ตอนนี้การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครนในสนามรบกลับมาดุเดือด โดยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียได้โจมตีหลายพื้นที่ของยูเครนด้วยระเบิดนำวิถีทางอากาศ ซึ่งผู้นำยูเครนระบุว่า ระเบิดชนิดนี้ถูกใช้ไปราวๆ 3000 ลูกต่อเดือน
ล่าสุดเมื่อวานนี้ ทางการยูเครนรายงานว่า กองทัพรัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีเมืองทอเรตสค์ในแคว้นโดเนตสก์ พื้นที่ทางภาคตะวันออกของยูเครน ส่งผลให้อาคารที่พักอาศัยสองหลังได้รับความเสียหาย และมีประชาชนเสียชีวิตแล้ว 2 ราย
นอกจากที่แคว้นโดเนตสก์ อีกพื้นที่หนึ่งที่ยังมีการต่อสู้อยู่คือ บริเวณชายแดนแคว้นคาร์คีฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ซึ่งติดกับแคว้นเบลโกรอดของรัสเซีย
อย่างไรก็ดี การโจมตีแคว้นคาร์คีฟของรัสเซียทำให้เกิดคำถามสำคัญและเป็นประเด็นร้อนอยู่ในเวลานี้ นั่นคือ ยูเครนจะสามารถใช้อาวุธชาติตะวันตกโจมตีเข้าไปในฐานทัพรัสเซีย บริเวณแคว้นเบลโกรอดได้หรือไม่
ก่อนหน้านี้ ทางการรัสเซียได้ออกมาเตือนชัดเจนว่า หากยูเครนใช้อาวุธของชาติตะวันตกโจมตีเข้ามาในแผ่นดินรัสเซีย ยูเครนจะต้องเผชิญผลลัพธ์ที่ตามมา ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่าอาจเป็นอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี นี่ทำให้ชาติพันธมิตรตะวันตกหลายชาติที่สนับสนุนยูเครน เสียงแตกว่าควรอนุญาตให้ใช้อาวุธเหล่านั้น โจมตีเข้าไปในแผ่นดินรัสเซียหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะเป็นดึงองค์การนาโตเข้าสงคราม จนสงครามบานปลายเป็นสงครามนิวเคลียร์
อย่างไรก็ดี เมื่อวานนี้ เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการใหญ่ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้แล้ว โดยระบุว่า การที่ยูเครนใช้อาวุธของชาติตะวันตกโจมตีเข้าไปในแผ่นดินรัสเซียไม่ได้ลากนาโตไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงกับรัสเซีย
ขณะเดียวกัน เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ในระหว่างการเยือนเยอรมนี ได้ออกมาแถลงข่าวร่วมกับโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เกี่ยวกับการอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธของชาติตะวันตกโจมตีเข้าไปในแผ่นดินรัสเซีย
เนื้อหาของการแถลงข่าวชัดเจนว่า ผู้นำของฝรั่งเศสและเยอรมนี ยินยอมให้ยูเครนโจมตีเป้าหมายในแผ่นดินรัสเซียได้แบบจำกัด ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันตนเอง แม้ผู้นำของเยอรมนีและฝรั่งเศสจะออกมาระบุว่า ยูเครนมีสิทธิที่จะใช้อาวุธของชาติตะวันตกโจมตีเป้าหมายทางการทหารบนแผ่นดินรัสเซียได้
แต่ล่าสุดสหรัฐฯ พันธมิตรสำคัญของยูเครนและเจ้าของอาวุธ ATACMS ขีปนาวุธที่มีพิสัยไกลพอที่จะโจมตีข้ามพรมแดนไปยังรัสเซีย ยังมีท่าทีต่อเรื่องนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อวานนี้ จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงข่าวโดยระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงยืนยันจุดยืนเดิมที่ไม่สนับสนุนให้ยูเครนใช้อาวุธของสหรัฐฯ โจมตีเข้าไปยังแผ่นดินรัสเซีย โดยสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ ลังเลที่จะอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธของตนเองโจมตีรัสเซีย เป็นเพราะรัสเซียอาจใช้สิ่งนี้เป็นข้ออ้างในการโจมตียูเครนด้วยอาวุธหรือวิธีการที่รุนแรงขึ้น
การสนับสนุนให้ยูเครนใช้อาวุธโจมตีเข้าไปในแผ่นดินรัสเซีย ดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับรัสเซีย และเป็นไปตามที่สหรัฐฯ เคยแสดงความกังไว้ก่อนหน้านี้ ล่าสุดประธานาธิบดีปูตินได้ออกมาพูดว่า หากชาติตะวันตกไม่หยุดคิดเรื่องนี้ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงกับยุโรปเอง
เมื่อวานนี้ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ออกมาเตือนชาติตะวันตกในระหว่างที่อยู่ในการเยือนประเทศอุซเบกิสถาน โดยระบุว่า รัสเซียต้องการให้ชาติสมาชิกนาโตบางชาติในยุโรป โดยเฉพาะชาติเล็กๆ ระวังตนเองไว้ว่าเป็นประเทศเล็ก และมีประชากรอยู่หนาแน่น ขณะที่พูดถึงเรื่องการพยายามสนับสนุนให้ยูเครนโจมตีเข้ามายังแผ่นดินรัสเซีย
ผู้นำรัสเซียได้กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในแคว้นคาร์คีฟ เป็นผลมาจากการที่ยูเครนเข้าไปก่อความไม่สงบในแคว้นเบลโกรอด จนทำให้รัสเซียต้องสร้างเขตกันชนในแคว้นคาร์คีฟแทน
ก่อนที่ผู้นำรัสเซียจะเตือนชาติยุโรป ที่สนับสนุนให้ยูเครนโจมตีเข้าไปในแผ่นดินรัสเซีย โดยระบุว่า หากความเสี่ยงในการใช้อาวุธโจมตีแผ่นดินรัสเซียเกิดขึ้น ก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรง และชาติพันธมิตรตะวันตกควรคำนึงถึงศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของรัสเซียด้วย
ขณะเดียวกัน ผู้นำรัสเซียยังได้พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งของยูเครนด้วย โดยระบุว่ายูเครนควรจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งควรจะมีขึ้นในปีนี้ แต่ต้องเลื่อนออกไปเพราะการรุกรานของรัสเซีย เนื่องจากรัฐธรรมนูญของยูเครนไม่ได้กำหนดให้มีการขยายอำนาจประธานาธิบดีเซเลนสกี หลังหมดวาระในการดำรงตำแหน่ง 4 ปี นี่จึงทำให้ผู้นำรัสเซียมองว่า ประธานาธิบดียูเครนไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูติน เคยระบุไว้ในระหว่างการเยือนเบลารุสว่า ตัวเขาจะไม่เจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีเซเลนสกี เนื่องจากไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ หากอิงจากสิ่งที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญยูเครน และรัสเซียจะเจรจากับผู้แทนยูเครนที่มีความชอบธรรมเท่านั้น
นอกจากการอนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธสัญชาติตะวันตกโจมตีเข้าไปในแผ่นดินรัสเซีย อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกนำมาหารืออย่างจริงจัง คือ ความเป็นไปได้ในการส่งทหารของนาโตเข้าไปในยูเครน
เมื่อวานนี้ โจเซฟ บอเรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่า ตอนนี้ที่ประชุมของสหภาพยุโรป กำลังหารือเรื่องการส่งทหารของตนเอง เข้าไปฝึกซ้อมรบให้แก่ทหารยูเครน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปร่วมกันออกมา และอาจจะยังไม่บรรลุข้อตกลงร่วมกันในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงย้ำว่า ทหารที่ถูกส่งไปจะถูกส่งไปเพื่อฝึกสอนทหารยูเครนเท่านั้น ไม่ได้เข้าเพื่อสู้รบโดยเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน เดนิส ชไมฮาล นายกรัฐมนตรียูเครน ก็ได้เดินสายพบกับชาติพันธมิตรในกรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณเช็ก เพื่อติดตามและหารือเกี่ยวกับโครงการระดมทุนจัดหากระสุนปืนใหญ่ให้ยูเครน ที่ตอนนี้สามารถระดมทุนได้มากถึง 1,600 ล้านยูโร หรือราว 6 หมื่นล้านบาทแล้ว
โดยปีเตอร์ เฟียลา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเช็ก ได้ยืนยันว่า กระสุนล็อตแรกจำนวนหลายแสนนัด ที่ได้รับการสนับสนุนจากการระดมทุน จะเดินทางถึงยูเครนภายในเดือนมิถุนายน หรือเดือนหน้า ซึ่งจะช่วยทำให้ทหารยูเครนมีกระสุนใช้รบต่อไป
ด้านโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ก็ได้เดินสายเยือนชาติในยุโรปเช่นเดียวกัน โดยล่าสุดได้เดินทางไปยังกรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ผลจากการหารือในรอบนี้ ทำให้ยูเครนได้ข้อตกลงแบบทวิภาคีกับโปรตุเกส เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการทหาร ซึ่งจะให้การสนับสนุนแก่ยูเครนในปีนี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 126 ล้านยูโร หรือราว 4,800 ล้านบาท นี่ทำให้โปรตุเกสเป็นประเทศที่ 12 ที่ลงนามในข้อตกลงแบบทวิภาคีเพื่อสนับสนุนยูเครนทางการทหาร
นอกจากการสนับสนุนทางการทหาร ชาติพันธมิตรยูเครน พยายามตัดกำลังรัสเซียทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ดาวิด โอ’ซัลลิแวน ผู้แทนพิเศษของสหภาพยุโรปว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรของ EU ได้ออกมาระบุว่าตอนนี้ชาติสมาชิก EU กำลังหารือมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียชุดที่ 14 อยู่ โดยจะเป็นการคว่ำบาตรที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งจะทำให้รัสเซียไม่สามารถเข้าถึงตลาดเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นฐานสำคัญในการผลิตอาวุธได้
แม้ว่าชาติพันธมิตรจะรีบให้ความช่วยเหลือยูเครนเพื่อทำสงคราม แต่รุสตาม อูเมรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวโดยระบุว่า
ยูเครนอาจได้รับเครื่องบินรบรุ่น F-16 ในอีกไม่ช้านี้ แต่ขณะเดียวกัน อาวุธต่างๆ ที่ชาติตะวันตกส่งมอบให้ยูเครนมาถึงช้ากว่ากำหนด และอาจไม่ทันต่อความต้องการและความจำเป็นในสนามรบ
มอง "สวิงกิ้ง" ในมุมจิตวิทยา ทัศนคติต่อเพศสัมพันธ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจากหลายสถานการณ์