เมื่อวันที่ 3 ก.ย. กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศดำเนินคดีอาญา ยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาส และแกนนำคนอื่น ๆ อีกอย่างน้อย 5 คน ในข้อหาวางแผนสังหารหมู่ข้ามพรมแดนในอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปีที่แล้ว จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน เป็นชาวอเมริกันประมาณ 40 คน
เมอร์ริค การ์แลนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า บุคคคลเหล่านี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านทั้งด้านการเมือง อาวุธ และเงินทุน มีบทบาทสำคัญต่อความพยายามทำลายรัฐอิสราเอล รวมถึงสังหารพลเรือนเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
โดยนอกจากซินวาร์แล้ว แกนนำฮามาสที่ถูกสหรัฐฯ ดำเนินคดีประกอบไปด้วย คาเล็ด เมชาอัล อดีตผู้นำฝ่ายการเมือง ที่อาศัยอยู่ในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และอาลี บารากา เจ้าหน้าที่อาวุโสที่อาศัยอยู่ในเลบานอน
ส่วนอีก 3 คน เป็นแกนนำที่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้ง อิสมาอิส ฮานิเยห์ ผู้นำฝ่ายการเมืองที่ถูกสังหารในอิหร่าน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา, โมฮัมเหม็ด เดอิฟ หัวหน้าปีกติดอาวุธของกลุ่มฮามาส และมาร์วาน อิสซา รองหัวหน้า ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา
ขณะที่แถลงการณ์ร่วมจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) และหน่วยความมั่นคงชินเบต เปิดเผยว่า อาห์เหม็ด ฟอว์ซี นาซเซอร์ มูฮัมหมัด วาดีย์ยา สมาชิกกลุ่มฮามาสระดับผู้บัญชาการกองร้อยเป็นหนึ่งใน 8 ผู้ก่อการร้ายที่เสียชีวิตจากการโจมตีเป้าหมายใกล้ ๆ กับเมืองกาซาซิตี
กองทัพอิสราเอลระบุว่า วาดีย์ยามีบทบาทสำคัญในเหตุสังหารหมู่ข้ามพรมแดนเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปีที่แล้ว โดยเป็นผู้ควบคุมการบุกสังหารชาวบ้าน 22 คนในหมู่บ้าน "เนทิฟ ฮา อซารา" รวมถึง กิล ทาซา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงวัย 46 ปีที่ถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าลูกชาย 2 คน