"ฮูตี" ไม่หยุด โจมตีโดรนและเรือสินค้าครั้งใหม่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สถานการณ์ในทะเลแดงที่อาจเริ่มดุเดือดอีกครั้ง หลังจากเมื่อวานนี้ กลุ่มกบฏฮูตีเปิดฉากโจมตีเรือสินค้าของสหราชอาณาจักรและโดรนประสิทธิภาพสูงของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหาย

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความรุนแรงของสงครามในฉนวนกาซา โดยฮูตีประกาศว่า จะเดินหน้าโจมตีผลประโยชน์ของอิสราเอลและพันธมิตรอย่างสหรัฐฯและสหราชาอาณาจักรต่อไป ตราบใดที่อิสราเอลยังไม่หยุดทำสงครามในฉนวนกาซา

เมื่อคืนที่ผ่านมา ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกกลุ่มฮูตีแถลงว่า หน่วยรบทางทะเลของกลุ่มประสบความสำเร็จในปฏิบัติการล่าสุด นั่นก็คือ การโจมตีเรือรบของสหราชอาณาจักรและโดรนประสิทธิภาพสูงของสหรัฐฯ ที่กำลังปฏิบัติการในน่านฟ้าเมืองท่าฮูเดย์ดาห์ริมชายฝั่งทะเลแดง

EU ส่งเรือรบอย่างน้อย 3 ลำ ปกป้องทะเลแดงจากกลุ่มฮูตีเยเมน

"อิสราเอล" ส่งโดรนปลิดชีพผู้นำอาวุโสฮามาส

กบฏฮูตี รายการรอบโลก DAILY
เรือสินค้าในทะเลแดง

นอกเหนือจากการแถลงข่าว กลุ่มฮูตียังเผยแพร่คลิปที่อ้างว่าเป็นวินาทีที่ขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศของตนสอยโดรนสหรัฐฯ

ร่วงลงสู่ทะเลแดงเป็นภาพของดวงไฟสว่างทรงกลมบนท้องฟ้าที่เคลื่อนเข้าปะทะกัน จนเกิดดวงไฟอีกหลายดวงที่ร่วงละลิ่วลงมาจากท้องฟ้า  หลังจากนั้นก็ปรากฏภาพการกู้ซากวัตถุชิ้นนี้ขึ้นมาจากน้ำ โดยระบุว่า เศษซากที่เห็นคือ โดรน "เอ็มคิว ไนน์ รีปเปอร์" (MQ-9 Reaper) ของสหรัฐฯ

MQ-9 รีปเปอร์ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอากาศยานไร้คนขับประสิทธิภาพสูง มีขนาด 20 เมตร สามารถบินได้ไกลเกือบ 2,000 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 480 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และที่ระดับสูงสุด 15,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

นอกเหนือจากความเร็ว MQ-9 รีปเปอร์ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเงียบเชียบเนื่องจากใช้เครื่องยนต์แบบใบพัดตัวเดียว ทำให้ยากต่อการตรวจจับแม้จะอยู่ใกล้เป้าหมายเพียงไม่กี่ร้อยเมตร

โดรนรุ่นนี้สามารถบรรทุกหรือติดระเบิดและขีปนาวุธได้หลายประเภท เช่นขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ AGM-114, ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ GBU-12 Paveway III ความแม่นยำของการโจมตีสูงเนื่องจากควบคุมเป้าด้วยดาวเทียม

MQ-9 รีปเปอร์ถูกนำมาประจำการในกองทัพสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2007 และถูกใช้ในปฎิบัติการในตะวันออกกลางแล้วหลายครั้งเพื่อสอดแนมหรือโจมตีเป้าหมาย เช่นช่วงต้นเดือนมกราคม ปี 2020

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้นสั่งการให้กองทัพสหรัฐส่ง MQ-9 รีปเปอร์ ไปสังหารนายพลกอซิม สุไลมานี ผู้นำกองกำลังคุดส์ หน่วยรบพิเศษที่สังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน จนเสียชีวิตที่สนามบินในกรุงแบกแดดของอิรัก

นอกเหนือจากอ้างว่าได้ยิงโดรน MQ-9 รีปเปอร์ตกแล้ว กบฏฮูตียังระบุด้วยว่า ได้โจมตีเรือสินค้าของสหราชอาณาจักรเสียหายในเวลาไล่เลี่ยกัน

โดยเรือลำดังกล่าวคือเรือบรรทุกสินค้ารูบีมาร์ ถูกโดรนของฮูตีเข้าโจมตีในขณะที่กำลังแล่นอยู่ในอ่าวเอเดน ไม่ไกลนักจากช่องแคบบับ อัล-มันเดบซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลแดง โดยหลังจากถูกโจมตี ลูกเรือทั้งหมดได้ตัดสินใจสละเรือ

แอมเบรย์ ซึ่งเป็นบริษัทความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า เรือลำดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกสินค้าทั่วไปแบบเปิดโล่งและติดธงชาติเบลีซ เป็นเรือที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร และดำเนินกิจการโดยบริษัทเลบานอน

ล่าสุดฮูตีออกมาประกาศว่า มีความเสี่ยงสูงที่เรือรูบีมาร์จะจมลงสู่ก้นทะเลในไม่ช้า ทั้งนี้ 24 ชั่วโมงก่อนหน้าที่จะโจมตีเรือรูบีมาร์ ฮูตีได้ทำการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน M/T Pollux ซึ่งเป็นเรือสัญชาติเดนมาร์กที่กำลังแล่นอยู่ในอ่าวเอเดนไป

กบฏฮูตีที่เปิดฉากโจมตีเรือสินค้าที่แล่นผ่านทะเลแดงตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยระบุว่าเพื่อเป็นการแก้แค้นที่อิสราเอลทำสงครามต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

การโจมตีเรือสินค้าที่ผ่านทะเลแดงซึ่งเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของโลกในฐานะเส้นทางลัดที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย ทำให้เกิดความปั่นป่วนอย่างหนัก จนในที่สุดสหรัฐฯและพันธมิตรอีก 9 ชาติต้องตั้งกองเรือขึ้นมาเพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในทะเลแดง

กองเรือดังกล่าวนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ไอเซนฮาวเออร์ (USS Eisenhower) เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

สำหรับภารกิจของกองเรือ นอกเหนือจากจะสกัดโดรนหรือขีปนาวุธของฮูตีแล้ว ยังมีปฏิบัติการในเชิงรุกด้วยการเข้าโจมตีคลังเก็บอาวุธ รวมถึงฐานที่มั่นของฮูตีในแผ่นดินเยเมนเพื่อเป็นการบั่นทอนกำลังศัตรูด้วย

ก่อนที่โดรน MQ-9 รีปเปอร์ของสหรัฐฯ จะถูกยิงตก ผู้บัญชาการกองเรือเพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า  สหรัฐฯ และพันธมิตรประสบความสำเร็จในการทำลายศักยภาพทางการทหารของฮูตี โดยสามารถสกัดโดรนและป้องกันเรือสินค้าจากการถูกโจมตีได้มากกว่า 2,000 ลำ  และนี่ทำให้ในช่วง 60 วันที่ผ่านมา การโจมตีเรือสินค้าจากกลุ่มฮูตีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การโจมตีเรือสหราชณาจักรและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ฮูตียังมีเขี้ยวเล็บที่จะสร้างความเสียหายได้ นี่ทำให้สหภาพยุโรปประกาศยกระดับความเข้มข้นในการปฎิบัติการเพื่อป้องกันเรือในทะเลแดง

สหภาพยุโรป ได้เปิดปฏิบัติการทางทะเลบริเวณทะเลแดงและภูมิภาคอ่าว นี่เป็นปฏิบัติการที่มีชื่อว่า อาสพิเดส (ASPIDES) หรือที่แปลว่าโล่ในภาษากรีก มีระยะเวลาปฏิบัติการเป็นเวลา 1 ปี โดยสำนักงานใหญ่ของปฏิบัติการมีที่ตั้งอยู่ที่เมืองลาริสซา ประเทศกรีซ จุดประสงค์ของปฏิบัติการนี้คือ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและด้านความมั่นคงของสหภาพยุโรปในบริเวณทะเลแดง ที่ขณะนี้เผชิญการโจมตีจากกลุ่มฮูตีมาเป็นเวลาเกือบสามเดือนแล้ว

ในขณะที่สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงตึงเครียดหลังจากอิสราเอลยังไม่ยอมยุติแผนการบุกเมืองราฟาห์ เมืองสุดท้ายของฉนวนกาซาที่ติดกับชายแดนอียิปต์ อย่างไรก็ตาม อิสราเอลประกาศชะลอแผนการบุกราฟาห์ออกไป หลังถูกชาติพันธมิตรจะออกมาคัดค้าน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เบนนี แกนซ์ หนึ่งในคณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอลได้ประกาศว่า จะให้เวลากลุ่มฮามาสจนถึงวันเริ่มต้นเดือนรอมฎอน และหากฮามาสยังไม่คืนตัวประกันก็จะเข้าบุกเมืองราฟาห์ตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้วันเริ่มต้นเดือนรอมฎอนหรือเทศกาลถือศีลอดจะเริ่มต้นในวันที่ 10 มีนาคมที่จะถึงนี้

แกนซ์ ยืนยันระหว่างแถลงข่าวว่า การบุกเมืองราฟาห์เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่เหลือกว่าร้อยคนออกมา และเพื่อกวาดล้างกลุ่มฮามาสที่หนีไปตั้งหลักที่นั่นให้สิ้นซาก

การยืนยันบุกเมืองราฟาห์ของอิสราเอลทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวล เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนกว่า 1.4 ล้านชีวิตหนีมาหลบภัยสงครามและไม่มีทางให้หนีอีกต่อไปแล้ว การเปิดโจมตีที่นั่นจึงหมายถึงหายนะด้านมนุษยธรรม

ล่าสุดแอนนาเลนา แบร์บอค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ออกมาเตือนอิสราเอลอีกครั้งถึงแผนการบุกเมืองราฟาห์ โดยระบุว่า ถึงแม้อิสราเอลจะมีสิทธิในการป้องกันตนเอง แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

โดยเธอระบุว่า ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอิสราเอล โดยเฉพาะการช่วยตัวประกัน ไม่ใช่การบุกราฟาห์แต่คือการทำข้อตกลงหยุดยิง ไม่เฉพาะเจอแรงกดดันจากประเทศพันธมิตร แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูยังกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่มากขึ้นเรื่อยๆ จากประชาชนและครอบครัวตัวประกัน ที่ออกมาเดินขบวนกันทุกวันเพื่อให้นำตัวประกันออกมาอย่างปลอดภัย

นี่คือการประท้วงเมื่อคืนที่ผ่านมา คนหลายพันคนพากันเดินเท้าไปที่หน้าบ้านพักของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูในนครเยรูซาเลมตะวันตก ก่อนจะถูกตำรวจสกัดไว้

ท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลามไปในหลายภูมิภาคและสัญญาณการเดินหน้าบุกเมืองราฟาห์ของอิสราเอล ทำให้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักที่สนับสนุนอิสราเอลมาตลอด เริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะต่อหน้าที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

เมื่อช่วงเช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐฯ ได้โหวตวีโตร่างข้อมติเพื่อหยุดยิงทันทีในฉนวนกาซาซึ่งถูกเสนอโดยแอลจีเรีย โดย CNN รายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมที่จะเสนอร่างข้อมติของตนเอง โดยในร่างดังกล่าว สหรัฐฯ เรียกร้องให้มี “การหยุดยิงชั่วคราวในฉนวนกาซาโดยเร็วที่สุดในเวลาที่เหมาะสม”

หลายฝ่ายมองว่า นี่คือท่าทีของสหรัฐฯ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสเมื่อ 4 เดือนก่อน  เพราะที่ผ่านมา สหรัฐฯ พยายามปัดตกทุกร่างที่ถูกเสนอหรือพูดถึงการหยุดยิงในฉนวนกาซา โดยให้เหตุผลว่าการหยุดยิงจะเป็นการซื้อเวลาให้กลุ่มฮามาส และละเมิดสิทธิในการป้องกันตนเองของอิสราเอล

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่าฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีไบเดน เชื่อว่าการหยุดยิงทันทีตามร่างของแอลจีเรีย จะขัดขวางกระบวนการแลกเปลี่ยนตัวประกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ซึ่งทำให้ข้อมติของสหรัฐฯ ออกมาในรูปของการเน้นย้ำการสนับสนุนการหยุดยิงชั่วคราวในฉนวนกาซาในเวลาที่เหมาะสม โดยมีเรื่องการปล่อยตัวประกันทั้งหมดเป็นเงื่อนไขสำคัญ

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายระบุกับ CNN ว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มความพยายามในการเจรจาเป็นสองเท่า เพื่อให้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว และประธานาธิบดีไบเดน ก็ได้แสดงจุดยืนต่อนายกฯ เนทันยาฮูของอิสราเอลชัดเจนว่า จะต้องมีการหยุดยิงชั่วคราว เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนตัวประกันระหว่างทั้งสองฝ่าย

บ.ดอยแม่สลอง ออกประกาศหลัง "มอส ละครคุณธรรม" ถูกสืบนครบาลจับกุม

หลายฝ่ายจับพิรุธ หลังรัสเซียไม่คืนร่าง “นาวาลนี"

สามี รับสารภาพใช้หินทุบหัว “น้องนุ่น” นำศพไปทิ้งที่ปราจีนบุรี

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ