“บลิงเคน” ส่งสัญญาณ อาจยอมให้ยูเครนใช้อาวุธโจมตีรัสเซีย!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“แอนโทนี บลิงเคน” รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอาจยอมให้ยูเครนใช้อาวุธโจมตีรัสเซีย

สงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 27 เดือนกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงและเปราะบางมากที่สุดครั้งหนึ่ง หลังจากที่รัสเซียพลิกเป็นฝ่ายได้เปรียบในสมรภูมิรบและเตรียมปรับเข้าสู่โหมดทำสงครามระยะยาว

แม้ว่ากองทัพยูเครนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ที่แนวรบในแคว้นคาร์คีฟทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไว้ได้ หลังจากที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการบุกโจมตีข้ามพรมแดนไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว แต่รัสเซียยังคงสามารถโจมตีทางอากาศเข้ามาสร้างความเสียหายในพื้นที่ของแคว้นรวมถึงเมืองคาร์คีฟ

คอนเทนต์แนะนำ
ทหารยูเครนเผย รถถัง “เอบรามส์” สหรัฐฯ เปราะบาง-ตกเป็นเป้าโจมตีของรัสเซีย
โปแลนด์-ลัตเวียไฟเขียวยูเครนใช้อาวุธบริจาคโจมตีรัสเซีย
สนามรบกลับมาดุเดือด! รัสเซียถล่มยูเครนด้วยระเบิดนำวิถี

สงครามยูเครน รายการรอบโลก DAILY
รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอาจยอมให้ยูเครนใช้อาวุธโจมตีรัสเซีย

นี่จึงทำให้พันธมิตรชาติตะวันตกถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่า จะยอมยกเลิกข้อจำกัดที่ไม่อนุญาตให้ยูเครนใช้อาวุธพิสัยไกลที่ชาติตะวันตกเป็นผู้ผลิตและมอบให้ โจมตีเข้าไปในแผ่นดินรัสเซียเพื่อป้องกันการโจมตีหรือไม่

หลายฝ่ายจับตาไปที่สหรัฐฯ ชาติพันธมิตรรายใหญ่ ซึ่งเคยออกมาขีดเส้นอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้ยูเครนใช้อาวุธของตนเองโจมตีเป้าหมายทางการทหารของรัสเซีย แต่ล่าสุดมีสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจมีโอกาสเปลี่ยนท่าที

สัญญาณดังกล่าวมาจากแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยระบุว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรต้องปรับตัวให้ทันตามสถานการณ์การสู้รบในยูเครนที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ อีกครั้งว่า สหรัฐฯ ไม่ได้สนับสนุนหรือห้ามไม่ให้ยูเครนใช้อาวุธที่สหรัฐฯ มอบให้ โจมตีเข้าไปยังเป้าหมายทางการทหารบนแผ่นดินรัสเซีย และยูเครนมีสิทธิตัดสินใจว่าจะใช้อาวุธของสหรัฐฯ ป้องกันตนเองอย่างไร

ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์หลากหลายชนิดรวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกลให้แก่ยูเครน แต่สหรัฐฯ กำหนดเงื่อนไขในการใช้ โดยยอมให้กองทัพยูเครนสามารถใช้อาวุธจากสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางการทหารของรัสเซียภายในเขตแดนของยูเครนเท่านั้น

ซึ่งหมายรวมถึงพื้นที่ที่รัสเซียยึดครองไปจากยูเครน เช่น คาบสมุทรไครเมีย แคว้นโดเนตสก์ หรือแคว้นลูฮันสก์ การออกมาระบุเช่นนี้ของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเปิดกว้างและยอมปรับข้อจำกัดที่ไม่ยอมให้ยูเครนใช้อาวุธตะวันตกโจมตีบนแผ่นดินรัสเซียให้ยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนยังไม่ได้ออกมาให้ไฟเขียวอย่างเป็นทางการและนี่ยังคงเป็นข้อถกเถียงภายในรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ โดยเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว สำนักข่าวเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่ารัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เริ่มเปลี่ยนท่าที หลังเดินทางกลับจากการพบประธานาธิบดียูเครนที่กรุงเคียฟ และได้ยื่นข้อเสนอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายอื่นๆ พิจารณายอมยืดหยุ่นให้ยูเครนสามารถใช้อาวุธสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางการทหารเข้าไปยังแผ่นดินรัสเซียได้

การจำกัดไม่ให้ยูเครนใช้อาวุธจากชาติตะวันตกโจมตีเข้าไปยังแผ่นดินรัสเซียไม่ใช่เพียงแค่เงื่อนไขที่สหรัฐฯ ตั้งไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นแดงที่ชาติพันธมิตรประเทศอื่นๆ ในยุโรปขีดไว้เช่นกัน เนื่องจากเกรงว่าจะนำไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงกับรัสเซียและสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ตามคำขู่ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

อย่างไรก็ตามตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศยุโรปหลายชาติเริ่มออกมาส่งสัญญาณยอมให้ยูเครนใช้อาวุธที่มอบให้ โจมตีเข้าไปบนแผ่นดินรัสเซียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เหตุการณ์ที่จุดประเด็นนี้ขึ้นมาในหมู่ชาติพันธมิตรตะวันตกของยูเครน คือการที่รัสเซียส่งทหารบุกจู่โจมข้ามพรมแดนทางตอนเหนือของแคว้นคาร์คีฟเมื่อวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา และสามารถรุกคืบรวมถึงควบคุมพื้นที่อย่างได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน

แม้ว่าขณะนี้กองทัพยูเครนจะสามารถควบคุมสถานการณ์บริเวณทางตอนเหนือของแคว้นและรักษาเสถียรภาพบริเวณแนวรบได้แล้วก็จริง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคาร์คีฟเป็นแคว้นที่มีพรมแดนติดกับแคว้นเบลโกรอดของรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการทหารของกองทัพรัสเซีย

พื้นที่ต่างๆ ในแคว้นคาร์คีฟ รวมถึงเมืองคาร์คีฟ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่สองของประเทศ จึงยังคงอยู่ภายในพิสัยการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย โดยรัสเซียยังคงมุ่งเป้าโจมตีเขตที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิบัติการบุกโจมตีคาร์คีฟของรัสเซียอาจไม่ได้มีเพียงแค่ระลอกเดียว โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลยูเครนหลายรายเคยออกมาเตือนว่า กองทัพรัสเซียกำลังเตรียมรวบรวมกำลังพลเพื่อเปิดปฏิบัติการบุกโจมตีแคว้นคาร์คีฟอีกรอบ รวมถึงอาจเปิดฉากบุกแคว้นซูมีทางตอนเหนือของยูเครน ซึ่งอยู่ถัดจากแคว้นคาร์คีฟไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ

ดังนั้น ประธานาธิบดียูเครนจึงร้องขอให้ชาติพันธมิตรตะวันตกยอมผ่อนข้อจำกัดการใช้อาวุธ โดยเฉพาะอาวุธพิสัยไกลที่ชาติตะวันตกเคยมอบให้ เพื่อให้ยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายทางการทหารบนแผ่นดินรัสเซียได้

โดยระบุว่า การอนุญาตให้ยูเครนโจมตีเช่นนี้จะช่วยให้สามารถบั่นทอนทำลายขีดความสามารถทางการทหารของรัสเซียในปฏิบัติการบุกโจมตียูเครน รวมถึงความสามารถในการโจมตีระยะไกลเข้ามายังแผ่นดินยูเครน

และแม้ว่ายูเครนมักจะส่งโดรนที่ผลิตเองเข้าไปโจมตีฐานทัพอากาศหรือคลังน้ำมันบนแผ่นดินรัสเซียในหลายโอกาส แต่โดรนเหล่านี้ก็มีขีดความสามารถและพลังโจมตีที่รุนแรงไม่เพียงพอในการทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารที่มีความซับซ้อนได้

แอนโทนี บลิงเคน รายการรอบโลก DAILY
แอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ

ประธานาธิบดียูเครนจึงพยายามเรียกร้องไปยังชาติพันธมิตรอย่างหนักแน่นตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นี่เป็นประเด็นที่ชาติพันธมิตรเสียงแตก อย่างไรก็ตาม หลายประเทศเริ่มออกมาสนับสนุนให้ยูเครนสามารถใช้อาวุธตะวันตกโจมตีเป้าหมายทางการทหารบนแผ่นดินรัสเซีย

มีประเทศใดบ้างที่ออกมาให้ไฟเขียวแก่ยูเครน ประเทศแรกๆ ที่ออกมาแสดงท่าทีอย่างชัดเจนคือสหราชอาณาจักร ซึ่งเคยมอบขีปนาวุธพิสัยไกลรุ่นสตอร์มแชโดว์ให้แก่ยูเครน โดยเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา เดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ได้ระบุระหว่างเยือนกรุงเคียฟว่า ยูเครนมีสิทธิเลือกว่าจะใช้อาวุธที่สหราชอาณาจักรมอบให้เพื่อโจมตีระยะไกลตอบโต้เข้าไปในแผ่นดินรัสเซีย เหมือนกับที่รัสเซียโจมตีทางอากาศเข้ามายังแผ่นดินยูเครนหรือไม่

อีกชาติที่เคยมอบขีปนาวุธพิสัยไกลและออกมาเรียกร้องให้ชาติตะวันตกยอมให้ยูเครนโจมตีเข้าไปยังแผ่นดินรัสเซียคือฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้ออกมาแถลงข่าวระหว่างการเยือนเยอรมนีเมื่อวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยระบุอย่างชัดเจนว่า ชาติพันธมิตรตะวันตกควรยอมให้ยูเครนใช้อาวุธตะวันตกโจมตีฐานทหารที่รัสเซียใช้เพื่อยิงโจมตีใส่ยูเครน

นอกเหนือจากสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส หลังจากที่ที่ประชุมสมัชชารัฐสภานาโตออกแถลงการณ์สนับสนุนให้ชาติสมาชิกนาโตยกเลิกข้อจำกัดไม่ให้ใช้อาวุธตะวันตกโจมตีเข้าไปบนแผ่นดินรัสเซียเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

มีอีกหลายประเทศที่ทยอยออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการโจมตีรูปแบบดังกล่าวตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ ฟินแลนด์ โปแลนด์ สวีเดน เอสโตเนีย สาธารณรัฐเช็ก ลิทัวเนีย ลัตเวีย แคนาดา และเนเธอร์แลนด์

ส่วนประเทศที่ยังไม่ได้แสดงการสนับสนุนได้แก่ อิตาลี แต่ประเทศที่หลายฝ่ายจับตามองมากที่สุดคือชาติพันธมิตรที่มอบความช่วยเหลือให้แก่ยูเครนมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ อย่างสหรัฐฯ ซึ่งภายในรัฐบาลไบเดนยังคงถกเถียงกันอยู่

ส่วนอีกประเทศคือเยอรมนี ซึ่งแม้ว่านายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ จะระบุว่ายูเครนมีสิทธิป้องกันตนเองภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็เคยระบุไว้เช่นกันว่า ยังไม่มีเหตุผลที่เยอรมนีจะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายที่จำกัดไม่ให้ยูเครนใช้อาวุธตะวันตกโจมตีเข้าไปยังรัสเซีย

นอกเหนือจากการยอมให้ยูเครนใช้อาวุธตะวันตกโจมตีเข้าไปยังเป้าหมายทางการทหารในแผ่นดินรัสเซียแล้ว

อีกสิ่งที่จะช่วยให้ยูเครนรับมือและต้านทานการโจมตีจากรัสเซีย โดยเฉพาะในปฏิบัติการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นอีกระลอกที่แคว้นคาร์คีฟ รวมถึงปฏิบัติการโจมตีช่วงฤดูร้อน ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าสมรภูมิรบหลักอาจอยู่ที่แคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครน คือเครื่องบินรบ F-16 นี่เป็นอาวุธที่จะช่วยให้ยูเครนสามารถตอบโต้ความได้เปรียบเหนือน่านฟ้าที่รัสเซียครองมาตลอดกว่า 2 ปีของสงครามไว้ได้

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา รุสเตม อูเมรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมยูเครนได้ให้สัมภาษณ์ว่า ยูเครนจะได้รับเครื่องบินรบสัญชาติอเมริกันชุดแรกในเร็วๆ นี้ โดยไม่ระบุอย่างเจาะจงว่าจะได้รับภายในกี่สัปดาห์หรือกี่เดือน และจะได้รับเครื่องบินรบ F-16 ชุดแรกกี่ลำ

จนถึงขณะนี้ บรรดาชาติพันธมิตรได้ให้คำมั่นสัญญากับยูเครนว่าจะมอบเครื่องบินรบ F-16 รวมทั้งสิ้น 85 ลำ โดยชาติที่ประกาศว่าจะส่งมอบให้ยูเครนได้แก่ นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก และเบลเยียม

ความพยายามเหล่านี้ของชาติพันธมิตรตะวันตก เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าจะช่วยยกระดับการสนับสนุนยูเครนในการสกัดและต้านทานรัสเซียได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากหากไม่สามารถช่วยเหลือยูเครนให้ต้านทานรัสเซียได้สำเร็จ มีโอกาสที่รัสเซียอาจรุกรานต่อไปยังประเทศยุโรปอื่นๆ อย่างประเทศบอลติกหรือโปแลนด์ ในวันพรุ่งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของชาติพันธมิตรนาโต จะไปรวมตัวกันที่สาธารณรัฐเช็กเพื่อประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดสรรความช่วยเหลือให้แก่ยูเครน

ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ยาน ลีพาฟสกี รัฐมนตรีกระทวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเช็กได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการสนับสนุนยูเครนของพันธมิตรนาโต โดยระบุว่า ชาติพันธมิตรนาโตต้องมียุทธศาสตร์ร่วมกันเพื่อสกัดรัสเซีย ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศเช็กระบุว่านี่คือสิ่งที่กำลังคุกคามการป้องกันร่วมของยุโรป

สำหรับการประชุมของรัฐมนตรีต่างประเทศนาโตในวันพรุ่งนี้ หนึ่งในวาระที่จะอยู่ในการอภิปรายคือ ข้อเสนอของเลขาธิการนาโตในการเพิ่มบทบาทของนาโตแทนสหรัฐฯ ใน Ukraine Defense Contact Group หรือที่รู้จักในชื่อ “กลุ่มแรมชไตน์”

ซึ่งทำหน้าที่ประสานการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ กระสุน และอุปกรณ์ทางทหารต่างๆ ที่ชาติพันธมิตร 56 ชาติในกลุ่มมอบให้แก่ยูเครน รวมถึงจัดการฝึกให้แก่ทหารยูเครน

โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ ลีก 2024 ( VNL 2024 ) วันพฤหัสบดีที่ 30 พ.ค. 67

เช็กสถิติวอลเลย์บอลหญิงไทย ก่อนพบ ฝรั่งเศส นัด 2 สัปดาห์ 2 VNL 2024

กางไทม์ไลน์ 222 วัน “เสี่ยแป้ง นาโหนด” มหากาพย์แหกคุก!

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ