เมื่อวานนี้ ( 24 พ.ค. 2024) ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยระหว่างการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคในคาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนว่า กองกำลังยูเครนได้ควบคุมการต่อสู้ในพื้นที่ทางตอนเหนือของคาร์คีฟ ที่ทหารของกองทัพรัสเซียเข้าโจมตีในเดือนนี้ได้แล้ว และแม้ว่าสถานการณ์ในเมืองวอฟชานสก์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันจะตึงเครียด แต่กองกำลังป้องกันได้ควบคุมพื้นที่เอาไว้ได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ (24 พ.ค. 2024) ประธานาธิบดียูเครน ได้เดินทางเยือนเมืองคาร์คีฟ ขณะที่ที่นั่นเผชิญกับภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่รุนแรงมากขึ้น ท่ามกลางการรุกรานของกองทัพรัสเซียที่บุกไปในพื้นที่โดยรอบทางตอนเหนือของภูมิภาค
อย่างไรก็ตามการแสดงความเห็นดังกล่าวของประธานาธิบดียูเครนดูเหมือนจะขัดแย้งกับความเห็นจากทางฝั่งรัสเซีย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ (24 พ.ค. 2024) ประธานาธิบดียูเครน ได้เดินทางเยือนเมืองคาร์คีฟ ขณะที่ที่นั่นเผชิญกับภัยคุกคามจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่รุนแรงมากขึ้น ท่ามกลางการรุกรานของกองทัพรัสเซียที่บุกไปในพื้นที่โดยรอบทางตอนเหนือของภูมิภาค
อย่างไรก็ตามการแสดงความเห็นดังกล่าวของประธานาธิบดียูเครนดูเหมือนจะขัดแย้งกับความเห็นจากทางฝั่งรัสเซีย
ทั้งนี้กองทัพรัสเซียได้เปิดฉากโจมตีข้ามชายแดนเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยรุกคืบไปยังเมืองวอฟชานสก์ และหมู่บ้านลิปต์ซี ทางตอนเหนือของแคว้นคาร์คีฟ
โดยการโจมตีดังกล่าวได้เปิดแนวรบใหม่ในสงครามต่อสิ่งที่รัฐบาลยูเครนชี้ว่า เป็นความพยายามที่จะเปลี่ยนเส้นทางกองทัพที่มีจำนวนมากกว่าไปทางตะวันออก ซึ่งเป็นจุดที่มีการสู้รบดุเดือดที่สุด
ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า กองทัพรัสเซียได้เข้าควบคุมพื้นที่ได้ประมาณ 12 แห่งแล้ว
สำหรับคาร์คีฟ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนติดกับรัสเซียประมาณ 30 กิโลเมตร รวมถึงเมืองต่างๆโดยรอบต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธโดรน ระเบิดนำวิถีอย่างต่อเนื่องมานานหลายเดือนแล้ว
ส่วนความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่ง มีรายงานข่าวจากแหล่งข่าว 4 รายที่เคยทำงานร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เปิดเผยสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ประธานาธิบดีปูตินพร้อมที่จะยุติสงครามในยูเครนด้วยการหยุดยิง พร้อมกับเจรจาให้ยูเครนหยุดยิงในพื้นที่แนวรบด้านหน้า ณ ปัจจุบัน
ทั้งนี้หนึ่งในแหล่งข่าว 4 รายนี้ระบุว่า แม้ประธานาธิบดีปูตินสามารถต่อสู้ในสงครามได้ตราบนานเท่านาน แต่ว่าเขาก็พร้อมจะหยุดยิงเพื่อหยุดสงครามเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวได้ระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีปูตินก็เตรียมตัวที่จะต่อสู้ในสงครามต่อ หากยูเครน และชาติตะวันตกเพิกเฉยต่อสิ่งนี้