อดีตผบ.อังกฤษเผย ยูเครนอาจพ่ายแพ้สงครามรัสเซียในปี 2024


โดย PPTV Online

เผยแพร่




อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการร่วมแห่งสหราชอาณาจักรเตือน ยูเครนอาจเผชิญกับความพ่ายแพ้ต่อรัสเซียในปี 2024 นี้

สงครามรัสเซีย-ยูเครนดำเนินมาต่อเนื่องมากกว่า 2 ปีแล้ว และท่ามกลางการวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเมื่อไหร่สงครามครั้งนี้จะยุติลงและจะสิ้นสุดอย่างไร นายพลเซอร์ริชาร์ด บาร์รอนส์ อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการร่วมแห่งสหราชอาณาจักร (JFC) มองว่า “มีความเสี่ยงร้ายแรง ที่ยูเครนจะพ่ายแพ้สงครามรัสเซียภายในปีนี้”

เขาบอกว่า “ยูเครนอาจรู้สึกว่าไม่สามารถเอาชนะได้ และเมื่อถึงจุดนั้น ทำไมผู้คนถึงจะอยากต่อสู้และตายต่อไป เพื่อปกป้องผู้ที่ไม่สามารถปกป้องได้หรือ?” แต่ ณ ขณะนี้ยูเครนยังไม่ถึงจุดนั้น

คอนเทนต์แนะนำ
หลายประเทศเตือนพลเมืองเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่ขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน
เคเบิลคาร์พังถล่มในตุรกี เสียชีวิต 1 ราย ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ 184 คน
KNU แถลงหลังยึด “เมียวดี” มุ่งรักษาเสถียรภาพไทย-เมียนมา

อดีตผบ.อังกฤษเผย ยูเครนอาจพ่ายแพ้สงครามรัสเซียในปี 2024 AFP/Anatolii STEPANOV
สุสานทหารยูเครนที่เสียชีวิตในการสู้รบกับรัสเซีย

แต่เขาบอกว่า กองกำลังของยูเครนเหลือสรรพกำลังน้อยมาก ทั้งในด้านกระสุน กองกำลังทหาร และการป้องกันทางอากาศ รวมถึงการตอบโต้เมื่อปีที่แล้วก็ล้มเหลวในการขับไล่รัสเซียออกจากพื้นที่ที่พวกเขายึดครองไว้ และตอนนี้รัสเซียกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการรุกในช่วงฤดูร้อน

ส่วนลักษณะกลยุทธ์ที่เป็นไปได้ บาร์รอนส์บอกว่า “รูปแบบการรุกของรัสเซียที่กำลังจะเกิดขึ้นค่อนข้างชัดเจน ... เราเห็นรัสเซียบุกโจมตีแนวหน้า โดยใช้ประโยชน์จากปืนใหญ่ กระสุนปืนที่มากกว่ายูเครนในอัตรา 5 ต่อ 1 และการเสริมกำลังด้วยการใช้อาวุธใหม่”

นั่นรวมถึงระเบิดร่อน FAB ซึ่งเป็นระเบิดโง่ (Dumb Bomb) ดัดแปลงจากอาวุธยุคโซเวียต โดยนำมาเสริมระบบนำทางด้วย GPS ทำให้ระเบิดแรงสูงน้ำหนัก 1,500 กิโลกรัมนี้สามารถสร้างความหายนะให้กับแนวป้องกันของยูเครนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เมื่อถึงจุดหนึ่งในช่วงฤดูร้อนนี้นี้ เราคาดว่าจะได้เห็นการรุกครั้งใหญ่ของรัสเซีย ด้วยความตั้งใจที่จะทำมากกว่าการบุกไปข้างหน้าโดยได้กำไรเพียงเล็กน้อย เพื่อที่จะพยายามฝ่าแนวรบของยูเครน” บาร์รอนส์กล่าว

เขาเสริมว่า “และหากเป็นเช่นนั้น เราก็จะเสี่ยงต่อการที่กองกำลังรัสเซียบุกทะลวงและโจมตีพื้นที่ต่าง ๆ ของยูเครน และกองทัพยูเครนไม่สามารถหยุดยั้งพวกเขาได้”

แต่ปัญหาของยูเครนคือ พวกเขาไม่รู้ว่ารัสเซียจะมุ่งเป้าไปที่ใด และพวกเขาต้องวิ่งตามไปป้องกันให้ทัน เหมือนกับเมื่อปีที่แล้ว รัสเซียรู้แน่ชัดว่ายูเครนมีแนวโน้มที่จะโจมตีที่ใด คือบริเวณซาโปริซเซียไปยังทะเลอาซอฟ พวกเขาจึงวางแผนตามนั้นและขัดขวางการรุกคืบของยูเครนได้สำเร็จ

ดร.แจ็ค วัตลิง นักวิจัยอาวุโสด้านการสงครามภาคพื้นดินที่ Whitehall Thinktank สถาบัน Royal United Services Institute (RUSI) กล่าวว่า “หนึ่งในความท้าทายที่ยูเครนมี คือรัสเซียสามารถเลือกได้ว่าจะส่งกองกำลังไปที่ใด มันเป็นแนวหน้าที่มีระยะทางยาวมากและยูเครนจำเป็นต้องสามารถป้องกันให้ได้ทั้งหมด”

ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาทำไม่ได้

ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีใครทราบว่ารัสเซียจะกำหนดทิศทางหลักของการโจมตีไปทางใด แต่เป็นไปได้ที่จะแบ่งตัวเลือกต่าง ๆ ออกเป็น 3 ตำแหน่งกว้าง ๆ คือ คาร์คิฟ ภูมิภาคดอนบาส และซาโปริซเซีย

ดร.วัตลิงบอกว่า คาร์คิฟมีความเสี่ยงอย่างแน่นอน ในฐานะเมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน และตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนรัสเซียอย่างน่ากลัว คาร์คิฟจึงเป็นเป้าหมายที่น่าดึงดูดสำหรับรัสเซีย

ขณะนี้คาร์คิฟยังคงถูกโจมตีทุกวันด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย โดยที่ยูเครนไม่สามารถป้องกันทางอากาศได้เพียงพอเพื่อป้องกันโดรน ขีปนาวุธร่อน และขีปนาวุธที่มุ่งมา

บาร์รอนส์เห็นด้วย โดยบอกว่า “สายตาของพวกเขาจะอยู่ที่คาร์คิฟ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนรัสเซียประมาณ 29 กม. ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่”

นักวิเคราะห์มองว่า ยูเครนจะยังคงดำรงอยู่ได้แม้คาร์คิฟต้องล่มสลาย แต่มันจะเป็นหายนะต่อทั้งขวัญกำลังใจและเศรษฐกิจ ซึ่งอาจนำไปสู่การยอมแพ้ของยูเครนได้

ส่วนตำแหน่งที่สอง คือภูมิภาคดอนบาส หรือพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนที่อยู่ในภาวะสงครามมาตั้งแต่ปี 2014 เมื่อกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียประกาศตัวเป็นอิสระจากยูเครน

ในปี 2022 รัสเซียได้ผนวก 2 แคว้นในดอนบาสคือ โดเนตสก์และลูฮันสก์ และเป็นจุดหลักที่เกิดการปะทะกันในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ยูเครนได้ใช้ความพยายามมหาศาลทั้งในด้านกำลังคนและทรัพยากรในการพยายามยึดหลายเมืองในดอนบาส เช่น บัคมุตที่ถูกยึดได้เป็นแห่งแรก จากนั้นจึงยึดเมืองอัฟดีฟกาไว้ แต่ต้องแลกมากับการสูญเสียกองกำลังบางส่วนไป และเป็นความสูญเสียที่ “ไม่สมส่วน”

แต่รัสเซียยังคงมีกองกำลังอีกมากที่จะส่งเข้าร่วมการต่อสู้ ขณะที่ยูเครนไม่มี

ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ในยุโรป นายพลคริสโตเฟอร์ คาโวลี เตือนว่า เว้นแต่สหรัฐฯ จะเร่งส่งอาวุธและกระสุนไปยังยูเครนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กองกำลังของยูเครนจะถูกกำจัดออกไปในสนามรบที่อัตรา 10 ต่อ 1 เมื่อเทียบกับรัสเซีย

ยุทธวิธี ความเป็นผู้นำ และยุทโธปกรณ์ ของกองทัพรัสเซียอาจด้อยกว่ายูเครน แต่ก็มีบางอย่างที่พวกเขาเหนือชั้นกว่า โดยเฉพาะจำนวนปืนใหญ่ ซึ่งหากไม่ทำอะไรสักอย่างในปีนี้ กองทัพรัสเซียอาจสามารถผลักดันกองกำลังของยูเครนไปถอยร่นไปทางตะวันตกต่อไปได้เรื่อย ๆ และยึดหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่าอย่างต่อเนื่อง

จุดสุดท้ายคือซาโปริซเซีย เมืองทางตอนใต้ของยูเครนที่เคยมีประชากรมากกว่า 700,000 คน และตั้งอยู่ใกล้กับแนวหน้าของรัสเซียอย่างอันตราย

เมืองซาโปริซเซียเป็นเมืองหลวงของูมิภาคที่มีชื่อเดียวกับซึ่งรัสเซียยึดครองไว้ได้ แต่เมืองนี้ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน

ขณะเดียวกัน ปีที่แล้ว รัสเซียได้สร้างแนวป้องกันที่น่าเกรงขามขึ้นทางใต้ของซาโปริซเซีย เพราะคาดว่าจะมีการโจมตีจากยูเครน แต่บัดนี้แนวป้องกันนั้นกลับจะทำให้การรุกคืบของรัสเซียยุ่งยากขึ้นซะเอง

แนวป้องกันดังกล่าวประกอบด้วยการป้องกัน 3 ชั้น ล้อมรอบด้วยทุ่นระเบิดที่ใหญ่ที่สุดและหนาแน่นที่สุดในโลก รัสเซียสามารถรื้อระเบิดบางส่วนได้ แต่อาจจะถูกตรวจพบได้เสียก่อน

ทั้งนี้ โดยภาพรวมแล้ว ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า วัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียในปีนี้อาจไม่ได้เป็นเรื่องอาณาเขตด้วยซ้ำ แต่จะเป็นการมุ่งทำลายจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของยูเครนและโน้มน้าวชาติพันธมิตรตะวันตกว่าสงครามครั้งนี้เป็นเรื่องไม่คุ้มค่า

ดร.วัตลิงเชื่อว่า เป้าหมายของรัสเซียคือ “พยายามสร้างความรู้สึกสิ้นหวัง”

เขาบอกว่า “การรุกของรัสเซียจะไม่ยุติความขัดแย้งอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าทั้งสองฝ่ายจะเป็นอย่างไร”

ด้านบาร์รอนส์ตั้งข้อสงสัยว่า แม้ว่ายูเครนจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายในขณะนี้ แต่รัสเซียก็จะผลักดันความได้เปรียบโดยอัตโนมัติด้วยการรุกอย่างเด็ดขาด “ผมคิดว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือรัสเซียจะได้กำไร แต่จะไม่มีทางทะลุผ่านแนวป้องกันไปได้”

เขาเสริมว่า “มันไม่มีกองกำลังที่ใหญ่พอหรือดีพอที่จะเจาะไปจนถึงแม่น้ำดนิโปร ... แต่ภาพรวมในสงครามรัสเซียจะเหนือกว่า”

 

เรียบเรียงจาก BBC

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ