ที่เมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน ทางตอนใต้ของประเทศรัสเซีย เกิดเหตุผู้ต้องขัง 6 คน จับเจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นตัวประกัน ก่อนที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษจะบุกสังหารผู้ก่อเหตุทั้งหมด โดยพบว่าคนร้ายเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส
สื่อท้องถื่นรัสเซียรายงานว่าผู้ต้องขังทั้ง 6 คน ที่คาดศีรษะแสดงสัญลักษณ์ของกลุ่มไอเอสได้รื้อลูกกรงหน้าต่างและโรยตัวลงมาด้วยเชือก ก่อนใช้มีดและขวานจากตู้เก็บอุปกรณ์ดับเพลิงจับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คนของเรือนจำเป็นตัวประกัน
ระหว่างการเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกัน คนร้ายได้ยื่นเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่ต้องเปิดทางสำหรับการหลบหนีออกจากเรือนจำ โดยไม่มีการขัดขวางใด ๆ แต่เจ้าหน้าที่รัสเซียปฏิเสธ และได้ส่งกำลังจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษบุกเข้าไปภายในเรือนจำ ก่อนเกิดเสียงปืนดังสนั่น
จากนั้นสำนักงานบริหารทัณฑสถานรัฐบาลกลางรัสเซียได้ออกแถลงการณ์เปิดเผยว่าผู้ต้องทั้ง 6 คน ที้่ก่อเหตุได้เสียชีวิตแล้ว หลังปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน
สำหรับผู้ต้องขังที่ร่วมกันก่อหตุเหล่านี้บางส่วนเป็นนักโทษเด็ดขาดในคดีก่อการร้ายและบางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในข้อหาเป็นแนวร่วมกลุ่มไอเอส ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้บงการเหตุวินาศกรรมสถานที่จัดงานนคอนเสิร์ตในกรุงมอสโก เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในกรุงมอสโก ที่พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 60 เปอร์เซนต์ จากทั้งหมด 1,617 คน เชื่อว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า
โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 7 คน ใน 10 คน เชื่อว่า หากสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้นจะเป็นการสู้รบระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ที่จะได้รับการหนุนหลังจากทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ และประเทศในภูมิภาคทะเลบอลติก ส่วนพันธมิตรของฝ่ายรัสเซีย จะประกอบไปด้วย จีน เบลารุส เกาหลีเหนือ อินเดีย อิหร่าน และ คาซักสถาน
ผลสำรวจนี้ยังพบว่าประชาชนอายุ 30-59 ปีที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและติดตามข้อมูลข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต มีแนวโน้มจะพูดถึงสงครามโลกมากกว่ากลุ่มผู้ที่มีการศึกษาไม่สูงนักและมีรายได้น้อย
ส่วนการประชุมสันติภาพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ยืนยันว่าพร้อมจเจรจาหยุดยิงทันที หากรัสเซียถอนทหารทั้งหมดออกจากดินแดนยูเครน
แต่ ประธานาธิบดี เซเลนสกีเชื่อว่าประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียจะเดินหน้าทำสงครามต่อไป จึงต้อทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิธีทางการทูต หรือ การทหาร
สำหรับการประชุมสันติภาพในสวิตเซอร์แลนด์ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ มีผู้แทนจากกว่า 90 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เดินทางเข้าร่วม โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผู้สนับสนุนกระบวนการในการยุติสงครามในยูเครน
อย่างไรก็ตาม ประเทศคู่กรณีโดยตรงอย่างรัสเซียไม่ได้รับเชิญมาร่วมงาน ขณะที่จีนผู้สนับสนุนหลักของรัสเซียก็ไม่มาเข้าร่วม ทำให้เกิดข้อกังขาว่า การประชุมนี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด
นอกจากนี้ หลายประเทศที่มีเข้าร่วมการประชุม รวมถึง อินเดีย, แอฟริกาใต้ และซาอุดีอาระเบีย ไม่ร่วมลงนามในรายงานการประชุมฉบับสมบูรณ์
เลือก สว.กทม. มาสาย 17 คน “สนธิญา-เหรียญทอง-สันธนะ” ไม่ได้ไปต่อ