่งมิสแกรนด์ระนอง ยอมรับกำลังตั้งท้อง