ผู้พิพากษา ฮวน เมอร์ชาน ของศาลฎีกาเขตแมนฮัตตัน ในเมืองนิวยอร์ก ประกาศเลื่อนกำหนดบทลงโทษต่ออดีต ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากวันที่ 11 ก.ค. นี้ เป็นวันที่ 18 ก.ย. หลังจากในเดือน พ.ค. ทรัมป์ ถูกตัดสินให้มีความผิดในข้อหาจ่ายเงิน 130,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 5 ล้านบาท เพื่อปิดบังความสัมพันธ์กับ สตอร์มี แดเนียลส์ นักแสดงหนังผู้ใหญ่
แต่ก่อนหน้านั้นในวันที่ 6 ก.ย. จะมีคำตัดสินว่าการลงโทษ ทรัมป์ จะสามารถทำได้หรือไม่
ทีมทนายความของ ทรัมป์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ ผู้พิพากษา เมอร์ชาน อนุญาตให้มีการโต้แย้งประเด็นการลงโทษอดีตประธานาธิบดีของศาลภายในรัฐนิวยอร์ก ที่ควรถูกยกเลิกเนื่องจากเมื่อวานนี้ศาลฎีกาสหรัฐฯได้ตัดสินว่าผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งในปัจจุบันและอดีตได้รับความคุ้มครองจากการถูกดำเนินคดีอาญา หากเป็นการกระทำตามหน้าที่
ขณะที่สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน ระบุว่าข้อโต้แย้งดังกล่าวของทีมทนาย ทรัมป์ ไม่มีน้ำหนักแต่เห็นด้วยกับการเลื่อนกำหนดลงโทษออกไป เพื่อให้ ทีมทนายของทรัมป์ ได้ชี้เจง
อย่างไรก็ตามฝ่ายอัยการสามารถยื่นคำร้องขอให้ทบทวนคำสั่งเลื่อนกำหนดบทลงโทษ ทรัมป์ ได้ภายในวันที่ 24 ก.ค.นี้ ซึ่งนักกฎหมายบางส่วนให้ความเห็นว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดี
สำหรับการจ่ายเงินปิดปากความสัมพันธ์กับ สตอร์มี แดเนียลส์ เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี 2016 ซึ่ง ทรัมป์ เป็นฝ่ายชนะ ซึ่งอัยการกล่าวหาว่าการกระทำเช่นนี้่มีแรงจูงใจเพื่อไม่ให้เกิดผลลบต่อคะแนนเสียง
โดยคณะลูกขุนนิวยอร์กตัดสินให้ ทรัมป์ มีความผิด 34 กระทง จากการปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินดังกล่าว ซึ่งแต่ละกระทงมีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี ทำให้ทรัมป์ เป็น ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินให้มีความผิดในคดีอาญา
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังสามารถรณรงค์หาเสียงหรือเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างถูกกฎหมายหากชนะการเลือกตั้งในวันที่ 5 พ.ย.นี้ แม้จะถูกจำคุก