การที่คน ๆ หนึ่งจะได้พบกับ “งาน” ที่รักและสามารถทำได้ชั่วชีวิตอาจเรียกได้ว่าเป็นวาสนาอันหาได้ยากอย่างหนึ่ง หลายคนอาจจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำว่า การทำงานอย่างหนึ่งเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ไปชั่วชีวิตนั้นเป็นไปได้จริงหรือ
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ “เบ็ตตี แนช” เจ้าของสถิติกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดในฐานะ “พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ให้บริการนานที่สุดในโลก” ซึ่งล่าสุดได้เสียชีวิตแล้วในวัย 88 ปี ตามคำแถลงของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์สและสมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมืออาชีพ (APFA)
อเมริกันแอร์ไลน์สระบุในแถลงการณ์ว่า “เราขอไว้อาลัยต่อการจากไปของเบ็ตตี แนช ซึ่งใช้เวลาเกือบ 7 ทศวรรษในการดูแลลูกค้าของเราอย่างอบอุ่นกลางอากาศ”
สายการบินเสริมว่า “เธอเริ่มต้นการทำงานเป็นแอร์โฮสเตสในปี 1957 และครองสถิติกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ให้บริการยาวนานที่สุดในโลก เบ็ตตีเป็นแรงบันดาลใจให้กับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจากรุ่นสู่รุ่น”
ด้าน APFA โพสต์ข้อความไว้อาลัยต่อแนชบนเฟซบุ๊กระบุว่า “การทานที่โดดเด่นของเบ็ตตีกินเวลายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ในระหว่างนั้นเธอได้สัมผัสกับชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วนด้วยความอบอุ่น ความทุ่มเท และการบริการที่ไม่มีใครเทียบได้”
สมาคมฯ เสริมว่า “ความหลงใหลในการบินและความมุ่งมั่นของเธอที่มีต่อผู้โดยสารเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง มรดกของเบ็ตตีจะถูกจดจำตลอดไปในแวดวงการบินและโดยทุกคนที่ได้รู้จักเธอ”
แนชเริ่มต้นอาชีพแอร์โฮสเตสกับสายการบินอีสเทิร์นแอร์ไลน์ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 1957 ขณะอายุประมาณ 20 ปี จนมาอยู่ที่อเมริกันแอร์ไลน์ส และตามรายงานของ ABC News แนชไม่เคยเกษียณอย่างเป็นทางการจากอเมริกันแอร์ไลน์สเลย กระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2024
เท่ากับว่า เธอประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต่อเนื่องยาวนานถึง 67 ปี มากกว่า 3 ใน 4 ของอายุของเธอเสียอีก
แนชได้รับรางวัลกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดเมื่อปี 2022 โดยกินเนสส์ระบุว่า “การทำงานของเธอแซงหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่อยู่นานที่สุดคนล่าสุดด้วยเวลา 63 ปี 61 วัน ณ วันที่ 4 ม.ค. 2021”
แนชเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2016 ว่า ความโรแมนติกและความเย้ายวนใจของการบินดึงดูดให้เธอมาทำงานนี้ “ฉันอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินตั้งแต่ได้ขึ้นเครื่องบินลำแรกในชีวิต ฉันอายุ 16 ปี ฉันนั่งอยู่กับแม่บนโซฟาหนังสีเขียวที่วอชิงตัน (สนามบินแห่งชาติเรแกน) และได้เจอลูกเรือของ ทรานส์เวิลด์แอร์ไลน์ส (TWA)”
เธอเล่าว่า “นักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเดินข้ามห้องโถง และฉันก็คิดว่า โอ้พระเจ้า นี่แหละคืออนาคตของฉัน”
แนชบอกว่า หลังจากนั้นเธอไปเรียนต่อในระดับวิทยาลัย แต่เธอไม่เคยเบี่ยงเบนไปจากความฝันของเธอเลย เมื่อสำเร็จการศึกษา จึงสมัครงานเป็นแอร์โฮสเตสแบบไม่รอช้า “และหลังจากนั้นที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์”
แนชมองเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในโลกของการบินตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษของการทำงานบนท้องฟ้า โดยบอกว่า เครื่องบินเป็นสถานที่ที่หรูหรามาก เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนสวมชุดที่ดีที่สุดในวันอาทิตย์และกินล็อบสเตอร์
“สมัยนั้นคุณต้องทำงานหนัก เราเสิร์ฟอาหารถาดใหญ่นี้ และฉันเป็นคนเดียวบนเครื่องบิน ดังนั้นฉันจึงต้องดูแลทุกคน” เธอเล่า
แต่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่สุดที่เธอพบเห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือเรื่องของเทคโนโลยี เมื่อแนชเริ่มบินครั้งแรก ตารางเที่ยวบินทั้งหมดจะถูกเขียนไว้บนกระดานดำ คู่มือและข้อบังคับจะอยู่ในรูปแบบหนังสือ แต่ปัจจุบัน เอกสารเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยแท็บเล็ต ซึ่งเธอบอกว่าเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่
“เทคโนโลยีสร้างความแตกต่างจริง ๆ ว่า ฉันจะอยู่หรือจะไป? แต่แม้ว่าฉันคิดว่าตัวเองอาจจะเกษียณหรืออะไรก็ตาม ฉันก็มาทำงานและคิดว่า โอ้ ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ มันน่าตื่นเต้นมากที่ได้มาที่นี่ สายการบินมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และคุณต้องพัฒนาไปพร้อมกับสายการบินเหล่านั้น” แนชบอก
เรียบเรียงจาก CNN
เปิดปฏิทินวันหยุดเดือนมิถุนายน 2567 แนะวิธีลาให้ได้หยุดยาว 4 วัน