เปิดนาทีระทึก! "ผู้การนครบาล 1" พุ่งชาร์จชายคลั่งใช้มีดจี้ตัวประกัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดนาทีระทึก! "ผู้การนครบาล 1" พุ่งชาร์จชายคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอภรรยา-ลูกชายเป็นตัวประกัน เผยสาเหตุอยากกลับบ้านแต่ไม่มีเงิน

วันที่ 24 ต.ค. 2569 เวลา 10.20 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงเทพฯ เกิดเหตุชายมีอาการคลุ้มคลั่งถือมีดควบคุมภรรยา และลูกชายไว้ โดยใช้อาวุธมีดจี้คอไว้เป็นตัวประกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าเจรจาเกลี้ยกล่อมพยายามให้ชายดังกล่าววางอาวุธมีดลง เบื้องต้นสอบถามต้องการรถเดินทางไปหมอชิตเพื่อกลับบ้าน

โดยทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเจรจานานกว่า 20 นาที ก่อนเข้าควบคุมสถานการณ์และช่วยเหลือภรรยา และลูกชายที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ชายคลั่ง สตริงเกอร์ กทม.
ชายคลั่งใช้มีดจี้คอภรรยา-ลูกชายเป็นตัวประกัน

แต่ทั้ง 2 คนยังอยู่ในอาการหวาดกลัว อย่างไรก็ตามทั้ง 2 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยตามร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งเข้ารับการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ส่วนผู้ก่อเหตุถูกตำรวจ สน.พญาไท ควบคุมตัวไปสอบปากคำ

โดยตำรวจเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ทั้ง 3 คน เป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อ แม่ และลูก เป็นชาวลาว ที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาในประเทศบ้านเกิด แต่ไม่มีเงิน จึงก่อเหตุเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ส่วนประเด็นว่าผู้ก่อเหตุมีสารเสพติดในร่างกายหรือไม่ ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อประกอบการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ชายคลั่ง สตริงเกอร์ กทม.
ชายคลั่งใช้มีดจี้คอภรรยา-ลูกชายเป็นตัวประกัน

โดยในการเจรจาเกลี้ยกล่อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำรถกระบะมาจอด โดยให้ชายดังกล่าววางอาวุธมีดลง เพื่อจะนำตัวส่งตามที่ต้องการ แต่ชายดังกล่าวไม่วางอาวุธลง จากนั้นได้ร้องขอรถจักรยานยนต์ เพื่อจะขี่กลับด้วยตนเอง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ให้ ตามที่ชายคนดังกล่าวขอ แต่ชายดังกล่าวไม่ยอมไปขับรถจักรยานยนต์ ยังคงนั่งคลุ้มคลั่งและใช้อาวุธมีดจี้คอควบคุมภรรยาและลูกชาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ทั้ง 3 คนขึ้นไปอยู่บริเวณหลังรถตำรวจ และพยายามเจรจาแต่ก็ยังไม่เป็นผล

ต่อมาพลตำรวจตรีวรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณากรณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้เข้าอาศัยจังหวะที่ผู้ก่อเหตุกำลังเผลอตัว กระโดดเข้าไปคว้ามีดที่จี้คอลูกชายเอาไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณโดยรอบก็เข้าไปช่วยจับกุมแยกภรรยาและลูกออกจากผู้ก่อเหตุออกมาได้อย่างปลอดภัย 

โดยในขณะที่พลตำรวจตรีวรศักดิ์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายละเอียดตนยังไม่ทราบ แต่เมื่อพบว่ามีชายคลุ้มคลั่งจึงได้นำกำลังมาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งตนเองในฐานะที่จบหน่วยอรินทราชมาจึงมีความเข้าใจถึงเหตุการณ์ พยายามในการใช้การเจรจาเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ก่อเหตุมีอารมณ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อเห็นจังหวะจึงใช้โอกาสเข้าไประงับเหตุ

 

ชายคลั่ง สตริงเกอร์ กทม.
ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาชายคลั่งควงมีดจี้ตัวประกัน ผลตรวจฉี่ม่วง-อยู่ในไทยเกินกำหนด

ความคืบหน้าเหตุชายคลุ้มคลั่งอาละวาดใช้มีดจี้คอภรรยาและลูกชาย บริเวณแยกยมราช เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยล่าสุด พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผกก.สน.พญาไท พร้อมด้วย ร.ต.อ.พิชัย สีก่ำ รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท ได้ติดตามคดี พร้อมนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกลางเพื่อรับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยเหยื่อคือนางฝาย สัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหูเล็กน้อยและลำคอ และ เด็กชายสัญชาติลาว ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอ ซึ่งแพทย์ทำการรักษาจนอาการปลอดภัยและพ้นขีดอันตรายแล้ว

ทั้งนี้หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุและได้เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนั้นผู้ก่อเหตุเริ่มมีอาการสงบลงและสามารถพูดจารู้เรื่อง จึงได้ทำการตรวจหาสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนในร่างกายเบื้องต้น ทราบชื่อคือนายแก้วพูเพ้ด สัญชาติลาว จากการตรวจปรากฏว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะอย่างชัดเจน และจากการเค้นสอบปากคำอย่างละเอียด ผู้ต้องหาได้ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า เพิ่งจะเสพยาเสพติดมาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาจนเกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่ง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้พาตัวภรรยาและลูกชายของผู้ก่อเหตุเดินทางกลับมายัง สน.พญาไท เพื่อสอบปากคำรวบรวมรายละเอียดเพิ่มเติม โดยได้รับข้อมูลว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาครอบครัวดังกล่าวได้อาศัยหลับนอนอยู่บริเวณวัดปทุมวราราม ก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พาตัวภรรยาเดินทางกลับไปที่วัดปทุมวรารามอีกครั้ง เพื่อเก็บรวบรวมพาสปอร์ตและเอกสารประจำตัวที่เกี่ยวข้อง นำมาใช้ประกอบการยืนยันตัวบุคคลในการส่งตัวนายแก้วพูเพ้ดไปตรวจยืนยันผลเลือดอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลวชิระ เนื่องจากทางโรงพยาบาลมีระเบียบเคร่งครัดว่าต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวบุคคลตัวจริงก่อนดำเนินการตรวจทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเดินทางไปตรวจยืนยันสารเสพติดที่โรงพยาบาลวชิระตามขั้นตอนกฎหมาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้รวบรวมพยานหลักฐาน จัดทำบันทึกจับกุม และแจ้งข้อหนักแก่ผู้ต้องหา 4 ข้อหา 1.กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นโดยมีอาวุธ และทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย 3.เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (เกินกว่ากฎหมายกำหนด) 4.พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางโรงพยาบาลวชิระ หากผลการตรวจเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย ก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป ในส่วนของตัวผู้เสียหายซึ่งเป็นแม่และลูก ขณะนี้ร้อยเวรสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำเพื่อคุ้มครองและเยียวยาตามอย่างรวดเร็วที่สุด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ