เหตุการณ์ระบบไมโครซอฟต์ (Microsoft) ในอุปกรณ์กว่า 8.5 ล้านเครื่องทั่วโลกล่มเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา โลกรับรู้ค่อนข้างเร็วว่า สาเหตุมาจากการอัปเดตระบบของบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ “CrowdStrike”
แต่ในขณะเดียวกัน การแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบรวมถึงการหาตัวผู้รับผิดชอบหรือผู้ที่จะต้องจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนของโลกอาจไม่เร็วขนาดนั้น
การขัดข้องของระบบไมโครซอฟต์ทำให้เที่ยวบินของสายการบินพาณิชย์มากกว่า 5,000 เที่ยวทั่วโลกต้องหยุดชะงัก รวมถึงธุรกิจและหน่วยงานอีกจำนวนมาก ตั้งแต่ร้านขายปลีก การส่งมอบพัสดุ ไปจนถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ซึ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อต้นุนรายได้และความเสียหายในทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น
แม้ว่า CrowdStrike จะออกมาขอโทษแล้ว แต่ไม่ได้ระบุว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ และเมื่อถูกถามว่าบริษัทมีแผนจะจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ กลับไม่ได้รับคำตอบ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กล่าวว่า บริษัทอาจคาดการณ์ได้ว่าน่าจะมีการเรียกร้องค่าตอบแทนและอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีฐานทำให้เกิด “การขัดข้องด้านไอทีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
แดน อีฟส์ นักวิเคราะห์เทคโนโลยีของ Wedbush Securities กล่าวว่า “หากคุณเป็นทนายความของ CrowdStrike คุณคงไม่สนุกไปกับช่วงฤดูร้อนที่เหลือของคุณ”
แพทริก แอนเดอร์สัน ซีอีโอของ Anderson Economic Group ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยในมิชิแกนที่เชี่ยวชาญในการประมาณต้นทุนทางเศรษฐกิจของกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การนัดหยุดงาน และการหยุดชะงักทางธุรกิจอื่น ๆ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะจัดการกับความเสียหายที่เกิดจากการล่มสลายทางไอทีทั่วโลกในวันที่ 19 ก.ค. แต่เบื้องต้นประเมินว่าค่าเสียหายเหล่านั้นสูงเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.6 หมื่นล้านบาท) อย่างแน่นอน
“การหยุดชะงักครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและธุรกิจจำนวนมาก ในลักษณะที่มีตั้งแต่ความไม่สะดวกไปจนถึงการหยุดชะงักร้ายแรง และส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นที่พวกเขาไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้ง่าย ๆ” เขากล่าว
แอนเดอร์สันเสริมว่า ค่าเสียหายอาจมีนัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสายการบิน เนื่องจากการสูญเสียรายได้จากเที่ยวบินที่ถูกยกเลิก ตลอดจนค่าแรงส่วนเกินและค่าเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินที่ต้องขึ้นบินแต่เผชิญกับความล่าช้าอย่างมาก
ทั้งนี้ มีรายงานว่า CrowdStrike มีรายรับน้อยกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.45 แสนล้านบาท) ต่อปี ซึ่งหากถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจริง อาจทำให้บริษัทล้มละลายได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า อาจมีการคุ้มครองทางกฎหมายสำหรับ CrowdStrike ในสัญญาของลูกค้า เพื่อป้องกันความรับผิด
เจมส์ ลูอิส นักวิจัยจากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการต่างประเทศ กล่าวว่า “ผมเดาว่าสัญญาจะปกป้องพวกเขา”
ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า CrowdStrike อาจสูญเสียลูกค้าไปกี่รายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มีการประมาณการว่าอาจมีลูกค้าย้ายไปใช้บริการเจ้าอื่นไม่ถึง 5% แต่อาจเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงซึ่งจะทำให้การหาลูกค้าใหม่เป็นเรื่องยาก
“วันนี้ CrowdStrike กลายเป็นชื่อที่คุ้นเคย แต่ไม่ใช่ในทางที่ดี และนี่จะต้องใช้เวลาพอสมควรในการแก้ไข” อีฟส์กล่าว
George Kurtz ซีอีโอของ CrowdStrike กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าวันศุกร์ทาง CNBC ว่าบริษัทมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจนถึงตอนนี้เขาเชื่อว่าลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจแล้ว
เรียบเรียงจาก CNN