ไฟป่า “ปาร์ก ไฟร์” (Park Fire) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทางตะวันตกของสหรัฐฯ ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว อยู่ห่างออกไป 144 กิโลเมตร ทางตอนเหนือของเมืองซาคราเมนโต เผาผลาญพื้นที่แล้วกว่า 8 แสน 8 หมื่นไร่ นับจนถึงช่วงบ่ายของวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ถือเป็นเหตุไฟป่าครั้งใหญ่สุดอันดับ 7 ในประวัติศาสตร์ของรัฐ ก่อให้เกิดเมฆไฟและเสาเพลิงหมุน
ด้านอัยการตั้งข้อหา “รอนนี่ สเตาท์” (Ronnie Stout) ในความผิดฐานลอบวางเพลิง หลังผลักรถยนต์ของผู้เป็นแม่ ที่ไฟไหม้ตกลงมาจากหน้าผาที่ความสูงกว่า 18 เมตร
ใกล้กับสวนสาธารณะอัปเปอร์ บิดเวลล์ ปาร์ก (Upper Bidwell Park) จนทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงครั้งนี้
ขณะที่ในตอนนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังระดมกำลังกันเร่งทำงานแข่งกับเวลาในการควบคุมเพลิง แต่เผชิญกับอุปสรรคจากอุณหภูมิที่สูง ความชื้น ต่ำและลมกระโชกแรง ทำให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วกว่า 2 เท่าและเผาผลาญพื้นที่เป็นบริเวณกว้างกว่าเมืองลอสแอนเจลิส ทำลายโครงสร้างพื้นฐานแล้ว 134 หลัง ทางการอพยพประชาชนกว่า 4,000 คนออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟป่าขนาดใหญ่สุดที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็วใกล้กับพรมแดนรัฐออริกอนและรัฐไอดาโฮ โดยในตอนนี้เหตุไฟป่า “เดอร์กี ไฟร์” (Durkee Fire) ใกล้เมืองฮันติงตัน รัฐออริกอน ซึ่งเผาผลาญพื้นที่แล้ว 1 ล้านไร่ คิดเป็นพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของรัฐโรดไอแลนด์ และกำลังเป็นภัยคุกคามอาคารบ้านเรือนประชาชนในหลายเมือง
ไฟป่าดังกล่าวเกิดขึ้นจากฟ้าผ่าต้นไม้ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม และอิทธิพลของลมกระโชกแรง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ไฟป่าลุกลามเป็นบริเวณกว้างเผาผลาญพื้นที่ป่าและทุ่งเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้มีวัวตายหลายร้อยตัว แต่นับจนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง สามารถควบคุมไฟป่าได้เพียง 20 เปอร์เซ็นต์