เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024: ชาวอเมริกันไม่หวั่น หลังทรัมป์ถูกลอบสังหารรอบ 2

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พีพีทีวีลงพื้นที่สอบถามความหวาดหวั่นของประชาชนชาวอเมริกันเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หลังมีเหตุพยายามลอบสังหารทรัมป์ครั้งที่ 2

ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น เกิดการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงสองครั้ง ครั้งล่าสุดที่เวสต์ปาล์มบีช ฟลอริดา ด้านประชาชนเองไม่หวั่นกลัวความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่เกิดเป็นแรงขับให้พวกเขาต้องการจะไปใช้สิทธิ์เพื่อเลือกอนาคตของสหรัฐฯ ขณะที่ผลสำรวจจากนิวยอร์กไทม์ส พบว่า ทรัมป์มีคะแนนนำในรัฐสวิงสเตท เนื่องด้วยความเชื่อมั่นการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

คอนเทนต์แนะนำ
เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024: เมืองมุสลิมในรัฐมิชิแกน ประกาศให้การสนับสนุน “ทรัมป์”

ชาวอเมริกันไม่หวั่น หลังทรัมป์ถูกลอบสังหารรอบ 2 AFP/CHANDAN KHANNA
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ

จากกรณีหน่วยอารักขาประธานาธิบดี หรือ Secret Service เข้าจับกุมตัว ไรอัน เวสลีย์ รูธ ผู้ต้องหาวัย 58 ปี ชาวฮาวาย ที่พยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะออกรอบกอล์ฟ ซึ่งเป็นภารกิจส่วนตัว ที่สนามกอล์ฟ เวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา หลังไรอันซ่อนตัวพร้อมกับปืนไรเฟิล AK-47 พร้อมกล้องและสัมภาระอยู่กว่า 12 ชั่วโมง ในระยะห่างกว่า 270-500 เมตร  เหตุการณ์ครั้งนี้ ทีมอารักขาอดีตประธานาธิบดีพบลำกล้องปืนมุ่งเป้ามาที่ทรัมป์

 

โปรแกรมแข่งวอลเลย์บอลสโมสรหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2024 รอบก่อนรองชนะเลิศ
 

เคราะห์ดีเจ้าหน้าที่ลั่นไกเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ ทำให้ไรอันขับรถหลบหนี ก่อนจะถูกจับกุมได้บนทางหลวง I-95 ไรอันถูกตั้งข้อหาการพกพาและซุกซ่อนอาวุธ, ต่อต้านการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ขับรถทั้งที่ถูกยกเลิกใบอนุญาตขับขี่, ครอบครองทรัพย์สินที่ถูกขโมยมา และข้อหาชนแล้วหนี

หากมองย้อนไปในสื่อโซเชียลมีเดียบัญชีของไรอัน พบการแสดงออกความเห็นทางการเมือง โดยไรอันเคยสมัครเข้าร่วมรบกับยูเครนในสงครามต่อสู้กับรัสเซีย แต่ขาดประสบการณ์จึงไม่ได้ร้บคัดเลือก ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 เขาลงคะแนนเสียงเลือก โดนัลด์ ทรัมป์ แต่เปิดเผยภายหลังว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด รวมถึงได้หันมาสนับสนุนเดโมแครต แต่ไม่ได้สนับสนุนประธานาธิบดี โจ ไบเดน

จากการสอบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่ารูธมีการจดบันทึกเส้นทางการปรากฏตัวของทรัมป์มากว่า 3 เดือน และคาดการณ์ไว้ว่าอาจจะลงมือไม่สำเร็จ พร้อมทิ้งข้อความในจดหมายว่าจะให้ค่าจ้าง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5 ล้านบาท หากมีใครสามารถทำภารกิจได้สำเร็จ ข้อความนี้รูธเขียนไว้ในกระดาษโน้ตที่ใส่ไว้ในกล่องที่ทิ้งไว้ที่บ้านของเพื่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบหลังจากเขาถูกจับกุม

นี่เป็นครั้งที่ 2 ภายใน 2 เดือน หลังการลอบสังหารทรัมป์เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ขณะที่ทรัมป์ขึ้นเวทีปราศรัย จนได้รับบาดเจ็บที่หลังใบหู โดยครั้งนั้น โทมัส ครูกส์ วัย 20 ปี ถูกทีมอารักขาสังหารเสียชีวิตทันทีหลังลั่นไกใส่ทรัมป์

เหลือเพียงอีกแค่ 8 สัปดาห์ในการเลือกตั้งครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ระดับความร้อนแรงของการเลือกตั้งเดือด พร้อมคำถามกับการยกระดับการอารักขาโดนัลด์ ทรัมป์  ที่เป็นทั้งอดีตประธานาธิบดี และเป็นแคนดิเดตประธานาธิบดีในครั้งนี้อีกด้วย

โดยทรัมป์ได้ถือเอาเหตุการณ์นี้โจมตีพรรคเดโมแครต โดยกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News Digital ว่า “วาทกรรมของพวกเขาทำให้ผมโดนยิง ทั้งที่ผมเป็นคนที่จะกอบกู้ประเทศ” 

นอกจากตัวแคนดิเดตประธานาธิบดีที่ลงสมัครชิงเก้าอี้แล้ว การข่มขู่ทีมหาเสียง หรือทีมจัดตั้งหน่วยการเลือกตั้งในรัฐต่างๆ อีก 8 รัฐ ก็ยังได้รับคำขู่ผ่านไปรษณีย์อีกด้วย

ทีมข่าวพีพีทีวีได้ลงพื้นที่ถามกลุ่มคนรุ่นใหม่ในรัฐแมรีแลนด์ เกี่ยวกับอุณภูมิความร้อนแรงในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า วิล วิลเลียม คาร์ วัย 26 ปี กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงลอบสังหารแคนดิเดต ไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่าจะกับใครก็ตาม ส่วนตัวเขายังพร้อมจะไปใช้สิทธิ์ เพื่อสะท้อนเสียงของตนเอง และไม่กลัวคำขู่ในการก่อเหตุใด ๆ

คาร์บอกว่า “ผมไม่คิดว่าการลอบสังหารแคนดิเดต มันจะยุติธรรมในระบบประชาธิปไตย ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของพรรครีพับลิกัน แต่ก็ไม่คิดอยากลงมือลอบสังหารแบบนั้น”

เขายังบอกด้วยว่า จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างแน่นอน และไม่กลัวที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ด้านผลสำรวจใหม่จาก The New York Times และ Siena College เมื่อวันที่ 17 - 21 ก.ย. ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกันจะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกว่า 87%

แม้ว่า กมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี และผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำอยู่ที่ 50% ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ที่ 47% ห่างเพียงแค่ 3 % เท่านั้น แต่หากเจาะลงไปตามแต่ละรัฐ พบว่าคะแนนในรัฐจอร์เจีย นอร์ทแคโรไลนา และแอริโซนาของทรัมป์กำลังมีคะแนนนำขึ้นมา ซึ่งหากรวมทั้งหมดทั่วสหรัฐฯ มีแนวโน้มว่าทรัมป์จะสามารถเอาชนะได้ในศึกชิงเก้าอี้ครั้งนี้

ที่รัฐแอริโซนา ทรัมป์นำแฮร์ริสอยู่ที่ 50% ต่อ 45% ผลสำรวจยังพบว่า กลุ่มประชากรชาวละตินอเมริกัน เริ่มเปลี่ยนใจจากแฮร์ริส ส่วนที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา ทรัมป์นำที่ 49% ขณะที่แฮร์ริสอยู่ที่ 47% โดยพรรครีพับลิกันอาจจะได้รับผลกระทบจากข่าวฉาวของ มาร์ก โรบินสัน ผู้ว่าการรัฐฯ ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจาร

ทางฝั่งรัฐจอร์เจีย ที่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เดโมแครตเอาชนะทรัมป์ไปได้ด้วยคะแนนเพียงแค่ 1 หมื่นกว่าคะแนน ตอนนี้พบว่าทรัมป์มีคะแนนนำอยู่ที่ 49% ต่อ 45% ซึ่งผลการสำรวจยังมีชาวอเมริกันผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอีกกว่า 15% ยังมีแนวโน้มที่จะเอนเอียงไปเลือกทรัมป์ เนื่องจากการหาเสียงที่ชี้เป้าว่า การบริหารประเทศของเดโมแครตในตอนนี้กำลังเดินไปผิดทางและมืดมน

ล่าสุด ทรัมป์ ประกาศว่า เขาจะไม่ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2028 หากพ่ายให้กับ กมลา แฮร์ริส ในศึกครั้งนี้  ผ่านการให้สัมภาษณ์กับ Sinclair Broadcast Group

ทางพรรคเดโมแครตเองได้ ทำแคมเปญโจมตีทรัมป์ ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ ประกาศละทิ้งเส้นทางทางการเมือง โดยเขาได้เคยประกาศทิ้งเส้นทางการเมืองมาแล้วเมื่อปี 2020 ว่า “ถ้าหากแพ้ โจ ไบเดน จะไม่กลับเข้าเส้นทางทางการเมืองอีก” แต่ทรัมป์ กลับลงชิงตำแหน่งอีกครั้งในปีนี้ โดยอ้างกับสาธารณชนว่า เขาถูกขโมยชัยชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ