พลเรือตรี ดาเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่าได้ตรวจพบฐานยิงจรวดหลายสิบฐานตามเส้นทางฟิลาเดลฟี ซึ่งเป็นแนวกั้นพรมแดนระยะทาง 14 กิโลเมตรระหว่างฉนวนกาซาตอนใต้ในส่วนของเมืองราฟาห์ใกล้กับประเทศอียิปต์ โดยพบว่าฐานยิงจรวดบางส่วนอยู่ห่างจากพรมแดนไม่กี่เมตร
พลเรือตรีฮาการีระบุว่า ฐานยิงจรวดเหล่านี้เป็นของกลุ่มฮามาส ส่วนสาเหตุที่นำมาติดตั้งไว้บริเวณชายแดนฉนวนกาซา-อียิปต์ เป็นเพราะกลุ่มฮามาสเชื่อว่าอิสราเอลจะไม่โจมตีพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากอาจลุกล้ำเข้าไปในดินแดนฝั่งอียิปต์
นอกจากนี้ ทหารอิสราเอลยังพบที่ตั้งของอุโมงค์อีกประมาณ 20 แห่งที่เชื่อมต่อข้ามไปยังอียิปต์ และยังพบปากปล่องอุโมงค์อีก 82 แห่งที่เป็นส่วนประกอบของอุโมงค์ตามเส้นทาง "ฟิลาเดลฟี" ซึ่งคาดว่ากลุ่มฮามาสสำหรับการลักลอบขนอาวุธ
สำหรับสถานการณ์ตลอดแนวเส้นทาง "ฟิลาเดลฟี" กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าสามารถควบคุมพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างเด็ดขาดแล้ว โดยได้วางกำลังภาคพื้นดินไว้แทบทุกจุด เหลือเพียงบริเวณเล็กๆริมทะเล ทื่ยังไม่มีทหารอิสราเอลประจำการ แต่อยู่ภายใต้การจับตาความเคลื่อนไหว
ขณะเดียวกัน นาย ซาชี ฮาเน็กบี (tzachi hanegbi) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอลประเมินว่าปฏิบัติการทสงทหารในฉนวนกาซาจะเกิดขึ้นต่อไปอีกอย่างน้อย 7 เดือน หรือจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายการทำลายกลุ่มฮามาสและกลุ่มญิฮาดอิสลาม ปาเลสไตน์
โดยความเห็นของ นาย ฮาเน็กบี ถูกตีความเป็นการส่งสัญญาณว่าเมืองราฟาห์จะไม่ใช่สมรภูมิแห่งสุดท้ายในฉนวนกาซา เนื่องจากขณะนี้อิสราเอลได้ส่งทหารกลับเข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ตอนเหนืออีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้แนวร่วมกลุ่มฮามาสรวมตัวกันได้อีก
ด้านนาย แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนว่าอิสราเอลจำเป็นต้องทำแผนหลังสงครามกาซ่าสิ้นสุดลง และหากปราศจากแผนดังกล่าว ความไม่มีขื่อมีแป ความวุ่นวาย และการกลับมาของกลุ่มฮามาสในดินแดนปาเลสไตน์จะตามมา