รัสเซีย อ้าง ยึดหมู่บ้านใกล้อัฟดีฟกาได้


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามยูเครนที่ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างมากสาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากการขาดแคลนกระสุนและอาวุธที่ชาติพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ยังคงชะงักงันในการส่งมอบให้แก่ยูเครน ขณะที่ชาติพันธมิตรในยุโรปยังไม่สามารถทดแทนอาวุธส่วนที่ขาดหายไปได้

นี่ทำให้ยูเครนสุ่มเสี่ยงที่จะเสียพื้นที่เพิ่มให้แก่รัสเซียอีกในอนาคต ล่าสุด กระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่าสามารถยึดหมู่บ้าน ‘ลาสตอชคือนี’ ของยูเครนได้แล้ว

กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ออกมาเผยแพร่ภาพทหารรัสเซียขณะที่กำลังเข้ายึดหมู่บ้าน ‘ลาสตอชคือนี’ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครน ที่นี่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากเมืองอัฟดีฟกาที่ยูเครนเพิ่งเสียให้แก่รัสเซียไป 

“ปูติน” เตือนชาติตะวันตกเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ หากส่งทหารช่วยยูเครน

“ปูติน” ออกกฤษฎีกาจูงใจชาวต่างชาติ ได้สัญชาติรัสเซีย หากร่วมกองทัพสู้รบในยูเครน

สงครามรัสเซีย-ยูเครน รายการรอบโลก DAILY
เมืองอัฟดีฟกา ของยูเครน

จากภาพจะเห็นว่า ทหารของกองทัพรัสเซียได้ปักธงชาติท่ามกลางหมู่บ้านที่กลายเป็นซากปรักหักพัง เพื่อแสดงว่าสามารถเข้าครอบครองที่นี่ได้แล้ว อย่างไรก็ดี สำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันสถานที่และวันเวลาที่ถ่ายวิดีโอได้ รวมถึงไม่สามารถยืนยันข้อมูลจากฝ่ายรัสเซียได้

 อย่างไรก็ดี หากคำกล่าวอ้างของรัสเซียเป็นจริง นี่หมายความว่ายูเครนกำลังค่อยๆ เสียพื้นที่ให้แก่รัสเซียเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  หลังจากที่เสียอัฟดีฟกา เมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ให้แก่รัสเซียไปเมื่อวันที่เสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ขณะที่ฝ่ายกองทัพยูเครนตัดสินใจถอนกำลังออกจากอัฟดีฟกาเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดล้อมและถอยกลับไปตั้งรับบริเวณแนวรบที่พร้อมกว่า อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นกองทัพยูเครนประกาศถอนทหารออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หมู่บ้านลาสตอชคือนีคือหนึ่งในนั้น

ดมิโทร ลิโควี โฆษกกองทัพยูเครน ระบุว่าการถอนทหารเป็นไปเพื่อจัดกระบวนการตั้งรับป้องกันตามแนวตั้งรับใหม่ รวมถึงป้องกันไม่ให้รัสเซียรุกคืบไปทางตะวันตกเข้ามาในยูเครนได้อีก  อีกสองแห่งที่กองทัพยูเครนได้ถอนทหารออกมาแล้วตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมาคือ สเตโปเวียและซีเวียร์เนีย ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเมืองอัฟดีฟกาเช่นกัน ทั้งนี้ หลายฝ่ายประเมินว่าหมู่บ้านเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แต่อย่างใด

พล.ร.อ.โทนี ราดาคิน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหราชอาณาจักร ได้ออกมาประเมินว่า ยูเครนน่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่รัสเซียยึดพื้นที่เล็กๆ ต่อไปเรื่อยๆ อีกสักระยะหนึ่ง จนกว่าจะได้รับกระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เพียงพอจากชาติพันธมิตร

 ขณะที่เป้าหมายต่อไปของรัสเซีย หลายฝ่ายคาดว่าอาจจะเป็นเมืองเซลิดอฟ ซึ่งห่างจากอัฟดีฟกาประมาณ 30 กิโลเมตร ส่วนอีกเมืองก็คือ ชาร์สิฟ ยาร์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเช่นกัน เซอร์ฮี ซกูเรตส์ ผู้อำนวยการบริษัท Defense Express ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในยูเครน วิเคราะห์ต่อสำนักข่าวรอยเตอร์สไว้ว่า กองทัพรัสเซียมีแนวโน้มที่จะให้ทหารที่ขณะนี้ประจำการอยู่ที่เมืองบัคมุตราว 80,000 นายพยายามบุกโจมตีชาร์สิฟ ยาร์

ล่าสุดมีสัญญาณว่าอาจการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นที่นั่น โดยภาพวิดีโอมุมสูงที่สำนักข่าวรอยสเตอร์ได้รับมา เผยให้เห็นกลุ่มควันที่พวยพุ่งขึ้นมาจากตัวเมือง ซึ่งมีสาเหตุจากการระเบิดอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เมืองที่มีที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณแนวรบก็ต้องตกอยู่ภายใต้การโจมตีทางอากาศจากรัสเซียอยู่เป็นระยะเช่นกัน

ล่าสุดคือเมืองโพครอฟสก์ในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครน โดยหน่วยงานตำรวจของภูมิภาคโดเนตสก์ระบุว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธเข้ามาโจมตีทั้งหมด 4 ลูก โดยมี 2 ลูกที่ตกใส่มหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งชาติโดเนตสก์จนเสียหายหนัก ส่วนอีก 2 ลูกตกใส่บริเวณของโรงเรียนในพื้นที่

สาเหตุส่วนหนึ่งที่ยูเครนเริ่มเสียเปรียบ เป็นเพราะขาดแคลนกระสุนและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ชาติพันธมิตรรายสำคัญอย่างสหรัฐฯ ยังคงล่าช้าในการส่งมอบ ขณะที่ชาติยุโรปที่แสดงการสนับสนุนทางการเมืองอย่างเหนียวแน่นยังไม่สามารถยกระดับการผลิตและส่งมอบอาวุธได้ทัดเทียมสหรัฐฯ นี่ทำให้ประธานาธิบดีเซเลนสกีเดินสายระดมการสนับสนุนจากชาติพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนได้เดินทางไปยังกรุงติรานา เมืองหลวงประเทศแอลเบเนีย เพื่อร่วมประชุมหารือกับผู้นำจากชาติต่างๆ ในภูมิภาคบอลข่าน อย่างแอลเบเนีย เซอร์เบีย นอร์ทมาซิโดเนีย คอซอวอ บอสเนีย มอนเตเนโกร โครเอเชีย และมอลโดวา โดยประธานาธิบดีเซเลนสกีได้เสนอความร่วมมือในการผลิตอาวุธร่วมกันและสนับสนุนอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ รวมถึงได้เชิญผู้นำชาติเหล่านี้เข้าร่วมการประชุมสันติภาพของยูเครนที่จะมีขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงกลางปีนี้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นหนึ่งน่าสนใจที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีหยิบยกขึ้นมากล่าวระหว่างแถลงข่าวคือ สิ่งที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียอาจลงมือทำต่อไปในอนาคต

 โดยระบุว่าชาติพันธมิตรยุโรปต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับ ‘ก้าวต่อไป’ ของประธานาธิบดีรัสเซีย และเชื่อว่าชาติที่เคยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียต ไม่ว่าจะเป็นประเทศกลุ่มบอลติกอย่างลัตเวีย ลิทัวเนีย เอสโตเนีย หรือประเทศยุโรปตะวันออกที่เป็นเพื่อนบ้านทางตะวันตกของยูเครนอย่างมอลโดวากำลังตกอยู่ในอันตราย

การออกมาเตือนเช่นนี้ของประธานาธิบดีเซเลนสกี เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เริ่มมีสัญญาณความตึงเครียดระลอกใหม่ในมอลโดวา นั่นคือที่แคว้น ‘ทรานส์นีสเตรีย’ แคว้นแยกตัวโปรรัสเซียที่มีพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศมอลโดวา

สภาของแคว้นทรานส์นีสเตรียได้เปิดประชุมวาระพิเศษเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี เพื่อออกมติยื่นขอมาตรการ ‘คุ้มครอง’ จากรัสเซีย โดยระบุว่า ต้องการให้รัสเซียดำเนินมาตรการปกป้องบุคคลสัญชาติรัสเซียกว่า 220,000 คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น เนื่องจาก “ต้องเผชิญต่อแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลมอลโดวา” โดยที่ไม่ได้ระบุอย่างเจาะจงว่าต้องการมาตรการคุ้มครองแบบใด

 ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลมอลโดวาได้ประกาศยกเลิกมาตรการผ่อนปรนภาษีนำเข้า ที่เคยมอบให้แก่ธุรกิจในทรานส์นีสเตรีย ทำให้ต้องเสียภาษีต่อทั้งรัฐบาลมอลโดวาและหน่วยงานปกครองของทรานส์นีสเตรีย ภายหลังมีรายงานออกมาว่า มาตรการที่สภาของทรานส์นีสเตรียร้องขอต่อรัฐบาลรัสเซียคือเป็นมาตรการทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่มาตรการทางการทหาร

 อย่างไรก็ตาม การที่สภาของแคว้นแบ่งแยกดินแดนออกมาเรียกร้องขอความคุ้มครองจากรัสเซียทำให้หลายฝ่ายกังวลอย่างมากว่า นี่จะนำไปสู่การแทรกแซงและบั่นทอนเสถียรภาพของมอลโดวาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่รัฐบาลมอลโดวามีจุดยืนที่สนับสนุนสหภาพยุโรปและพยายามหันเข้าหาโลกตะวันตกมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น หากรัสเซียเพิ่มอิทธิพลของตนในแคว้นทรานส์นีสเตรีย หรือกระทั่งตัดสินใจผนวกทรานส์นีสเตรียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียได้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่านี่จะส่งผลให้สงครามยูเครนซับซ้อนขึ้น เนื่องจากรัสเซียจะสามารถใช้พื้นที่นี้ทำสงครามกับยูเครนได้

 ความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างทรานส์นีสเตรีย มอลโดวา และรัสเซีย เป็นผลตกค้างจากอดีตในสมัยสหภาพโซเวียต

ทรานส์นีสเตรีย เป็นแคว้นมีพื้นที่ที่อยู่ทางภาคตะวันออกของมอลโดวา และอยู่ใกล้กับชายแดนยูเครน ห่างออกไปไม่ไกลจากแคว้นโอเดสซาทางตอนใต้ของยูเครน   ปัจจุบันที่นี่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 470,000 คน ซึ่งมีเชื้อสายรัสเซีย ยูเครน และมอลโดวา ผู้คนที่นี่พูดภาษารัสเซียเป็นภาษาทางการ ขณะที่ประชากรในมอลโดวาพูดภาษาโรมาเนีย 

 ทรานส์นีสเตรียเคยเป็นส่วนหนึ่งของมอลโดวา ในสมัยที่มอลโดวาตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียตอย่างไรก็ดี ก่อนที่มอลโดวาจะได้รับเอกราชหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายไปเมื่อปี 1991 ทรานส์นีสเตรียเคยพยายามประกาศตนเป็น ‘สาธารณรัฐโซเวียต’ เพื่อต่อต้านความพยายามของมอลโดวาที่จะประกาศตนเป็นรัฐเอกราช

ภายหลังที่มอลโดวาประกาศเอกราช รัสเซียก็ได้ส่งทหารในนามกองกำลังรักษาสันติภาพเข้าสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในทรานส์นีสเตรีย

 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1992 โดยทรานส์นีสเตรียได้ทำสงครามสู้รบกับมอลโดวาเพื่อแบ่งแยกดินแดน แต่สงครามก็เข้าสู่ภาวะชะงักงัน ท้ายที่สุด ทรานส์นีสเตรียก็ชิงประกาศเอกราช ตั้งตนเป็นรัฐอิสระออกมาจากมอลโดวาในปี 1992 และปกครองโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนสายโปรรัสเซียและรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและที่สำคัญคือ ที่นี่มีกองกำลังรักษาสันติภาพของรัสเซียประจำการอยู่ราว 1,500 นาย

 อย่างไรก็ตาม ที่นี่ไม่ได้รับการรับรองในฐานะรัฐอธิปไตยจากประชาคมโลก ไม่มีประเทศใดหรือแม้แต่รัสเซียเองที่รับรองเอกราชของทรานส์นีสเตรีย ความตึงเครียดระหว่างทรานส์นีสเตรีย มอลโดวา และรัสเซียดำเนินมาตลอดช่วงกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี หลังรัสเซียเปิดฉากทำสงครามรุกรานยูเครนในปี 2022 ความตึงเครียดก็ทวีความรุนแรงขึ้น โดยรัฐบาลมอลโดวาที่เป็นสายสนับสนุนยุโรปเกรงว่า รัสเซียจะหันมาแทรกแซงและบั่นทอนเสถียรภาพของมอลโดวาผ่านทรานส์นีสเตรีย ซึ่งนี่เป็นกลวิธีที่รัสเซียมักใช้ต่อรัฐอดีตสหภาพโซเวียต เพื่อหาทางเปลี่ยนรัฐบาลให้กลายเป็นรัฐบาลสนับสนุนรัสเซีย

ยิ่งไปกว่านั้น ทรานส์นีสเตรียยังมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับรัสเซียในการทำสงครามยูเครน เพราะหากสามารถควบคุมที่นี่และมอลโดวาได้ ก็จะสามารถโจมตีไปยังพื้นที่แคว้นโอเดสซาของยูเครนได้

รัฐบาลมอลโดวาจึงตัดสินใจยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อคานอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์กับรัสเซีย โดยขณะนี้มอลโดวากำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ และการออกมาเรียกร้องขอความคุ้มครองจากรัสเซียโดยสภาของทรานส์นีสเตรียก็คือความตึงเครียดระลอกล่าสุดที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านี่จะนำไปสู่อิทธิพลของรัสเซียที่มากขึ้นในพื้นที่มอลโดวาหรือไม่

แต่แดเนียล โวดา โฆษกรัฐบาลมอลโดวาได้ออกมาระบุผ่านเทเลแกรมว่า การเรียกร้องความคุ้มครองจากรัสเซียของทรานส์นีสเตรียเป็นเพียงแค่โฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น และยังไม่มีสัญญาณว่าทรานส์นีสเตรียจะดำเนินการใดๆ ที่ยกระดับความตึงเครียดหรือบั่นทอนเสถียรภาพของมอลโดวา

ชาติหนึ่งที่ออกมาแสดงท่าทีคือ สหรัฐฯ โดย แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมาระบุว่า สหรัฐฯ กำลังจับตามองความเคลื่อนไหวของรัสเซียในทรานส์นีสเตรียอย่างใกล้ชิด
 

เปิดสถิติหวยออกย้อนหลัง 15 ปี งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม

ถนนพระราม 2 สร้างไม่เสร็จ เพราะอะไร ? นักธรณีวิทยาเฉลยแล้ว

ตรวจหวยงวดนี้ - ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2567 ลอตเตอรี่ 1/3/67

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ