ราโดสลาฟ ซิคอร์สกี รัฐมนตรีว่าการกรระทวงการต่างโปแลนด์ เผยว่า ข้อเสนอที่ยูเครนยินยอมให้โปแลนด์สามารถยิงสกัดขีปนาวุธที่มีทิศทางมุ่งหน้ามายังโปแลนด์ แม้ยังคงเคลื่อนที่อยู่ในน่านฟ้าของยูเครน เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงป้องกันประเทศร่วมกัน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการที่ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เดินมางเยือนกรุงวอร์ซอร์ ของโปแลนเด์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซิคอร์สกี ระบุว่า โปแลนด์เป็นประเทศที่มีพื้นที่ติดกับแนวหน้าการสู้รบและตรวจพบขีปนาวุธรัสเซียลุกล้ำน่านฟ้าเข้ามาบ่อยครั้ง แต่ยังเชื่อว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุ โดยบางส่วนถูกยิงมาจากเมืองเซนต์ปีเตอส์เบิร์กเพื่อโจมตีเป้าหมายบริเวณเมืองลวิฟในยูเครน ที่อยูู่ทางภาคตะวันตก ใกล้กับโปแลนด์
โดยขีปนาวุธเหล่านี้่ ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ผ่านน่านฟ้าของเบลารุส พันธมิตรสำคัญของรัสเซีย และเข้าสู่ท้องฟ้าโปแลนด์เป็นเวลา 40 วินาที ก่อนมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายในยูเครน ทำให้โปแลนด์มีเวลายิงสกัดน้อยเกินไป
นอกจากนี้ การรอให้ขีปนาวุธรัสเซียลุกล้ำเข้ามาก่อนจึงยิงป้องกัน ยังอาจทำให้ชีวิตประชาชนและทรัพย์สินได้รับอันตรายจากชิ้นส่วนที่ตกลงมา โดย ซิคอร์สกี มองว่าการยิงสกัดขีปนาวุธรัสเซียระหว่างเคลื่อนที่ในยูเครนยังอยู่ในขอบเขตของการป้องกันประเทศ แต่ข้อเสนอนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น
ขณะที่ วลาดิสลาฟ โคซิเนียก-คามิซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโปแลนด์ ระบุว่า การพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวจะต้องปรึกษาและขอความเห็นชอบจากชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโตก่อน โดยย้ำว่าโปแลนด์ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้เพียงลำพังได้ โดยนักวิเคราะห์เตือนว่า หากชาติพันธมิตรนาโตไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ โปแลนด์จะผชิญกับความเสี่ยง และอาจเป็นการกระตุ้นให้รัสเซียดำเนินมาตรการตอบโต้
สำหรับโปแลนด์ เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มอบความช่วยเหลือยูเครนมากที่ โดยตั้งแต่สงครามกับรัสเซียเปิดฉากขึ้นตั้งแต่เดือน ก.พ. ปี 2022 โปแลนด์ได้จัดส่งอาวุธให้ยูเครนไปแล้ว 44 ชุด มีทั้งรถถังกว่า 250 คัน เครื่องบินขับไล่ มิก-29 เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ ปืนใหญ่ และ ระบบป้องกันภัยทางอากาศมูลค่ารวมกันกว่า 4 พันล้านยูโร หรือประมาณ 160,000 ล้านบาท
ขณะที่ ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ได้กล่าวถึงการประชุมผู้นำชาติสมาชิกในกรุงวอชิงตันดีซี ของสหรัฐฯ ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเตือนว่าการผลักดันให้ยูเครนสามารถใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลที่ได้รับบริจาคชาติตะวันตกเป็นพฤติกรรมยั่วยุและยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย