เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวรอยเตอร์ส เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาที่เพิ่งเสียเมืองสำคัญในรัฐคะเรนนีให้กับกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธ โดยระบุว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่ดีที่จะเปิดการเจรจากับเมียนมา เนื่องจากระบอบการปกครองของรัฐบาลทหารในปัจจุบันกำลังอ่อนแอลง
นายเศรษฐา กล่าวว่า ระบอบการปกครองในปัจจุบันเริ่มสูญเสียความแข็งแกร่งไปบ้าง แต่แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ พวกเขาก็ยังมีอำนาจ พวกเขายังมีอาวุธ บางทีอาจถึงเวลาที่ต้องติดต่อและทำข้อตกลง
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ในขณะที่ประเทศไทยดำเนินข้อตกลงหลายครั้งกับเมียนมานับตั้งแต่ นายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงการให้ความช่วยเหลือภายใต้โครงการริเริ่มด้านมนุษยธรรมที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปูทางสำหรับการเจรจา
นายเศรษฐา กล่าวว่า เมียนมามีความสำคัญมากสำหรับประเทศไทย ตนเองและเจ้าหน้าที่ไทยคนอื่นๆ ไดพูดคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ในเมียนมาและพันธมิตรระหว่างประเทศ รวมถึงจีนและสหรัฐฯ
“ประเทศที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดหากเมียนมามีเอกภาพ มีความสงบสุข และเจริญรุ่งเรือง ก็คือประเทศไทย”
นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า เขากำลังวางแผนที่จะพูดคุยกับคณะรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ทหารอาวุโส และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในวันที่ 9 เม.ย. 2567 เพื่อปรับปรุงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับเมียนมา
“ผมกำลังจะพบกับคน 5-6 คนที่เป็นผู้เล่นคนสำคัญ และทำให้แน่ใจว่าเราคิดตรงกัน”
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอีกว่า เมียนมาขณะนี้กำลังเผชิญกับการปะทะในหลายแนวรบ โดยกลุ่มพันธมิตรต่อต้านรัฐบาลทหารที่มีทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ หรือได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเงาที่สนับสนุนประชาธิปไตย พวกเขาสามารถยึดฐานทัพและเมืองจากฝ่ายรัฐบาลได้หลายแห่ง
ชวนรู้จัก “เมียวดี” พื้นที่ค้าชายแดนไทย-เมียนมา หลังกลุ่มชาติพันธุ์ยึด