เมื่อวันที่ 16 ก.ย. รัฐบาลรัสเซียเผยแพร่คำสั่ง สั่งเพิ่มกำลังทหารอีก 180,000 นาย ส่งผลทำให้บุคลากรทางทหารของรัสเซียโดยรวมอยู่ที่เกือบ 2.4 ล้านนาย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นทหาร 1.5 ล้านนาย และคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ใช้เดือนธันวาคมปีนี้
ทั้งนี้ คำสั่งของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน มีขึ้น หลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว ยูเครนได้เปิดฉากโจมตีสายไฟแลบข้ามชายแดนภูมิภาคเคิร์สต์ ทางตอนใต้ของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการโจมตีจากกองกำลังต่างชาติครั้งแรกในดินแดนรัสเซีย นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
วิเคราะห์ฟุตซอลโลก 2024 ทีมชาติไทย พบ คิวบา 17 ก.ย.67
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัสเซียได้เพิ่มความพยายามในการขับไล่กองทหารยูเครนออกจากภูมิภาคเคิร์สก์ และกำลังมุ่งหน้าสู่เมืองโปครอฟสก์ เมืองสำคัญของยูเครน ในภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออก
โดยตั้งแต่ปี 2022 ประธานาธิบดีปูตินได้สั่งขยายจำนวนกองกำลังรบก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง นอกเหนือจากการระดมกำลังทหารกองหนุนและทหารเกณฑ์
ขณะที่ในเดือนหน้า หลังยูเครนเปิดฉากรุกรัสเซีย และประสบความสำเร็จในการปลดปล่อยพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองคาร์คีฟ ทางตะวันออกแล้ว ประธานาธิบดีปูตินได้ออกคำสั่งให้พลเมืองรัสเซียระดมพลบางส่วนโดยทันที โดยการระดมพลหมายความว่า พลเมืองที่ีมีประสบการณ์ทางทหารจะต้องเกณฑ์ทหารและสามารถเรียกทหารกองหนุนขึ้นมาได้
การระดมพลดังกล่าวกระตุ้นให้ชาวรัสเซียหลายแสนคนต้องหนีออกนอกประเทศ โดยหลายคนหนีไปยังจอร์เจียที่อยู่ใกล้เคียงและประเทศอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนรัสเซีย
นอกจากนี้ยังจุดชนวนให้เกิดการประท้วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ของรัสเซีย ซึ่งได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการสรรหาบุคลากรก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามการระดมพลถูกระงับในเดือนพฤศจิกายน 2023 หลังจากเจ้าหน้าที่กล่าวว่าบรรลุเป้าหมายในการสรรหาบุคลากร 300,000 คนแล้ว