พรรคยุติธรรมและการพัฒนาตุรกี (AKP) ของเรเจพ เทยิพ แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี กำลังพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมายสิทธิสัตว์ซึ่งจะเปิดทางอนุญาตให้สามารถทำการุณยฆาตสุนัขจรจัดได้ เบื้องต้นคาดการณ์ว่าการแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวจะส่งถึงรัฐสภาตุรกีเพื่อลงมติในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ขณะที่ตัวร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้มีประเด็นสำคัญ คือ เทศบาลต่างๆต้องถ่ายภาพสุนัขในสถานสงเคราะห์ของตัวเอง และโพสต์ภาพลงบนเว็บไซต์เพื่อหาบ้านให้กับพวกมัน แต่ถ้าสุนัขเหล่านี้ไม่ได้ถูกรับไปเลี้ยงภายใน 30 วัน ก็จะต้องถูกการุณฆาตโดยการฉีดยาพิษ
แหล่งข่าวของพรรค AKP ชี้ว่าที่ต้องร่างกฎหมายเช่นนี้ เป็นเพราะวิธีการ ณ ปัจจุบัน เช่น การทำหมัน และการส่งไปที่สถานสงเคราะห์สัตว์นั้นไม่สามารถควบคุมประชากรสุนัขจรจัดได้ และนับวันก็พบเห็นสุนัขข้างถนนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ได้ออกมาโต้แย้งในประเด็นนี้ โดยตำหนิเจ้าหน้าที่เทศบาลที่ไม่ทำหมันสุนัขได้มากพอในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
จนถึงตอนนี้ตุรกีมีสุนัขจรจัดประมาณ 4 ล้านตัวทั่วประเทศ ขณะที่ช่วงไม่กี่ที่ผ่านมา มีสุนัขจรจัดถูกจับทำหมันโดยเฉลี่ยปีละ 260,000 ตัวเท่านั้น ซึ่งนี่ไม่เพียงพอที่ช่วยลดจำนวนประชากรของพวกมัน ท่ามกลางจำนวนสุนัขจรจัดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในตุรกี ทำให้รัฐบาลและผู้คนจำนวนหนึ่งกังวลถึงความเสี่ยงด้านสาธารณสุข รวมถึงปัญหาต่างๆ
จากข้อมูลของรัฐบาลตุรกีชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคพิษสุนัขบ้า และอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากรถชนกับสุนัขจรจัดถึง 3,500 ครั้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องของสุนัขจรจัดที่ทำร้ายร่างกายผู้คนด้วย อย่างกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงอังการา พบสุนัขจรจัดทำร้ายร่างกายเด็ก 10 ขวบจนบาดเจ็บสาหัส
โดยจากการสำรวจของสื่อรัฐบาลตุรกีระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 83.6 เห็นว่าสุนัขจรจัดเป็นปัญหาสำหรับพวกเขา ซึ่งนี่ทำให้รัฐบาลตุรกีเน้นย้ำถึงความจำเป็นของร่างกฎหมายดังกล่าว
อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายฉบับนี้ทำให้นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยพวกเขาชี้ว่า นี่ถือเป็นร่างกฎหมายสังหารหมู่สุนัขแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ร่างกฎหมายฉบับนี้ทำให้บรรดานักเคลื่อนไหวชาวตุรกีผู้รักสัตว์ออกมาแสดงความกังวลว่าอาจมีสุนัขที่ได้รับผลกระทบ และถูกการุณฆาตจำนวนมาก โดยจากผลสำรวจความเห็นของ Metropoll ชี้ให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเพียงร้อยละ 2.7 เท่านั้นที่สนับสนุนการจัดการสุนัขด้วยวิธีการนี้
นอกจากนี้ยังทำให้พวกเขาหวนนึกถึงความพยายามเกี่ยวกับการจัดการกับสุนัขที่เลวร้ายในปี 1910 โดยครั้งนั้นทางการได้ส่งสุนัข 80,000 ตัวไปยังเกาะเล็กๆ นอกอิสตันบูล และสุดท้ายสุนัขเหล่านั้นต้องจบชีวิตจากความหิวโหย หรือฆ่ากันเอง
ประธานสหพันธ์สิทธิสัตว์ชี้ว่า การแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดที่แท้จริง คือการจับสุนัขเหล่านี้ทำหมั่นทั่วประเทศ ซึ่งนี่ถือเป็นการดำเนินการภายใต้หลักมนุษยธรรมที่สุดแล้ว
เช่นเดียวกับ สมาคมเนติบัณฑิตยสภาแห่งตุรกี (TBB) ซึ่งเป็นตัวแทนของทนายความตุรกีที่แนะว่า หากจำนวนสุนัขจรจัดจำนวนมากก่อให้เกิดปัญหามากมาย วิธีการแก้ไขปัญหาไม่ใช่การทำการุณฆาต แต่เป็นการทำหมัน โดยการจ้างสัตวแพทย์ และผู้ช่วย ตลอดจนการได้รับความร่วมมือของเทศบาลต่างๆ เพื่อเริ่มรณรงค์จัดการทำหมันสุนัขอย่างยั่งยืน และมีจริยธรรม
ประธานาธิบดีแอร์โดอานของตุรกีได้ออกมาเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องการให้สุนัขจรจัดทุกตัวเข้ามาอยู่ในสถานสงเคราะห์ และถูกรับไปเลี้ยง ซึ่งหากทำสำเร็จ ก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการอื่นๆ เช่นการุณยฆาต
ทั้งนี้ภารกิจควบคุมประชากรสุนัขจรจัดในตุรกีถือเป็นภารกิจที่หนักอึ้งอย่างมากของเทศบาลเมืองต่างๆ ทั้งในแง่ของการจัดการสถานที่พักพิง การทำหมัน และการหาบ้านให้กับสุนัข
อย่างไรก็ตามเทศบาลบางแห่งในตุรกี เช่น เทศบาลในนครอิสตันบูล และสัตวแพทย์ในศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ ได้รณรงค์ให้ผู้คนหันมาเลี้ยงสุนัขจรจัดเพื่อเซฟชีวิตของพวกมันผ่านแอพพลิเคชั่น เซมปาติ (Semtpati) ซึ่งปรากฏว่าเริ่มมีคนสนใจโครงการนี้เพิ่มมากขึ้น
โดยแอปพลิเคชั่นนี้ เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้คนรักสุนัข และอาสาสมัครที่ดูแลสุนัขข้างถนนในย่านต่างๆของอิสตันบูลได้เพิ่มข้อมูล และรูปภาพของพวกมันลงไปเพื่อหาคนดูแล แม้ว่าแอปพลิเคชั่นนี้ค่อนข้างจำกัด แต่ในปี 2023 พบว่า มีคนนำสุนัขไปดูแลภายใต้โครงการนี้ถึง 375 ตัว และในปีนี้เพียง 5 เดือนมีคนนำสุนัขเหล่านี้ไปดูแลแล้ว 103 ตัว