กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า สามารถสกัดกั้นโดรนของยูเครนได้ทั้งหมด 556 ลำในช่วงข้ามคืนวันที่ 16 พ.ค. จนถึงเช้าวันที่ 17 พ.ค. ขณะที่ เซอร์เก โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงโดรนที่มุ่งหน้ามายังกรุงมอสโกและพื้นที่โดยรอบตกได้มากกว่า 120 ลำ
สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากนายกเทศมนตรีว่า การโจมตีกรุงมอสโกในครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียได้ออกมากล่าวหายูเครนว่าจงใจมุ่งเป้าโจมตีไปที่พลเรือน
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียเพิ่งเปิดฉากระดมโจมตีครั้งใหญ่ใส่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เมื่อต้นสัปดาห์ โดยทางการยูเครนเผยว่า การโจมตีดังกล่าวของรัสเซียส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 รายและผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้ให้คำมั่นเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่าจะเอาคืน ก่อนจะโพสต์คลิปยืนยันปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ในครั้งนี้เมื่อวันที่ 16 พ.ค. เผยให้เห็นภาพโดรนที่กำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้า กลุ่มควันสีดำทึบพวยพุ่งขึ้นมา และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่กำลังเร่งควบคุมเพลิง
โดยเซเลนสกีกล่าวว่า การตอบโต้ของเราต่อการที่รัสเซียพยายามทำสงครามให้ยืดเยื้อ รวมถึงการโจมตีเมืองและชุมชนต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องที่ชอบธรรม ยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างจากชายแดนออกไปมากกว่า 500 กิโลเมตรได้สำเร็จ แม้ว่าจะมีระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียตั้งอยู่อย่างหนาแน่นรอบกรุงมอสโกก็ตาม โดยกำลังส่งสัญญาณเตือนไปยังชาวรัสเซียอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลของพวกเขาต้องยุติสงครามนี้ลงได้แล้ว
นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอประจำวัน เซเลนสกีระบุด้วยว่า ความเคลื่อนไหวทางทหารที่เพิ่มขึ้นของยูเครนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในดุลอำนาจของปฏิบัติการในสมรภูมิรบ ซึ่งในเวลานี้สามารถรับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว