เหตุการณ์การประท้วงในบังกลาเทศที่ทำให้นายกรัฐมนตรีหญิง ชีค ฮาสินา ซึ่งอยู่ในอำนาจมานานถึง 15 ปีต้องลาออกและหนีออกนอกประเทศไปยังอินเดียเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ทำให้เกิดคำถามว่า ความเคลื่อนไหวของมวลชนครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร
เจ้าหน้าที่กองทัพ 2 รายเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ในคืนก่อนที่ ชีค ฮาซินา จะหลบหนีออกจากบังกลาเทศ ผู้บัญชาการกองทัพได้เรียกประชุมเหล่านายพลและตัดสินใจว่า ทหารจะไม่เปิดฉากยิงพลเรือนเพื่อบังคับใช้เคอร์ฟิว
ด้านเจ้าหน้าที่ในอินเดียรายหนึ่งบอกว่า พล.ต. เวคเกอร์-อุซ-ซามาน ได้ติดต่อไปยังสำนักงานของฮาสินา และแจ้งต่อนายกรัฐมนตรีว่า ทหารของเขาไม่สามารถบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ตามที่เธอเรียกร้องได้
การกระทำดังกล่าวชัดเจนมากว่า ฮาสินาไม่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอีกต่อไป
รายละเอียดของการประชุมออนไลน์ระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพและข้อความที่ส่งถึงฮาซินา ช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดยุคสมัยของฮาสินาจึงจบลงอย่างโกลาหลและกะทันหัน
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา
ขณะที่ พ.อ.ซามี อุด โดวลา โชวธูรี โฆษกกองทัพ ยอมรับว่ามีการประชุมหารือในเย็นวันที่ 4 ส.ค. จริง แต่อธิบายว่าเป็นการประชุมตามปกติเพื่อรับทราบความคืบหน้าหลังจากเกิดความวุ่นวายใด ๆ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเมื่อถูกถามเกี่ยวกับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในการประชุมดังกล่าว
ฮาสินาปกครองบังกลาเทศมาเป็นเวลา 15 ปีเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกฯ สมัยที่ 4 หลังจากจับกุมผู้นำฝ่ายค้านและผู้ต่อต้านหลายพันคน ทำให้การเลือกตั้งครั้งนั้นไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไรนัก
การยึดครองอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จของเธอถูกท้าทายตั้งแต่การประท้วงต่อต้านการสงวนงานราชการไว้ให้คนบางกลุ่ม และแม้ศาลจะสั่งยกเลิกคำสั่งแล้ว แต่การประท้วงได้ขยายวงไปสู่การขับไล่ฮาสินาในเวลาอันรวดเร็ว
ซามานไม่ได้อธิบายการตัดสินใจถอนการสนับสนุนฮาสินา แต่อดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพบังกลาเทศ 3 นายวิเคราะห์ว่า การประท้วงครั้งใหญ่และยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 241 รายทำให้การสนับสนุนฮาสินาโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนนั้นเป็นไปไม่ได้
พลจัตวา ซาคาวัต โฮสเซน ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้ว กล่าวว่า “ทหารรู้สึกไม่สบายใจมาก ... นั่นอาจเป็นสิ่งที่กดดันเสนาธิการทหาร เพราะทหารออกไปแล้วและพวกเขาเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น”
ซามานได้แสดงสัญญาณของความลังเลใจในการสนับสนุนฮาสินา หลังเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ในการประชุมเจ้าหน้าที่กองทัพที่ศาลากลาง เขาประกาศว่า “ชีวิตผู้คนต้องได้รับการปกป้อง” และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของเขาอดทน
นี่เป็นสัญญาณแรกที่บ่งชี้ว่ากองทัพบังกลาเทศจะไม่ใช้กำลังในการปราบปรามการประท้วง จนทำให้ฮาสินาตกอยู่ในอันตราย
ทหารอาวุโสที่เกษียณอายุราชการแล้ว เช่น พลจัตวาโมฮัมหมัด ชาเฮดุล อานัม ข่าน อยู่ในบรรดาทหารออกมาเดินขบวนบนท้องถนนร่วมกับประชาชน “กองทัพไม่ได้หยุดเรา ... กองทัพได้ทำในสิ่งที่ให้สัญญาไว้”
ในขณะเดียวกัน หลังฮาสินาหนีไปแล้ว ทหารบังกลาเทศก็ไม่ได้เข้ายึดอำนาจ แต่พูดคุยกับประท้วงและเห็นชอบร่วมกันให้เลือก “มูฮัมหมัด ยูนูส” เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลรักษาการ
เรียบเรียงจาก Reuters