วันที่ 21 ส.ค. ยูเครนเปิดฉากโจมตีกรุงมอสโก เมืองหลวงของประเทศรัสเซีย ด้วยการส่งโดรนหลายสิบลำข้ามพรมแดนมา
กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่า ได้ทำลายโดรนยูเครนที่เข้ามาในดินแดนของรัสเซียไปแล้วทั้งหมด 45 ลำ ในจำนวนนี้มี 11 ลำถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงตกในภูมิภาคมอสโก, 23 ลำตกในภูมิภาคไบรอันสก์, 6 ลำในภูมิภาคเบลโกรอด, 3 ลำในภูมิภาคคาลูกา และ 2 ลำในภูมิภาคเคิร์สก์
เจ้าหน้าที่รัสเซียระบุว่า นี่เป็นการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มต้นขึ้นในเดือน ก.พ. 2022
เซอร์เก โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก กล่าวว่า โดรนบางส่วนถูกทำลายเหนือเมืองพอโดลสค์ เมืองในภูมิภาคมอสโกที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางใต้ประมาณ 38 กม.
“นี่เป็นหนึ่งในความพยายามโจมตีมอสโกครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ... การป้องกันแบบหลายชั้นของมอสโกสามารถต้านทานการโจมตีจากโดรนของศัตรูได้สำเร็จ” โซเบียนินกล่าว
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัสเซียกำลังรุกคืบในยูเครนตะวันออก ขณะที่ยูเครนเองก็ดำเนินปฏิบัติการโจมตีข้ามพรมแดนในภูมิภาคเคิร์สก์ ซึ่งเป็นการโจมตีจากต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดต่อดินแดนของรัสเซียนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
สื่อของรัสเซียได้เผยแพร่ภาพโดรนบินวนอยู่เหนือท้องฟ้ายามรุ่งอรุณของภูมิภาคมอสโก จากนั้นก็ถูกยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศ
โซเบียนินกล่าวว่า ตามข้อมูลเบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายใด ๆ หลังการโจมตีดังกล่าว
การโจมตีด้วยโดรนในมอสโกครั้งนี้มีขนาดใหญ่กว่าการโจมตีเมื่อเดือน พ.ค. 2023 ซึ่งโดรนอย่างน้อย 8 ลำถูกทำลายเหนือเมืองหลวงรัสเซีย โดยประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวในเวลานั้นว่า เป็นความพยายามของยูเครนที่จะขู่ขวัญและยั่วยุรัสเซีย
เรียบเรียงจาก Reuters