เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ยูเครนควรได้รับอนุญาตสามารถใช้อาวุธของฝรั่งเศส รวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกล เพื่อโจมตีเข้าไปในดินแดนของรัสเซียได้
มาครงกล่าวว่า “เราควรอนุญาตให้พวกเขา (ยูเครน) สามารถต่อต้านสถานที่ทางทหารที่ยิงขีปนาวุธเข้าใส่พวกเขาได้ ... แผ่นดินยูเครนกำลังถูกโจมตีจากฐานในรัสเซีย แล้วเราจะอธิบายให้ชาวยูเครนฟังได้อย่างไรว่า เราจะปกป้องเมืองเหล่านี้ทั้งที่เราบอกพวกเขาว่า คุณไม่ได้รับอนุญาตให้โจมตีไปยังจุดที่ขีปนาวุธถูกยิงมา”
ฝรั่งเศสได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารหลายชนิดให้กับยูเครน เช่น ปืนครกอัตตาจรที่มีพิสัยทำการไกลถึง 42 กิโลเมตร และยังมี “ขีปนาวุธร่อน SCALP” ซึ่งมีพิสัยทำการไกลถึง 155 กิโลเมตร และบรรทุกหัวรบเจาะทะลุแรงระเบิดสูง 400 กิโลกรัม
SCALP มีศักยภาพเทียบเท่ากับ Storm Shadow ของอังกฤษ ซึ่งมอบให้กับยูเครนเช่นกัน และ เดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษกล่าวเมื่อต้นเดือน พ.ค. ว่า ยูเครนสามารถนำไปใช้ได้ตามดุลยพินิจ
“ในแง่ของสิ่งที่ชาวยูเครนทำ ในมุมมองของเรา มันเป็นการตัดสินใจของพวกเขาเกี่ยวกับวิธีการใช้อาวุธเหล่านี้ พวกเขากำลังปกป้องประเทศของพวกเขา พวกเขาถูกปูตินรุกรานอย่างผิดกฎหมาย ... รัสเซียเปิดการโจมตีในยูเครน และยูเครนมีสิทธิ์อย่างแน่นอนที่จะตอบโต้รัสเซีย” คาเมรอนกล่าว
ทั้งนี้ มาครงเน้นย้ำว่า อาวุธของฝรั่งเศสจะต้องใช้กับเป้าหมายที่โจมตีเข้ามายังยูเครนเท่านั้น “เราต้องไม่อนุญาตให้พวกเขาโจมตีเป้าหมายอื่น ๆ ในรัสเซีย” รวมถึงเป้าหมายพลเรือนหรือทหารอื่น ๆ
ด้าน โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เห็นด้วยกับความคิดเห็นของมาครง และกล่าวว่า ยูเครนได้รับอนุญาตให้ปกป้องตัวเองได้ ตราบใดที่เคารพเงื่อนไขที่กำหนดโดยประเทศที่จัดหาอาวุธดังกล่าวให้ รวมถึงต้องเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ
“ยูเครนสามารถทำได้ทุกอย่างภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศสำหรับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ... ผมว่ามันแปลกเมื่อมีคนโต้แย้งว่ายูเครนไม่ควรได้รับอนุญาตให้ปกป้องตัวเองและใช้มาตรการที่เหมาะสม”
ขณะที่ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน อ้างว่ายูเครนไม่สามารถใช้อาวุธพิสัยไกลได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากนาโต (NATO) และการมีส่วนร่วมของนาโตอาจทำให้เกิด “ความขัดแย้งระดับโลก”
เรียบเรียงจาก CNN
มอง "สวิงกิ้ง" ในมุมจิตวิทยา ทัศนคติต่อเพศสัมพันธ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจากหลายสถานการณ์