พื้นที่ของลอสอะลามอส (Los Alamos) ในรัฐนิวเม็กซิโก คือสถานที่ที่สหรัฐฯ ใช้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการแมนฮัตตัน (Manhattan Project) และได้ทำให้เกิดกากพิษตกค้างอยู่ในพื้นที่จนได้ชื่อว่าเป็น “หุบเขาพิษ” (Acid Canyon)
ล่าสุดผลการศึกษาใหม่พบว่า ดิน พืช และน้ำ ตามสถานที่พักผ่อนหย่อนใจใกล้กับลอสอะลามอส ถูกปนเปื้อนด้วย “พลูโตเนียม” ในปริมาณสูง แต่เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลกลางดำเนินการแก้ไขกลับถูกเมิน
พลูโตเนียมเป็นธาตุโลหะกัมมันตรังสีอันตราย โดยหากเข้าสู่ร่างกายอาจเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็ง ส่วนรังสีที่แผ่ออกมาอาจส่งผลต่ออวัยวะภายในได้ โดยเฉพาะกระดูก
ไมเคิล เคตเทอเรอร์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์เทิร์นแอริโซนา หัวหน้าทีมการค้นพบล่าสุด กล่าวว่า ระดับพลูโตเนียมในและรอบ ๆ หุบเขาพิษ อยู่ในระดับที่เทียบได้กับระดับที่พบในยูเครน บริเวณที่เกิดภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล
กางไทม์ไลน์ จัดตั้ง ครม.แพทองธาร ไม่เกินกลางเดือน ก.ย.
เขาเสริมว่า นี่คือระดับสูงสุดเท่าที่เขาเคยเห็นในพื้นที่สาธารณะในสหรัฐฯ ตลอดอาชีพการงานหลายสิบปีของเขา
“ไอโซโทปกัมมันตภาพรังสีซ่อนอยู่ในที่ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าตกใจที่สุดที่ผมเคยเจอมาในชีวิต” เคตเทอเรอร์กล่าว
งานวิจัยล่าสุดนี้เผยแพร่ออกมาหลังจากที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิต Plutonium Pit ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของอาวุธนิวเคลียร์ ที่ลอสอะลามอส
ในขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้อนุมัติร่างกฎหมายด้านการป้องกันประเทศโดยให้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกากกัมมันตภาพรังสีของรัฐบาล แต่ผู้คนในภูมิภาคลอสอะลามอสกลับไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวด้วย
ก่อนยุติการดำเนินการในปี 1963 ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอสอะลามอสได้คายกากกัมมันตภาพรังสีลงในหุบเขาใกล้เคียงในขณะที่กระทรวงกลาโหมได้พัฒนาคลังอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศมาโดยตลอด
หลายปีต่อมา คณะกรรมการพลังงานปรมาณูและกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ได้ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่โดยใช้งบอย่างน้อย 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จนช่วงทศวรรษ 1980 รัฐบาลอ้างว่า พื้นที่ดังกล่าวได้ปฏิบัติตามมาตรฐานการทำความสะอาดของรัฐบาลกลางเพื่อให้ปลอดภัยต่อการใช้งานแล้ว
ในที่สุด คณะกรรมการได้ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้กับเทศมณฑลลอสอะลามอสโดยไม่มีข้อจำกัดในการใช้งานใด ๆ ทำให้ทางการได้พัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่ใช้สอบสาธารณะสำหรับปั่นจักรยาน เดินป่า และวิ่ง
ทั้งนี้ แคตเทอเรอร์กล่าวว่า ระดับการสัมผัสและอันตรายที่เกิดขึ้นทันทีต่อผู้ใช้เส้นทางนั้นต่ำ แม้จะมีระดับพลูโตเนียมสูง แต่เขาเตือนว่า ความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากพลูโตเนียมสามารถเข้าไปในแหล่งน้ำ ซึ่งท้ายที่สุดจะไหลลงสู่แม่น้ำริโอแกรนด์ สารนี้สามารถดูดซึมเข้าไปในพืชและเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร หรืออาจแพร่กระจายไปในเถ้าถ่านในกรณีที่เกิดไฟไหม้ป่าได้
ผู้สนับสนุนด้านสาธารณสุขเรียกร้องให้รัฐบาลติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยว เพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเกี่ยวกับการใช้เส้นทางที่ปนเปื้อนพลูโตเนียม
ด้านกระทรวงพลังงานกล่าวในแถลงการณ์ว่า ระดับของพลูโตเนียมดังกล่าวถือว่า “ต่ำมากและอยู่ในระยะการสัมผัสที่ปลอดภัย”
เรียบเรียงจาก The Guardian