เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชาวต่างชาติ 7 รายถูกสังหาร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซายังคงดำเนินต่อไปอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความพยายามของประชาคมโลกในการเร่งส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปช่วยเหลือพลเรือนชาวปาเลสไตน์ที่กำลังตกอยู่ในวิกฤตมนุษยธรรม

โดยเฉพาะการขาดแคลนอาหาร World Central Kitchen องค์กรการกุศลสัญชาติสเปนคือหนึ่งไม่กี่องค์กรที่ทำงานช่วยเหลือแจกจ่ายและปรุงอาหารให้แก่ประชาชนในฉนวนกาซา อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของ World Central Kitchen ถูกสังหารจากการโจมตีของกองทัพ อิสราเอล 7 ราย

ช่วงบ่ายวันนี้ 2 เม.ย. ตามเวลาบ้านเรา World Central Kitchen องค์กรบรรเทาทุกข์สัญชาติสเปนได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ 7 รายที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของกองกำลังอิสราเอลเมื่อวานนี้

คอนเทนต์แนะนำ
เลขายูเอ็นเยือนราฟาห์ เตือนหายนะ
ผู้นำอิสราเอลลั่น เอาชนะกลุ่มฮามาสให้ได้ภายในไม่กี่เดือนนี้

อิสราเอล รายการรอบโลก DAILY
ความเสียหายจากการโจมตีของอิสราเอล

ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ต่างชาติ โดยมาจากโปแลนด์ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร มีรายหนึ่งที่ถือสัญชาติสหรัฐฯ และแคนาดาควบคู่กัน รวมถึงมีบุคคลสัญชาติปาเลสไตน์ด้วย

จากภาพจะเห็นว่า ร่างผู้เสียชีวิตส่วนหนึ่งที่ถูกขนย้ายออกมาจากโรงพยาบาลนั้นสวมเสื้อเกราะที่มีตราของ World Central Kitchen ปักอยู่  ขณะที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแสดงพาสปอร์ตของผู้เสียชีวิต 3 เล่ม ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพาสปอร์ตโปแลนด์ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร

 แอนโธนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้ออกมายืนยันการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ชาวออสเตรเลียแล้ว โดยผู้เสียชีวิตมีชื่อว่า “โซมี แฟรงก์คอม”

 นี่คือรถยนต์คันหนึ่งในขบวนที่เสียหายอย่างหนักจากการถูกโจมตี  หลังคารถมีรูขนาดใหญ่ ภายในรถถูกทำลายแทบทั้งหมดจนเหลือเพียงแค่โครงเหล็ก  

 World Central Kitchen ระบุว่า การโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวกำลังเคลื่อนขบวนรถออกจากเมืองเดอีร์ อัล บัลเลาะห์ ทางตอนกลางของฉนวนกาซา หลังจากที่เพิ่งส่งเสบียงอาหารปริมาณมากกว่า 100 ตัน ซึ่งขนส่งมาจากเส้นทางทางทะเลไปยังโกดังแห่งหนึ่งในเมือง

โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่เดินทางด้วยรถยนต์หุ้มเกราะที่ประดับตราขององค์กร 2 คัน และทางองค์กรได้ประสานแผนทางการเดินทางล่วงหน้ากับกองกำลังอิสราเอลแล้วก่อนออกเดินทาง World Central Kitchen ยังระบุอีกว่า องค์กรจะระงับการปฏิบัติงานในภูมิภาคนี้ชั่วคราว และจะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในอนาคตอันใกล้

 เหตุโจมตีขบวนรถของเจ้าหน้าที่องค์กรบรรเทาทุกข์ เกิดขึ้นในวันที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาราว 2.2 ล้านคนกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหาร ได้รับอาหารไม่เพียงพอ และมีชาวกาซากว่าครึ่งที่สุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะตกอยู่ในภาวะอดอยาก เนื่องจากกองทัพอิสราเอลพยายามจำกัดการส่งความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่และการสู้รบที่ขยายวงกว้าง

 World Central Kitchen คือหนึ่งในไม่กี่องค์กรที่ขนส่งและกระจายอาหารให้แก่ชาวปาเลสไตน์ที่หิวโหยภายในพื้นที่ฉนวนกาซา

 ยิ่งไปกว่านั้น World Central Kitchen ยังเป็นผู้ดำเนินการขนส่งอาหารและสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่างๆ ผ่านเส้นทางเดินเรือจากไซปรัสไปยังชายฝั่งทางตอนเหนือของฉนวนกาซา

 ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งใหม่ที่สหภาพยุโรป สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร พยายามเร่งผลักดันและเพิ่งเริ่มทดลองใช้ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมถูกส่งเข้าไปในพื้นที่ได้ทันต่อความต้องการยิ่งขึ้น

เมื่อเดือนที่แล้ว เรือ Open Arms ของ World Central Kitchen สามารถส่งอาหารไปยังฉนวนกาซาได้มากถึง 200 ตัน

 ส่วนเรือระลอกล่าสุดที่เพิ่งเทียบชายฝั่งกาซาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาบรรทุกอาหารและสิ่งของต่างๆ รวม 500 ตัน โดยกองทัพอิสราเอลเกี่ยวข้องในการประสานงานเพื่อขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ทั้งสองรอบ

 ก่อนที่เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ขององค์กรจะถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศของกองกำลังอิสราเอลระหว่างที่กลับจากการนำอาหารและความช่วยเหลือไปส่งที่เมืองทางตอนกลางของฉนวนกาซา 

 ขณะนี้ ร่างของเจ้าหน้าที่ที่ตกเป็นเหยื่อจากการโจมตีถูกเคลื่อนย้ายไปที่โรงพยาบาลในเมืองราฟาห์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาแล้ว 

 หลังจากที่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ขององค์กรบรรเทาทุกข์เสียชีวิตลงจากการโจมตีของอิสราเอล พลเรือตรี แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอลก็ได้ออกมาแถลงแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า กองทัพอิสราเอลกำลังตรวจสอบเหตุการณ์โดยใช้กระบวนการขั้นสูงสุดเพื่อตรวจสอบเหตุโจมตี

ด้านโฮเซ อันเดรส ผู้ก่อตั้ง World Central Kitchen ระบุผ่านบัญชี X ว่า เขาใจสลายอย่างยิ่งที่สูญเสียสมาชิกขององค์กรไปในการโจมตีของอิสราเอล และอิสราเอลควรยุติการโจมตีแบบไม่จำกัดวงที่ส่งผลให้พลเรือนและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือทางมนุษยธรรมบาดเจ็บและเสียชีวิต และควรหยุดจำกัดการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปในฉนวนกาซา 

 ส่วนนายกฯ ออสเตรเลีย นอกจากจะออกมายืนยันตัวตนเจ้าหน้าที่ชาวออสเตรเลียที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตี เขายังได้เรียกร้องให้มีการแสดงความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว โดยระบุว่า การโจมตีเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และจะเรียกเอกอัครราชทูตอิสราเอลเข้าชี้แจงเกี่ยวกับเหตุดังกล่าว

ขณะเดียวกัน อีกพื้นที่ที่กองกำลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการบุกโจมตีในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ โรงพยาบาลอัล-ชิฟา ในเมืองกาซา ซิตี IDF เคยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มฮามาสที่นี่มาก่อนในช่วงระยะแรกของสงคราม ก่อนที่จะส่งทหารบุกเข้าโจมตีอีกครั้งเมื่อสองสัปดาห์ก่อน โดยระบุว่าเป็นไปเพื่อมุ่งเป้ากำจัดกลุ่มฮามาสที่ใช้โรงพยาบาลเป็นฐานปฏิบัติการหลัก

วานนี้ กองทัพอิสราเอลได้ออกมาระบุว่าได้ถอนทหารออกจากโรงพยาบาลอัล-ชิฟาแล้ว

 ปฏิบัติการตลอดสองสัปดาห์ของกองกำลัง IDF สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง สภาพของอาคารต่างๆ ในพื้นที่โรงพยาบาลเหลือเพียงซากปรักหักพัง เศษซากอิฐและสิ่งของที่เสียหายกองอยู่ที่พื้น

 มีหลุมศพชั่วคราวของผู้ที่เสียชีวิตจากการสู้รบเรียงรายอยู่ที่บริเวณใกล้เคียง ร่างผู้เสียชีวิตบางส่วนที่ยังไม่ถูกนำไปฝัง ยังคงอยู่บนพื้นโดยมีเพียงผ้าคลุมไว้ 

 กองทัพอิสราเอล ระบุว่า ปฏิบัติการที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟาถือเป็นชัยชนะเหนือฮามาส โดยตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถสังหารหรือควบคุมตัวสมาชิกกลุ่มฮามาสได้หลายร้อยคนในพื้นที่รอบโรงพยาบาล รวมถึงสามารถยึดอาวุธสงครามและเอกสารข่าวกรองจากฮามาสได้

 อย่างไรก็ดี แม้ว่ากองกำลัง IDF จะอ้างว่า พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ ผู้ป่วยในโรงพยาบาล และแพทย์ แต่อิสมาอิล อัล-ธาวาบตา ผู้อำนวยการสื่อในกาซาที่กลุ่มฮามาสเป็นเจ้าของระบุต่อสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลที่โรงพยาบาลและบริเวณโดยรอบส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์ 400 รายเสียชีวิต ในจำนวนนี้มีแพทย์รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้สำนักข่าว เดอะ การ์เดียนระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบเพื่อยืนยันยอดผู้เสียชีวิตตามที่มีการกล่าวอ้างได้

การทำสงครามกวาดล้างกลุ่มฮามาสและช่วยเหลือตัวประกันของอิสราเอลตลอดเกือบ 6 เดือนที่ผ่านมานำไปสู่เสียงคัดค้านที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จากประชาคมโลก เนื่องจากปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอลทำให้พลเรือนในฉนวนกาซาได้รับผลกระทบอย่างหนัก

 สัญญาณหนึ่งที่ชัดเจนคือ การที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือ UNSC สามารถออกข้อมติหยุดยิงทันทีได้สำเร็จ โดยที่สหรัฐฯ งดออกเสียง อย่างไรก็ดี แม้ว่าข้อมติที่ออกมาจะมีสถานะเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่มีผลบังคับใช้เนื่องจากเป็นข้อมติที่ออกภายใต้กฎบัตรยูเอ็นในหมวดที่ไม่ได้ให้อำนาจบังคับ

นี่จึงทำให้ฝรั่งเศสออกมาเสนอร่างข้อมติ UNSC ที่ทะเยอทะยานกว่าฉบับก่อนหน้านี้ โดย นิโกลา เดอ รีวีเร เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหประชาชาติออกมาระบุระหว่างแถลงข่าวว่า ฝรั่งเศสได้เสนอร่างข้อมติหยุดยิงฉบับใหม่

 ซึ่งเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดยิงในฉนวนกาซาทันทีโดยที่ไม่จำกัดขอบเขตเวลา และเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ร่างฉบับนี้ยังเสนอให้ยูเอ็นมีกลไกติดตามการหยุดยิงอีกด้วย

ประเทศหนึ่งที่เริ่มเปลี่ยนท่าทีต่ออิสราเอลหลังจากที่สนับสนุนอย่างแทบไม่มีข้อจำกัดคือสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ออกหน้าปรามอิสราเอลไม่ให้เปิดปฏิบัติการบุกเมืองราฟาห์และให้คำนึงถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมที่ตามมาหลายครั้งในช่วงหลังที่ผ่านมา

 รวมถึงงดออกเสียงในที่ประชุม UNSC ซึ่งทำให้ข้อมติหยุดยิงทันทีสามารถผ่านออกมาได้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเชื่อว่านี่ไม่ใช่สัญญาณของการหันหลังให้อิสราเอล เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่มีท่าทีที่จะตัดความช่วยเหลือทางการทหารให้แก่อิสราเอล

เมื่อวานนี้ สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่อยู่ในแวดวงพูดคุยว่า รัฐบาลไบเดนกำลังเตรียมมอนุมัติข้อตกลงขายเครื่องบินรบรุ่น F-15 จำนวน 50 ลำให้แก่รัฐบาลอิสราเอล คิดเป็นมูลค่ารวม 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.5 แสนล้านบาท ถือเป็นการซื้อขายที่มีมูลค่ามากที่สุดที่สหรัฐฯ ขายให้แก่อิสราเอลนับตั้งแต่อิสราเอลทำสงครามตอบโต้กลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยแพ็กเกจนี้เป็นไปเพื่อรักษาศักยภาพกองบินอิสราเอลอย่างไรก็ดี ก่อนที่จะผ่านการอนุมัติ รัฐบาลจะต้องแจ้งไปยังสภาคองเกรสก่อน ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การอภิปรายอย่างเผ็ดร้อน

และอิสราเอลจะไม่ได้รับเครื่องบินรบสัญชาติอเมริกันในทันทีหากผ่านการอนุมัติ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยตัวตนรายหนึ่งระบุว่า เครื่องบินรบ F-15 จะไม่ถูกส่งมอบให้อิสราเอลเป็นเวลาอย่างน้อยอีก 5 ปี

ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ทำไมประธานาธิบดีไบเดนจึงตัดสินใจเตรียมอนุมัติแพ็กเกจเครื่องบินรบ ซึ่งไม่ใช่ข้อตกลงซื้อขายที่มีความเร่งด่วน อย่างไรก็ดี นี่สะท้อนถึงจุดยืนของสหรัฐฯ ที่สนับสนุนอิสราเอลมาอย่างยาวนานและจะสนับสนุนอิสราเอลต่อ

นักวิเคราะห์ มองว่ามี 2 ปัจจัยที่ทำให้ประธานาธิบดีไบเดน ยังคงสนับสนุนอิสราเอลต่อไป แม้เผชิญกับแรงกดดันและการต่อต้านจากหลายฝ่าย

ประการแรกคือ ความกังวลว่าสงครามจะขยายวงออกไปในภูมิภาค ลอรา บลูเมนเฟลด์ นักวิชาการอาวุโส จาก Philip Merrill Center for Strategic Studies แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ให้ความเห็นต่อสำนักข่าว VOA ว่า หากสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่อิสราเอลแบบจำกัด จะทำให้เฮซบอลเลาะห์ อิหร่าน และศัตรูอื่นๆ ในภูมิภาคพึงพอใจและอาจโจมตีอิสราเอลในอนาคต หมายความว่า การที่สหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอลทางการทหารคือการป้องปราม

ประการที่สองคือ มุมมองที่ลึกซึ้งของประธานาธิบดีไบเดนที่มีต่อความสำคัญของความมั่นคงของอิสราเอล โดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า ประธานาธิบดีไบเดนเชื่อว่า สหรัฐฯ จะสามารถปรามพฤติกรรมของอิสราเอลได้ดีกว่าในฐานะมหามิตร มากกว่าที่จะใช้ท่าทีแบบศัตรู โดยประธานาธิบดีไบเดนมีความสัมพันธ์

ที่ดีกับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลมานานกว่า 33 ปี จนผู้นำสหรัฐฯ เคยใช้คำว่า “เพื่อนสนิท” กับนายกฯ อิสราเอล

ด่วน! ยื่นขอศาลออกหมายจับ “บิ๊กโจ๊ก”หลังออกหมายเรียก 3 ครั้ง

“น้องฑีฆายุ” เผยเคล็ดลับเก่งภาษาอังกฤษ ไม่เรียนอินเตอร์แต่เป๊ะ “แอนนี่ บรู๊ค” สู้เพื่อลูก

“หลานม่า” ภาพยนตร์ที่เตรียมเรียกน้ำตา หลานทั่วประเทศ 4 เม.ย.นี้ ในโรงภาพยนตร์

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

COUNTDOWN TO PARiS

COUNTDOWN TO PARiS

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ