“คิม จองอึน” ประกาศถึงเวลาเตรียมพร้อมทำสงคราม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเริ่มส่งสัญญาณตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ

สังเกตได้จากการที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี เพื่อหารือประเด็นด้านความมั่นคง หลังจีนและเกาหลีเหนือเริ่มแสดงตนเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคมากขึ้นเรื่อยๆ  อย่างไรก็ดี ท่ามกลางข่าวการเยือนสหรัฐฯ ของผู้นำญี่ปุ่น

ผู้นำของเกาหลีเหนือซึ่งถูกกำหนดว่าเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออก ก็ได้ออกมาประกาศว่าเตรียมพร้อมในการทำสงคราม

คอนเทนต์แนะนำ
“คลื่นวัฒนธรรมเกาหลีใต้” ปีศาจตัวใหม่ของ "คิม จอง อึน"
ยูเครนโว สงคราม 2 ปี สอยเครื่องบินรัสเซียร่วงเกือบ 700 ลำ

เกาหลีเหนือ รายการรอบโลก DAILY
คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 11 เม.ย. สำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ หรือ KCNA รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ทางการทหารในขณะที่ไปเยือนวิทยาลัยทางการทหารและการเมืองคิม จองอิล โดยระบุว่า จากสถานการณ์ไม่ความมั่นคงและความซับซ้อนทางการเมืองระหว่างประเทศในพื้นที่รอบๆ เกาหลีเหนือที่เพิ่มขึ้น ทำให้ถึงเวลาแล้วที่เกาหลีเหนือต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงครามให้มากและละเอียดขึ้นกว่าที่เคย

นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า หากศัตรูเลือกที่จะเผชิญหน้าทางการทหารกับเกาหลีเหนือ ทางเกาหลีเหนือก็จะจัดการกับศัตรูโดยไม่ลังเล และจะใช้ทุกอาวุธรวมถึงทุกวิถีทางที่มี

การออกมาพูดถึงการทำสงครามของผู้นำเกาหลีเหนือในครั้งนี้ เกิดขึ้นในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกำลังเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เพื่อหารือเรื่องความมั่นคงและการทหารในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯ ได้พูดถึงความเป็นไปได้ในการหารือกับเกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน

โดยผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงเรื่องเกาหลีเหนือในระหว่างแถลงข่าวร่วมกับผู้นำญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า สหรัฐฯ ยินดีที่จะเจรจากับเกาหลีเหนือแบบไม่มีเงื่อนไข และเชื่อเสมอว่าการเจรจากับเกาหลีเหนือเป็นสิ่งที่ดีและเป็นเรื่องเชิงบวก

ทั้งนี้แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะพูดถึงการเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่ก็ออกมายืนยันในเวลาเดียวกันว่า  ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะร่วมมือกันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการทหารในภูมิภาคเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคาม ซึ่งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้

โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังดำเนินตามขั้นตอนสำคัญเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหมกับญี่ปุ่น รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างการบังคับบัญชาและการควบคุมให้ทันสมัยขึ้น และนี่ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือครั้งสำคัญที่สุดในกลุ่มพันธมิตรสหรัฐฯ นับตั้งแต่มีการก่อตั้งความร่วมมือมา 

แผนการยกระดับดังกล่าวจะประกอบด้วยการที่สหรัฐฯ จะส่งทหาร 50,000 นายไปยังญี่ปุ่นหลังจากนี้ ส่วนกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ก็กำลังปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อให้การบังคับบัญชาสำหรับกองกำลังภาคพื้นดิน อากาศ และกองทัพเรือ เป็นแบบรวมศูนย์ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม ปี 2025 หรือปีหน้า

นอกจากประเด็นทางการทหารแล้ว ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มออคัส (AUKUS) มีแผนจะสร้างความร่วมมือกับญี่ปุ่นในโครงการต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง  โดยความร่วมมือนี้จะเกิดขึ้นภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า Pillar 2

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังจะมีความร่วมมือแบบไตรภาคีครั้งใหม่ โดยจะเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และออสเตรเลีย จะสร้างระบบเครือข่ายขีปนาวุธทางอากาศและระบบป้องกันภัยขีปนาวุธ รวมถึงสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร จะเปิดการซ้อมรบแบบไตรภาคีในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พิพาทระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากประเด็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น วันนี้หลายฝ่ายจับตาไปที่การประชุมอีกวงหนึ่ง ซึ่งเป็นการประชุมแบบไตรภาคี ที่ประกอบด้วยสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์

วาระหลักของวงประชุมนี้คือ ความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์และจีน ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทะเลจีนใต้ หลังในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เรือรบของจีนคุกคามเรือของฟิลิปปินส์อยู่เป็นระยะๆ

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ระบุก่อนเข้าร่วมประชุมว่า จุดประสงค์หลักของข้อตกลงไตรภาคี ที่จะมีการหารือในรอบนี้ คือ เพื่อรักษาสันติภาพและเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลจีนใต้

ขณะที่สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกส่อเค้ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ 

ตอนนี้สถานการณ์สงครามยูเครน ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ก็เข้าสู่จุดที่อันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุดนายทหารระดับสูงของสหรัฐฯ ซึ่งไม่ค่อยให้ความเห็นต่อสาธารณชน ต้องออกมาเตือนว่า ถ้าสหรัฐฯ ยังไม่ส่งอาวุธให้ยูเครน ยูเครนอาจแพ้สงคราม

นายทหารคนดังกล่าวคือ พลเอกคริสโตเฟอร์ คาโวลี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตรยุโรปของสหรัฐฯ

โดยพลเอกคาโวลีได้ชี้แจงเรื่องนี้ต่อคณะกรรมาธิการด้านการทหารของรัฐสภาสหรัฐฯ  หรือ House Armed Services Committee โดยระบุว่า  สถานการณ์ในยูเครนตอนนี้ “ค่อนข้างน่ากังวลอย่างยิ่ง”  ยูเครนกำลังต้องการอาวุธสำคัญ 2 อย่างจากสหรัฐฯ ได้แก่ กระสุนปืนใหญ่ และอาวุธของระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นแพทริออต

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า นายพลคาโวลีได้ย้ำต่อคณะกรรมาธิการด้านการทหารว่า “หากสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนยูเครน ยูเครนก็จะขาดแคลนกระสุนปืนใหญ่และจะขาดแคลนอาวุธป้องกันภัยทางอากาศในระยะเวลาอันสั้น”

“และจากประสบการณ์ด้านการทหารกว่า 37 ปีของเขาในกองทัพสหรัฐฯ ชี้ชัดว่า หากฝ่ายหนึ่งยิงโจมตีได้แบบไม่จำกัด แต่อีกฝ่ายยิงสวนกลับไม่ได้ ฝ่ายที่ยิงสวนกลับไม่ได้จะเป็นฝ่ายแพ้”

ตอนนี้กองกำลังแนวหน้าของยูเครน กำลังเผชิญการขาดแคลนกระสุนปืนใหญ่อย่างหนัก และนายพลคาโวลีประเมินว่า ถ้าความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ยังไม่ไปถึงยูเครนในเร็วๆ นี้ ก็จะทำให้โอกาสในการชนะของรัสเซียในสนามรบ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับอัตราการชนะในปัจจุบัน หลายฝ่ายระบุว่า การออกมาพูดถึงเรื่องนี้ของนายพลคาโวลี ซึ่งเป็นหนึ่งในนายทหารระดับสูงของสหรัฐฯ ที่รู้จักรัสเซียเป็นอย่างดี ถือเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะโดยปกติเขาจะไม่ออกมาให้ความเห็นต่อสาธารณชน

ดังนั้น การออกมาเปิดเผยความเห็นต่อสาธารณชน จึงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนส่งไปยังฝ่ายการเมืองของสหรัฐฯ ให้ตระหนักถึงผลของความล่าช้าในการผ่านร่างกฎหมายด้านความมั่นคง ที่มีความช่วยเหลือของยูเครนมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาทรวมอยู่ด้วย

ยูเครนซึ่งกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ มานานกว่า 6 เดือน ก็เริ่มอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ และในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและที่พักอาศัยของพลเรือนในหลายพื้นที่ กำลังถูกรัสเซียพุ่งเป้าโจมตีอย่างหนัก

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่ยูเครนชุดใหญ่อีกครั้ง การโจมตีรอบนี้เกิดขึ้นราว 80 ครั้ง โดยแบ่งเป็นการโจมตีด้วยขีปนาวุธ 40 ลูก และการโจมตีด้วยโดรนพลีชีพซาเฮดอีก 40 ลำ

ผลจากการโจมตีทำให้โครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ เช่น แคว้นเคียฟ แคว้นซาโปริซเซีย แคว้นลวิฟ และแคว้นโอเดสซา ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ด้านประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ต่างต้องหอบหิ้วสิ่งของรวมถึงสัมภาระต่างๆ พร้อมกับเด็กๆ และสัตว์เลี้ยงไปหลบภัยอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน  ประชาชนบางคนตัดสินใจนำหมอนและผ้าห่มไปด้วย เพื่อนอนในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน จนกว่าสถานการณ์การโจมตีจะยุติลงและกรุงเคียฟกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อัปเดต! “สงกรานต์” หยุดกี่วัน เริ่มวันไหน เช็กเลยวันหยุดราชการ-ธนาคาร

สึกแล้ว! พระมหาเสพเมถุนกับอดีตนักการเมือง พร้อมเปิดไทม์ไลน์ความสัมพันธ์

วิเคราะห์บอล! ยูโรป้า ลีก ลิเวอร์พูล พบ อตาลันต้า 11 เม.ย.67

เช็กโปรแกรมบอล ผลบอลสดแบบเรียลไทม์ ‼️
✅ได้แล้วที่เว็บไซต์ พีพีทีวี ตามลิงก์นี้เลย
>> http://pptv36.tv/1hWR <<
ไทยลีก พรีเมียร์ลีก และลีกใหญ่ยุโรปครบๆ

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ