ไบเดน วิจารณ์ “เนทันยาฮู” ทำสงครามพลาด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




อิสราเอล ที่ยังคงมุ่งทำสงครามในฉนวนกาซาเพื่อกำจัดกลุ่มฮามาสกำลังเผชิญต่อแรงกดดันอย่างหนักจากหลายฝ่าย เนื่องจากวิกฤตมนุษยธรรมและความเสียหายที่เกิดขึ้น

แม้แต่สหรัฐฯ ที่เป็นพันธมิตรและสนับสนุนอิสราเอลอย่างเหนียวแน่นมาตลอด เริ่มหันมาปรามไม่ให้อิสราเอลใช้กำลังทางการทหารเกินกว่าเหตุและกดดันให้อิสราเอลยอมส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เข้าไปในพื้นที่ฉนวนกาซามากขึ้น

ล่าสุดสหรัฐฯ ออกมากดดันอิสราเอลอีกครั้ง แต่ที่น่าสนใจคือ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ เป็นผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลเองนี่ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของสหรัฐฯ

คอนเทนต์แนะนำ
UN รับมติจี้ “อิสราเอล” รับผิดชอบอาชญากรรมสงคราม
ผบ.ทัพเรืออิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เหตุไม่พอใจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สงครามอิสราเอล-ฮามาส รายการรอบโลก DAILY
โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ต่อ Univision ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ภาษาสเปน ที่บันทึกเทปไว้เมื่อวันพุธที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการทำสงครามในฉนวนกาซาของ

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล โดยวิจารณ์ว่า สิ่งที่อิสราเอลทำอยู่เป็นแนวทางที่ผิดพลาด และสหรัฐฯ  ก็ไม่เห็นด้วย

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ผู้นำสหรัฐฯ ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลรุนแรงเช่นนี้มาก่อนและนอกจากจะวิจารณ์อิสราเอลอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ประธานาธิบดีไบเดนยังหันมากดดันให้อิสราเอลเร่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันอีกด้วย

โดยระบุว่า อิสราเอลควรหยุดยิงเพื่อให้ขบวนรถสามารถแล่นเข้าไปส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ในฉนวนกาซาได้อย่างเต็มที่

ที่ผ่านมาในการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงเพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกัน สหรัฐฯ มักกดดันไปที่กลุ่มฮามาสเพื่อให้ปล่อยตัวประกันมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการออกมากล่าวอย่างเป็นทางการ หรือในการเจรจาหลังฉากผ่านประเทศตัวกลางที่สามารถพูดคุยกับฮามาสได้อย่างกาตาร์และอียิปต์

การออกมาให้สัมภาษณ์เช่นนี้ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ สะท้อนท่าทีและนโยบายต่ออิสราเอลที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากบุกโจมตีอิสราเอล สังหารพลเรือนและจับตัวประกันชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติเข้าไปในพื้นที่ฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมปีที่แล้ว  สหรัฐฯ คือพันธมิตรที่สนับสนุนอิสราเอลในการทำสงครามเพื่อกวาดล้างกลุ่มฮามาสและปลดปล่อยตัวประกันอย่างเหนียวแน่น

 อย่างไรก็ดี แนวทางการทำสงครามที่แข็งกร้าวของนายกฯ เนทันยาฮูและแรงกดดันจากฐานเสียงของพรรคในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลไบเดนเริ่มหันมาปรามอิสราเอลให้คำนึงถึงผลกระทบทางมนุษธรรมจากการทำสงครามที่เกิดขึ้นต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ ขณะที่พยายามไกล่เกลี่ยและเร่งให้ข้อตกลงหยุดยิงเพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันบรรลุออกมาได้

 ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากที่กองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอลหรือ IDF โจมตีขบวนรถของ World Central Kitchen องค์กรบรรเทาทุกข์สัญชาติสเปน ระหว่างที่กำลังขนส่งความช่วยเหลือจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ต่างชาติเสียชีวิต 7 ราย

โดยเมื่อวันพฤหัสที่แล้ว ประธานาธิบดีไบเดน ได้ต่อสายตรงไปหานายกฯ เนทันยาฮู เพื่อกดดันอิสราเอลให้ยอมให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมผ่านเข้าไปในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้น เพราะแม้ว่าประชาคมโลกจะพยายามเพิ่มช่องทางการส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นการหย่อนลงมาจากเครื่องบินหรือเปิดเส้นทางขนส่งทางทะเล แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ  ขณะที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะอดอยากขึ้นทุกขณะ

 พร้อมยื่นคำขาดต่ออิสราเอลว่าต้องมีมาตรการปกป้องพลเรือนอย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้นสหรัฐฯ จะเปลี่ยนนโยบายต่ออิสราเอล อย่างไรก็ดี แม้จะมีสัญญาณความไม่ลงรอยระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหลัง

แต่นักวิเคราะห์หลายรายมองตรงกันว่า สหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนอิสราเอลทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ต่อไป และเป็นไปได้ยากที่จะเลิกสนับสนุน

โดยเฉพาะข้อตกลงด้านความมั่นคง 10 ปี ที่ลงนามไปในรัฐบาลสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา และมอบความได้เปรียบทางการทหารแก่อิสราเอลเหนือชาติอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากหากจำกัดหรือระงับความช่วยเหลือทางการทหาร ความสามารถในการป้องปรามไม่ให้ศัตรูในภูมิภาค อย่างเฮซบอลเลาะห์หรืออิหร่านโจมตีจะลดลง และเสี่ยงที่จะทำให้ความขัดแย้งขยายวงออกไปในระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน การที่สหรัฐฯ เลือกกดดันอิสราเอลในทางวาจา แต่ไม่บีบบังคับให้อิสราเอลเปลี่ยนท่าทีด้วยการตัดความช่วยเหลือทางการทหาร จะยังเปิดให้สหรัฐฯ สามารถปรามและแนะนำอิสราเอลในฐานะพันธมิตรต่อไปได้

แรงกดดันจากสหรัฐฯ และประชาคมโลกทำให้อิสราเอลยอมเปิดจุดผ่านแดนเอเรซ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาเป็นการชั่วคราวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มเติมจากที่อิสราเอลยอมเปิดเพียงแค่ด่านคาเรม เชอโลมและด่านราฟาห์ สองจุดผ่านแดนที่มีที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาเท่านั้น

 เหล่านี้เป็นไปเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมถูกส่งเข้าไปในฉนวนกาซาเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและอาหารเข้าไปในฉนวนกาซาได้ไม่เพียงพอต่อความเร่งด่วนของวิกฤตความอดอยาก

ล่าสุด ฝ่ายประสานงานกิจกรรมรัฐบาลในดินแดนอิสราเอล หรือ COGAT ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสราเอลที่ดูแลกิจการพลเรือนในฉนวนกาซา ออกมาเปิดเผยผ่านโพสต์ในแอปพลิเคชัน X โดยระบุว่า  เมื่อวานนี้มีขบวนรถบรรทุกความช่วยเหลือผ่านเข้าไปในฉนวนกาซาทั้งหมด 468 คัน ซึ่งถือเป็นจำนวนรถที่ผ่านเข้าไปในพื้นที่ที่มากที่สุดต่อวัน นับตั้งแต่อิสราเอลเปิดฉากทำสงครามและปิดล้อมฉนวนกาซา ขณะที่จำนวนรถที่อิสราเอลเปิดให้ผ่านเข้าไปในพื้นที่ในวันอาทิตย์และวันจันทร์ที่ผ่านมามีจำนวนรวมอยู่ที่ 741 คัน

อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่ทางการอิสราเอลระบุนั้นมากกว่าจำนวนที่ UNRWA หรือสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้และสมาคมเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์เปิดเผย

โดยจำนวนรถขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ผ่านเข้าไปในฉนวนกาซาเมื่อวานนี้อยู่ที่ 325 คัน ไม่ใช่ 468 คันตามที่หน่วยงานอิสราเอลระบุ

ด้านเยนส์ แลร์เคอ โฆษกสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ OCHA ระบุว่า สาเหตุที่ตัวเลขจากทางการอิสราเอลสูงกว่าและจะไม่มีทางตรงกับตัวเลขที่หน่วยงานด้านมนุษยธรรมของ UN นับได้นั้น เนื่องจาก COGAT จะนับรวมรถบรรทุกที่บรรจุสิ่งของไม่เต็มเข้าไปด้วยและจะนับที่บริเวณด่านตรวจ ขณะที่หน่วยงานของ UN จะนับรถที่บรรทุกความช่วยเหลือเต็มคันและแล่นมาส่งของยังโกดัง

นอกจากนี้ โฆษกประจำองค์กรด้านมนุษยธรรมของ UN ยังกล่าวถึงอีกปัญหา นั่นก็คือการกระจายความช่วยเหลือในพื้นที่ฉนวนกาซา

โดยเปิดเผยว่า ขบวนรถที่ขนส่งอาหารไปยังบริเวณฉนวนกาซาตอนเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์กว่าร้อย 70 เผชิญภาวะอดอยาก มีโอกาสถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพื้นที่มากกว่าขบวนรถที่เข้าไปส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ประเภทอื่นถึง 3 เท่า 

ทั้งนี้ ก่อนสงครามกาซาเริ่มต้น จำนวนรถบรรทุกสินค้าและความช่วยเหลือสามารถผ่านเข้าไปในพื้นที่ได้ประมาณวันละ 500 คัน

นอกเหนือจากสงครามในฉนวนกาซา อีกประเด็นที่หลายฝ่ายจับตาอย่างมากในสัปดาห์นี้คือ อิหร่านจะโจมตีตอบโต้อิสราเอลที่ยิงขีปนาวุธโจมตีแผนกกงสุลของสถานทูตอิหร่านในกรุงดามัสกัสของซีเรียอย่างไรและเมื่อไหร่ 

หลายฝ่ายคาดว่า อิหร่านจะเปิดการโจมตีหลังสิ้นสุดรอมฎอนหรือหลังการฉลองการละศีลอด ซึ่งก็คือในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

วันนี้ อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้ออกมาแสดงท่าทีเกี่ยวกับการโจมตีตอบโต้ที่อิหร่านอาจลงมือ โดยระบุผ่านแอปพลิเคชัน X ทั้งในภาษาฮิบรูและภาษาฟาร์ซีว่า กองทัพอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านโดยตรง

หากอิหร่านเลือกโจมตีเข้ามายังแผ่นดินอิสราเอล อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ประเมินว่า อิหร่านอาจไม่ลงมือเอง โดยจะให้ตัวแทนกลุ่มติดอาวุธหรือ proxy ในภูมิภาคโจมตีอิสราเอลแทน

10 เม.ย. ชัดเจน นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จากรัฐบาล

อสส. เลื่อนฟังคำสั่งฟ้องคดี ม.112 "ทักษิณ" ออกไปเป็น 29 พ.ค. 67 เหตุผลสอบเพิ่มยังไม่ครบ

แม่ทัพภาคที่ 3 ยัน “เมียวดี” ยังไม่แตก สั่งเข้มลาดตระเวนชายแดน

เช็กโปรแกรมบอล ผลบอลสดแบบเรียลไทม์ ‼️
✅ได้แล้วที่เว็บไซต์ พีพีทีวี ตามลิงก์นี้เลย
>> http://pptv36.tv/1hWR <<
ไทยลีก พรีเมียร์ลีก และลีกใหญ่ยุโรปครบๆ

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ