โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ได้ยกระดับการโจมตีคู่แข่งจากพรรคเดโมแครต กมลา แฮร์ริส ด้วยการกล่าวหาว่าเธอ “มีปัญหาทางจิต” พร้อมทั้งกล่าวอีกว่า “เธอควรถูกถอดถอนและดำเนินคดี”
ในการชุมนุมหาเสียงของทรัมป์เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่เมืองอีรี รัฐเพนซิลเวเนีย ว่าแฮร์ริสเป็นผู้รับผิดชอบต่อ “การรุกราน” ที่ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก และบอกกับผู้สนับสนุนว่า “เธอควรถูกถอดถอนและดำเนินคดีสำหรับการกระทำของเธอ”
ทรัมป์กล่าวว่า “โจ ไบเดน ที่คดโกงกลายเป็นผู้มีปัญหาทางจิต น่าเศร้า แต่ กมลา แฮร์ริส ที่โกหกนั้น ฉันเชื่อจริง ๆ ว่าเธอเกิดมาเป็นแบบนี้ มีบางอย่างผิดปกติกับกมลา และฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มีบางอย่างที่ขาดหายไปอย่างแน่นอน และเชื่อว่าทุกคนรู้ดี”
เปิดสถิติหวย 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 10 ปี พร้อมเช็กผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ทรัมป์ยังเยาะเย้ยแฮร์ริสว่า “โง่” “อ่อนแอ” “บื้อ” และ “ขี้เกียจ”
ขณะนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ทรัมป์เริ่มใช้การโจมตีเรื่องส่วนบุคคลและเชิงรุกมากขึ้น แม้ว่าพรรครีพับลิกันบางคนจะบอกว่าทรัมป์น่าจะหาเสียงโดยใช้ประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวลมากกว่าก็ตาม เช่น เศรษฐกิจ การย้ายถิ่นฐาน และประเด็นอื่น ๆ
ทรัมป์ยอมรับว่า เขาอาจแพ้การเลือกตั้งในเดือน พ.ย. โดยกล่าวว่า “ถ้าเธอชนะ การเลือกตั้งครั้งนี้คงไม่น่ายินดีสำหรับผมนัก แต่ผมไม่สนใจ”
ด้านวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ลินด์ซีย์ เกรแฮม กล่าวว่า “ผมคิดว่าแนวทางที่ดีกว่าคือการฟ้องร้องคดีที่นโยบายของเธอทำลายประเทศ” โดยอธิบายว่านโยบายของแฮร์ริสเป็น “พวกเสรีนิยมที่บ้าระห่ำ”
เมื่อถูกถามว่า เขาเห็นด้วยกับการที่ทรัมป์โจมตีแฮร์ริสด้วยประเด็นส่วนตัวหรือไม่ ทอม เอ็มเมอร์ สมาชิกพรรครีพับลิกันเลี่ยงคำถามดังกล่าว แต่บอกว่า “ผมคิดว่า กมลา แฮร์ริสเป็นตัวเลือกที่ผิดสำหรับอเมริกา ผมคิดว่ากมลา แฮร์ริสแย่พอ ๆ กับหรือแย่กว่ารัฐบาลที่เราได้เห็นมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา”
เมื่อถูกกดดันให้ตอบคำถามเกี่ยวกับทรัมป์ เอ็มเมอร์กล่าวว่า “ผมคิดว่าเราควรยึดมั่นกับปัญหา ปัญหาคือ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยแก้ไขมันไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่พวกเขาทำลายมัน และทรัมป์กำลังจะแก้ไขมันอีกครั้ง”
แฮร์ริสไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการโจมตีของทรัมป์เมื่อเร็ว ๆ นี้ และกล่าวเพียงว่า “มันเป็นการแสดงแบบเดิม ๆ แผนการเดิม ๆ ที่เราเคยได้ยินมาหลายปี โดยไม่มีแผนว่าเขาจะตอบสนองความต้องการของชาวอเมริกันอย่างไร”
เรียบเรียงจาก Associated Press