สื่อทางการเมียนมาเผยแพร่บทสัมภาษณ์ที่ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว TASS ของรัสเซียว่า กองทัพยังมีแผนที่จะทำให้ประเทศกลับไปสู่การปกครองตามระบอบประชาธิปไตย โดยหากประเทศสงบสุขและมีเสถียรภาพแล้ว กองทัพจะจัดการเลือกตั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ว่าการเลือกตั้งอาจจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วประเทศ
กองทัพเมียนมากำลังเผชิญกับการท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ขึ้นมามีอำนาจในปี 1962 หลังการลุกฮือของกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยที่นำโดยคนรุ่นใหม่ ได้กลายเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านโดยกลุ่มติดอาวุธ หลังรัฐบาลปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรง
กองทัพเมียนมาได้สู้รบกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ที่กลับมาเคลื่อนไหวในทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ และถูกกล่าวหาจากฝ่ายตรงข้ามว่า ทำเรื่องโหดร้ายป่าเถื่อนอย่างเป็นระบบ ซึ่งกองทัพปฏิเสธ
รัฐบาลทหารเมียนมาได้ขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทุกๆ 6 เดือน โดยอ้างความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ และปราบปรามฝ่ายตรงข้าม ซึ่งรัฐบาลเรียกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
โดยรัฐบาลทหารเมียนมาได้ส่งอาวุธหนักและเครื่องบินรบ เพื่อพยายามปราบปรามกองกำลังที่อยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาลเงาและกลุ่มกบฏชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์
ขณะที่สหประชาชาติระบุว่า มีผู้พลัดถิ่นที่อยู่แล้วกว่า 2 ล้าน 3 แสนคน นับตั้งแต่เกิดเหตุวุ่นวายภายหลังการรัฐประหารปี 2021
ผู้ที่ไม่เห็นด้วยและชาติตะวันตกระบุว่า การเลือกตั้งของเมียนมาจะเป็นแค่การเลือกตั้งหลอกๆ เนื่องจากมีพรรคการเมืองถูกยุบไปแล้วกว่า 40 พรรค ตั้งแต่รัฐประหาร นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามต่างๆ ที่ทำให้ยากต่อการตั้งพรรคใหม่ หรือท้าทายผู้สมัครที่เป็นตัวแทนของกองทัพ
"เศรษฐา" ควันออกหู สื่อจี้ ที่มาเงินดิจิทัล ไล่ไปฟังแถลงรายละเอียด