ช่วงรุ่งสางวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น กองกำลังอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนแห่งหนึ่งขององค์การสหประชาชาติในฉนวนกาซาตอนกลาง ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วมากกว่า 30 ราย (สื่อบางสำนักรายงาน 32 ราย บางสำนักรายงาน 39 ราย) และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย
กลุ่มติดอาวุธฮามาสออกมาประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น “การสังหารหมู่ที่น่าสยดสยอง” และกล่าวว่าผู้หญิงและเด็กจำนวนมากอยู่ในหมู่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยเบื้องต้นมีเด็ก 5 รายอยู่ในหมู่ผู้เสียชีวิต
ฮามาสกล่าวว่า ชาวปาเลสไตน์ผู้พลัดถิ่นหลายพันคนพักพิงอยู่ที่โรงเรียนอัล-ซาร์ดีในค่ายนูเซรัต ซึ่งเป็นของหน่วยงานสหประชาชาติเพื่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ (UNRWA)
อิสมาอิล อัล-ธาวับตา โฆษกสำนักงานสื่อของรัฐบาลกาซา กล่าวว่า “มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ... การสังหารหมู่ที่น่าสยดสยองที่เกิดขึ้นจากการยึดครองของอิสราเอลเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อพลเรือน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก และผู้พลัดถิ่นในฉนวนกาซา”
เขาเสริมว่า จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมีมากจนล้นโรงพยาบาล “ที่นั่นเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บจำนวนมากเกินความสามารถทางคลินิกถึง 3 เท่า นี่ถือเป็นหายนะที่แท้จริงที่จะนำไปสู่การเสียชีวิตที่มากยิ่งขึ้น”
กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าลงมือโจมตีพื้นที่ดังกล่าวจริง โดยระบุว่า เครื่องบินรบของตนโจมตี “กลุ่มฮามาสที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียน UNRWA ในพื้นที่นูเซรัต” และอ้างว่าเหตุระเบิดดังกล่าว “กำจัดผู้ก่อการร้ายที่กำลังวางแผนโจมตีกองกำลังอิสราเอล”
ฮามาสปฏิเสธคำแถลงของอิสราเอล โดยอัล-ธาวับตาบอกว่า “อิสราเอลใช้การโกหกต่อสาธารณชนด้วยเรื่องราวเท็จและหลอกลวง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับอาชญากรรมอันโหดร้ายที่ได้กระทำต่อผู้พลัดถิ่นหลายสิบคน”
การโจมตีอัล-ซาร์ดีเกิดขึ้นขณะที่กองกำลังอิสราเอลกำลังเพิ่มระดับการโจมตีฉนวนกาซา แม้ว่าสหรัฐฯ และผู้ไกล่เกลี่ยยังคงเดินหน้าความพยายามหาทางให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
มีรายงานว่า ก่อนการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ กองกำลังอิสราเอลได้สังหารผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 102 คนใน 24 ชั่วโมง รวมถึงการโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยบูเรจีและมากาซีในฉนวนกาซาตอนกลางด้วย
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
7 มิ.ย.67! กฟน.ประกาศ “ดับไฟ” 4 พื้นที่ กทม.-สมุทรปราการ