ผู้กำกับดูแลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และ แพลตฟอร์มส่งข้อความสั้น ที่มีผู้ลงทะเบียนใช้งานในประเทศอย่างน้อย 8 ล้านคน หรือ คิดเป็น 25% ของประชากรมาเลเซีย ต้องยื่นขอใบอนุญาตจากทางการ โดยคาดว่ามาตรการนี้จะสร้างระบบนิเวศออนไลน์ที่ปลอดภัย เพื่อประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเด็กและครอบครัว
ภายใต้คำสั่งนี้ แพลตฟอร์มใหญ่ๆ อย่างเฟซบุ๊ก อิสตาแกรม และวอตส์แอป ซึ่งเป็นของบริษัทเมต รวมถึงยูทูบ และกูเกิล แชต ของกูเกิล นอกจากนี้ ยังมีติ๊กต็อก, เทเลแกรม, และเอ็กซ์ จะต้องเริ่มยื่นเรื่องขอใบอนุญาตจากรัฐบาลตั้งแต่ 1 ส.ค. เพื่อให้ทันก่อนที่มาตรการจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.ปี 2025 เป็นต้นไป และจะต้องต่อใบอนุญาตเป็นประจำทุกปี
หากบริษัทใดที่ไม่ยอมขอใบอนุญาต จะถือว่าละเมิดกฎหมาย และอาจถูกคณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย ปรับเป็นเงิน 500,000 ริงกิต หรือ 3 ล้าน 8 แสนบาท
นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซียจะมีเครื่องมือสำหรับลบ หรือปิดใช้งานเนื้อหาที่คาดว่าเป็นอันตรายหรือผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ด้วย
ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายว่าอาจเป็นความพยายามควบคุมสื่อของภาครัฐ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มี 44 องค์กร และนักเคลื่อนไหวอีก 23 คน ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีอันวา อิบราฮิม เพื่อคัดค้านแผนดังกล่าว
ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจำนวนผู้ใช้งานโซเชียลมากที่สุด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานจะถูกหลอกลวง หรือเจอเนื้อหาที่เป็นอันตราย